หุ้นชั้นนำ ขยายตัวต่อเนื่อง

ธุรกิจทีวีดาวเทียมได้สร้างรายได้ให้กับเวิร์คพอยท์ฯเป็นปีแรกเมื่อปีที่แล้วโดยสร้างรายได้ประมาณ 130 ล้านบาท และทำกำไรได้ 20 ล้านบาท ดีกว่าคาดการณ์ที่คิดว่าจะทำได้ถึงจุดคุ้มทุนเท่านั้น มาถึงปีนี้เขาเชื่อว่าทีวีดาวเทียมยังขยายตัวได้อีกสูง จึงมีแผนลงทุนผลิตคอนเทนต์ใหม่ ซึ่งจะหนุนให้ฐานผู้ชมและอัตราการโฆษณาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับเวิร์คพอยท์ฯได้ตั้งบริษัทร่วมทุน “ฟรีไซส์ บรอดแคสติ้ง”กับ “พีเอสไอ” จะช่วยเพิ่มอีก 1 ช่องทีวีดาวเทียม จะเปิดตัวในเดือน ก.พ.นี้ และปี”57 มีแผนเปิดอีก 1 ช่อง
“ปีนี้จะรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิที่ 23% เป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมมีเดีย โดยใช้กลยุทธ์การควบคุมต้นทุนการผลิต และสิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุด คือการใช้ทุนน้อยแต่สร้างสรรค์ได้มาก”

มือการเงินแห่งเวิร์คพอยท์ฯ ยังพูดคุยถึงความร้อนแรงของหุ้นในปีที่ผ่านมาว่า นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจกับหุ้น WORK มากขึ้น สะท้อนจากที่ผ่านการถูกเชิญไปโรดโชว์บ่อยในต่างประเทศ โดยเห็นตัวเลขผลประกอบการที่ออกมาขยายตัวและเห็นทิศทางการเติบโตดี ประกอบกับตอนนี้หุ้น WORK ติดกลุ่ม SET100 แล้ว แต่นักลงทุนอยากให้หุ้นมีฟรีโฟลตมากขึ้น ซึ่งบริษัทกำลังพิจารณาหลายแนวทางน่าจะชัดเจนในไตรมาสแรกนี้ แต่ไม่ใช่การออกหุ้นใหม่แน่ โดยคาดว่าจะเพิ่มฟรีโฟลตขึ้นมาให้เหมาะสมที่ระดับ 30-35% ซึ่งจะทำให้นักลงทุนแถบยุโรปและสหรัฐสนใจลงทุนมากขึ้น

แผนลงทุนในปีนี้ จะต้องใช้งบฯขยายสตูดิโอและอุปกรณ์ของเคเบิลทีวีราว 70 ล้านบาท และงบฯลงทุนทีวีดาวเทียมอีก 150 ล้านบาท สำหรับช่องเวิร์คพอยท์ทีวีและลงทุนกับบริษัทร่วมทุนกับพีเอสไอเปิดช่องใหม่ตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 50 ล้านบาท ด้านแหล่งเงิน ขณะนี้บริษัทมีเงินสดในมือ 370 ล้านบาท เพียงพอรองรับการลงทุน ทำให้ไม่มีหนี้จากการกู้ ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุนยังเป็นศูนย์อยู่

โดยเป้าหมายในปีนี้ เฉพาะช่อง “เวิร์คพอยท์ฯ” จะมีรายได้ขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านบาท และช่องใหม่อีก 1 ช่อง ที่ร่วมทุนกับพีเอสไอ ตั้งรายได้ไว้ที่ 100 ล้านบาท จากความเข้าใจตลาดหลังจากทำทีวีดาวเทียมมา 1 ปี และแนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น และปัจจุบันทีวีดาวเทียมมีการวัดเรตติ้งเพื่อนำมาคำนวณคิดราคาในการขายโฆษณา

“ปีนี้คาดว่าจะขายเวลาโฆษณาในราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้นได้ราว 1 หมื่นบาทต่อนาที เพิ่มจากปีก่อนที่ขายเฉลี่ย 6 พันบาทต่อนาที เป็นไปตามดีมานด์ของลูกค้าที่เข้ามาซื้อเต็มเวลา และจากเรตติ้งที่ดีขึ้น อนาคตค่าโฆษณายังมีโอกาสเพิ่มสูงได้อีกจากที่มีเรตติ้งเป็นตัวหนุน ปัจจุบันเรตติ้งของสื่อฟรีทีวีและทีวีดาวเทียมยังไม่สมดุล อัตราค่าโฆษณามีช่องว่างที่ห่างสูงกว่าเมื่อเทียบกับระดับเรตติ้ง เพราะเอเยนซี่โฆษณาจะซื้อตามเรตติ้งที่สูง ก็จะจ่ายในราคาที่สูง โดยในช่วง 3-5 ปีนี้ อัตราค่าโฆษณาของทีวีดาวเทียมจะขยับขึ้นเป็นหลักหลายหมื่นบาท”

สำหรับธุรกิจฟรีทีวียังเป็นธุรกิจหลักของเวิร์คพอยท์ฯอยู่ซึ่งจะมีเพิ่มรายการที่ช่อง 9 อีก 1 รายการ และช่อง 5 อีก 2 รายการ ส่วนการปรับขึ้นค่าโฆษณาของฟรีทีวีจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-8% โดยอุตสาหกรรมทีวียังมีโอกาสเติบโตสูง โดยมีแรงสนับสนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคและนโยบายกลยุทธ์การขายสินค้า ประกอบกับปีนี้คนมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ทำให้กำลังซื้อสูงขึ้น ผู้ผลิตสินค้าจะกล้าทุ่มเม็ดเงินโฆษณามากขึ้น

“ครรชิต” คาดการณ์รายได้รวมของเวิร์คพอยท์ฯในปีนี้ จะเติบโตประมาณ 31% จากปี”55 ที่มีรายได้รวมที่ 2.13 พันล้านบาท โดยเติบโตจาก 3 ธุรกิจหลัก โดยรายได้หลัก ๆ ยังมาจากธุรกิจทีวี สัดส่วนประมาณ 80% โดยจะรวมส่วนของธุรกิจทีวีดาวเทียมด้วยราว 12.5% ส่วนธุรกิจอีเวนต์มีลูกค้าเพิ่มขึ้นหลังจากที่ทำมา 2-3 ปีก่อน ซึ่งจะมีจุดแข็งที่สามารถนำ

อีเวนต์มาออกช่องรายการของบริษัทได้ ปีนี้ตั้งเป้าธุรกิจนี้ 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% ส่วนธุรกิจภาพยนตร์มีแผนปรับทิศทางให้ดีขึ้น หลังจากปีที่แล้วพลาดเป้าทำรายได้ 60 ล้านบาท จากหนัง 3 เรื่อง ลดลงจากปี”54 ที่เคยทำได้กว่า 90 ล้านบาท โดยปีนี้จะมีหนังใหม่ 3 เรื่อง คาดหวังทำรายได้ 100 ล้านบาท ส่วนธุรกิจแมกาซีนเป็นธุรกิจที่ไม่ถนัด ทำให้ปีที่แล้วรายได้พลาดเป้า ปีนี้จึงยังไม่มีแผนลงทุนเพิ่ม แต่จะเน้นการปรับหัวหนังสือเดิม