รายได้ลดลงในปี55

“ช่วงที่ผ่านมาเราต้องตั้งสำรองประมาณ 140 ล้านบาท แถมเป็นช่วงที่จีนชะลอการนำเข้าถ่านหินด้วย ดังนั้นจึงทำให้รายได้และกำไรของบริษัทปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4
นี้ จนถึงปีหน้าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น”นายพนมกล่าว

สำหรับ ปี2556 บริษัทคาดว่ารายได้น่าจะเติบโตดีขึ้นอยู่ที่ราว6 พันล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin)จะอยู่ที่6.5% จากปกติที่อยู่ประมาณ 4.5%
ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยบวกผลักดัน ได้แก่ โครงการคลังสินค้า และท่าเรือ ที่จะช่วยให้สามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์เฉลี่ยปีละ100 ล้านบาท


นายพนมกล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศอินเดียเพิ่ม
จาก ปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ส่งออกไปในประเทศจีน และอนาคตอาจจะเจาะตลาดอื่นๆเช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้โครงสร้างรายได้ ใน2ปีข้างหน้ามากจากการขายถ่านหินในประเทศ 50% และขายในประเทศ 50% จากปีนี้ที่มียอดขายต่างประเทศราว 20-25%  ที่เหลือเป็นยอดขายในประเทศ

โดย การผลักดันไปสู่ตลาดต่างประเทศนั้น จะส่งเสริมให้ผลประกอบการAGE ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการใช้ถ่านหินในประเทศมีอัตราการเติบโตค่อนข้างน้อย อยู่ที่ปีละ 5-10% เท่านั้น

รวมถึง ความต้องการถ่านหินมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาส4 เนื่องจากเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาว ดังนั้นประเทศจีนจึงน่าจะสั่งออร์เดอร์เข้ามาอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันประเมินว่าแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของราคาถ่านหินในปีหน้ามีโอกาส วิ่งขึ้นไปถึงราว 90 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 80 เหรียญต่อตัน ช่วยให้ทิศทางผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าปริมาณขายถ่านหินในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ล้านตัน จากปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านตัน

สำหรับแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย โดย
AGE ถือหุ้น 100% ทุนจดทะเบียน 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าเสร็จช่วงปลายปีนี้

โดยการตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้น มีจุดประสงค์เพื่อรองรับต่อการทำธุรกิจเหมืองแร่ในอินโดนีเซีย
ซึ่ง แนวทางการลงทุนนั้นอาจเป็นไปได้ทั้งการซื้อเหมือง หรือซื้อบริษัทที่ประกอบธุรกิจถ่านหิน โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา และหากดีลดังกล่าวใช้เงินลงทุนราว 1-2 พันล้านบาท ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุน หรือกู้เงินเพิ่ม เพราะมีเงินสภาพคล่องเพียงพอ

นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน)(AGE) ผู้นำเข้า และจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด)กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้ทั้งปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับราว 4.5-4.7 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีรายได้ 5.2 พันล้านบาท

ขณะ ที่กำไรสุทธิคาดว่าจะติดลบเล็กน้อยราว 10 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้ตั้งสำรองขาดทุนสต็อกถ่านหิน 140 ล้านบาท ประกอบกับประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักนำเข้าถ่านหินลดลงจึงส่งผลกระทบต่อAGE โดยตรง

“ในช่วงที่ผ่านมาเหมืองถ่านหินและ บริษัทที่ทำธุรกิจนี้ในอินโดนีเซียปิดตัวไปหลายแห่ง เพราะราคาถ่านหินปรับตัวลดลงแรงจาก ประมาณ140 เหรียญต่อตัน มาอยู่ที่ราว 80 เหรียญต่อตัน ดังนั้นจังหวะนี้จึงถือเป็นโอกาสทองที่เราจะเข้าไปเจรจากับบริษัทเหล่านี้
รวม ถึงบริษัทอื่นๆในประเทศที่อาจจะไม่ได้ประสบปัญหาด้วย เพราะปีหน้าเรามองว่าธุรกิจถ่านหินจะเริ่มฟื้นตัว จากสัญญานราคาที่มีแนวโน้มดี”นายพนมกล่าว