ตลาดหุ้นส่อแนวฟื้นตัวระยะสั้น

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.3330/32 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/8) ที่ระดับ 1.3366/69 ดอลลาร์/ยูโร เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับมาตรการชะลอโครงการเข้าซื้อ สินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนหน้า นอกจากนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ลงมาต่ำกว่าระดับ 1.3300 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากตัวเลขอัตราการว่างงานของเยอรมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 5,000 ตำแหน่ง แสดงถึงความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของภาคแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายตลาดค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้รับแรงหนุน จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอิตาลีเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.3 จากระดับ 97.3 และมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 97.8 ทั้งนี้ ในระหว่างวันกรอบการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3252-1.3345 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.3267/69 ดอลลาร์/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 97.78/80 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (22/8) ที่ 97.35/36 เยน/ดอลลาร์ จากการทำกำไรของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการเข้ามาถือครองมากขึ้นของนักลงทุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังจากมีความกังวลว่าสหรัฐอาจจะดำเนินมาตรการทางทหารต่อประเทศซีเรีย นอกจากนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและขึ้นมายืนเหนือ ระดับ 98.00 เยน/ดอลลาร์ มีกรอบการเคลื่อนไหวของระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 97.26-98.43 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.13/15 เยน/ดอลลาร์

อนึ่ง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 7.00% ตามการคาดการณ์ของนักลงทุน เพื่อปกป้องค่าเงินหลังจากที่ค่าเงินรูเปียห์ที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงที่ ผ่านมา

ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการผู้ว่างงานประจำสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสสองของสหรัฐ (GDP), อัตราเงินเฟ้อ, อัตราการว่างงานของกลุ่มยูโรโซน และประเทศอิตาลี

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 ส.ค. ดัชนีฟื้นขึ้นหลังจากที่นักลงทุนกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง เพราะตลาดได้ปรับตัวลดลงมากแล้วในช่วงสิบวันที่ผ่านมา (15-28 ส.ค.)

อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่มีประเด็นใหม่ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปต่อได้มากนัก ตรงกันข้ามแรงกดดันในต่างประเทศ เช่น กรณีที่ซีเรียที่ใช้ความรุนแรงด้วยการปล่อยอาวุธเคมีในสงครามกลางเมือง ได้ส่งผลให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรออกมาหารือเพื่อหาทางตอบโต้ ซึ่งทำให้เกิดความอึมครึมทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าจะมีการลดอัดฉีดเงินตามมาตรการทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ก็ถือเป้นประเด็นที่สร้างแรงถ่วงให้กับการลงทุนด้วย

ดังนั้น ในวันที่ 30 ส.ค.ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและค่อนข้างเปราะบาง โดยมีแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300-1,315 จุด แนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวัง