ดอลลาร์ยังคงร่วงต่อเนื่อง

การเงิน

 

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญที่ตลาดจับตา ได้แก่ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เผยดัชนีภาวะธุรกิจรัฐนิวยอร์คเดือน ม.ค., กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อของโรงงานเดือน ธ.ค. และ Conference Board เผยดัชนีการจ้างงานเดือน ม.ค. (4/2), สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (IMS) เผยดัชนีภาคบริการเดือน ม.ค. (5/2), กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยตัวเลขประมาณการครั้งแรกสำหรับประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนแรงงานต่อ หน่วยประจำไตรมาส 4/2012 (7/2), กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ธ.ค. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยข้อมูลสต๊อกสินค้าภาคค้าส่งเดือน ธ.ค. (8/2)

 

อย่าง ไรก็ดี ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง จากแรงจากกลุ่มผู้นำเข้าในช่วงสิ้นเดือน ประกอบกับตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามาสนับสนุน แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงยืนยันที่จะดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไป จนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงอย่างมากก็ตาม โดยเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 0-0.25% ตามคาด และจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเข้าซื้อตราสารหนี้ในอัตรา 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ทุกเดือนต่อไป โดยให้เหตุผลว่าเป็นสิงจำเป็นสำหรับการปรับลดอัตราการว่างงานประกอบกับตัว เลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอ ซึ่งดูเหมือนว่าจะสนับสนุนมุมมองของเฟดที่ยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะกดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักก็ตาม โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เผยตัวเลขประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาย ในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 4/55 หดตัว 0.1% ในไตรมาส 4 หลังจากขยายตัว 3.1% ในไตรมาส 3/55 และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 38,000 รายสู่ 368,000 รายในสัปดาห์นี้ แต่เรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้หนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแต่อย่างใด โดยเงินบาทได้แรงกดดันจากการขายหุ้นและพันธบัตรระยะสั้นในประเทศของกลุ่มนัก ลงทุนในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 29.71-29.985 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดวันศุกร์ (1/2) ที่ระดับ 29.82/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

 

สำหรับ การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุล หลักอื่น ๆ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (28/1) ที่ระดับ 1.3463/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (25/1) 1.3423/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ภายหลังจากที่ธนาคารในยุโรปกำลังชำระคืนหนี้เงินกู้ฉุกเฉินที่กู้ไปจาก ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในช่วงวิกฤตหนี้ในวงเงินที่สูงกว่าคาด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นในยุโรป ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในกลุ่มยูโรโซนออกมาแข็งแกร่ง อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีและยุโรป หนุนให้เงินยูโรทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปรับตัวแข็งค่าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือนเหนือ 1.3600 ดอลลาร์/ยูโรในช่วงท้ายสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นการพุ่งขึ้นรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 1 ปี นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปของเฟด เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้เงินยูโรเคลื่อนไหวในแนวแข็งค่าต่อเนื่องจนกระทั่ง ปิดตลาดท้ายสัปดาห์ แม้ว่าในช่วงท้ายสัปดาห์ตัวเลขเศรษฐกิจในยุโรปที่อ่อนแอ อาทิ ยอดค้าปลีกในเยอรมนี ได้เข้ามากดดันตลาดในช่วงสั้น ๆ แต่เงินยูโรก็ยังคงอยู่ในระดับสูง และนักลงทุนคาดว่า ยูโรจะแข็งค่าขึ้นต่อไปในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 1.3413-1.3656 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดวันศุกร์ (1/2) ที่ระดับ 1.3653/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

 

ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนนั้น ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (28/1) ที่ระดับ 91.06/10 เยน/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (25/1) ที่ระดับ 90.82/83 เยน/ดอลลาร์ ภายหลังได้รับผลกระทบจากสัญญาณที่สดใสของสินทรัพย์เสี่ยง ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี เงินเยนฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงสั้น ๆ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันที่มีอยู่ในตลาดได้ และกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง จากคำกล่าวของนายฮิโรฮิเดะ ยามากูชิ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ว่า บีโอเจอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีกหากจำเป็น ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจนถึงขณะนี้ของผู้กำหนดนโยบายของบี โอเจว่า อาจจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษบกิจอีกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ ที่ระดับ 2% เป็๋นอีกหนึ่งแรงกดดันให้เงินเยนเคลื่อนไหวในแนวอ่อนค่าต่อเนื่องจนกระทั่ง ปิดตลาดท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 90.30-92.29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดวันศุกร์ (1/2) ที่ระดับ 92.16/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ