หุ้นไทยร่วงบรรกาศยังไม่น่าลงทุน

“ตลาดหุ้นไทยวันนี้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คือค่อนข้างผันผวนในแดนลบ เนื่องจากยังถูกปัจจัยรบกวนจากต่างประเทศกดดันจิตวิทยาการลงทุน ประกอบกับยังไม่มีปัจจัยหนุนเข้ามาช่วย จึงทำให้ดัชนียังไปไหนไม่ได้” นายปริญทร์กล่าว

 

สำหรับการซื้อขายในช่วงบ่ายวันนี้ ประเมินว่ากรอบการแกว่งตัวน่าจะมีแนวรับที่ราว 1,507 จุด และแนวต้านที่ 1,520 จุด ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนเลือกกลุ่มที่มีรายได้จากในประเทศเป็นหลัก (โดเมสติก) ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดต่างประเทศได้

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความคึกคักดังกล่าวก็ต้องถูกเบรกด้วยมาตรการสกัดความร้อนแรงของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบกับปัจจัยภายในภายนอกต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนแห่เทขายหุ้นกันออกมากดให้ดัชนีร่วงกว่า 100 จุด และเมื่อ 29 มี.ค. 56 ดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,561.06 จุด ด้วยมูลค่าตลาดรวม 13.29 ล้านล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันดัชนีก็แกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 1,400-1,500 จุด

ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลความมั่งคั่งของ 10 อันดับเศรษฐีหุ้นไทย จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยตรวจสอบจากรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ประเภทบุคคลธรรมดา ที่มียอดถือครอง ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด (ณ วันที่ 10 เม.ย.) กับราคาปิดวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของไตรมาส 1 โดยเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลจากความมั่งคั่งของเศรษฐีหุ้น ณ 30 ก.ย. 2555 ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,299.71 จุด

หมอเสริฐ ขึ้นแชมป์เศรษฐีหุ้น

ผลสำรวจพบว่า “น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” หรือ “หมอเสริฐ” ได้กระโดดขึ้นมาเป็นผู้นำของกลุ่มเศรษฐีหุ้นทันที จากปีก่อนหน้าอยู่อันดับ 4 โดยพอร์ตของ “หมอเสริฐ” มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 47,741.88 บาท จากปี 2555 ที่มีเงินจากการลงทุนหุ้นมูลค่า 21,123.49 ล้านบาท (จากการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ 30 กันยายน 2555)

โดยสาเหตุที่ทำให้ “หมอเสริฐ” ขึ้นมานั่งแท่นแชมป์ เพราะมีการทยอยสะสมหุ้น บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) เป็นจำนวนถึง 290,201,434 หุ้น คิดเป็น 18.78% รวมเป็นมูลค่า 47,738.14 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ที่ถือเพียง 12.7% ประกอบกับราคาหุ้น BGH ที่พุ่งขึ้นจากต้นปี 2556 อยู่ที่ 113 บาท ไปเป็นหุ้นละ 164.50 บาท ก็ส่งเสริมความมั่งคั่งของ “หมอเสริฐ” แบบทวีคูณ นอกจากนี้ “หมอเสริฐ” ยังถือ บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) จำนวน 125,800 หุ้น คิดเป็น 0.79% ราคา 29.75 บาท รวม 3.74 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจด้วย ทำให้พอร์ต “หมอเสริฐ” มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นในไตรมาส 1 “47,741.88 บาท” เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเงินลงทุนหุ้น 21,123.49 ล้านบาท

ทองมา ร่วงแชมป์ 3 ปีซ้อน

ส่วนอันดับ 2 “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์” หล่นจากเก้าอี้แชมป์หุ้น 3 ปีซ้อน (2553-2555) เนื่องจากปิดไตรมาส 1 “ทองมา” มีเพียงยอดการถือครองหุ้น บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) จำนวน 1,305,300,000 หุ้น 58.76% ราคา 30 บาท “รวมเป็นมูลค่า 39,159 ล้านบาท” ซึ่งแม้จะสูงกว่าปีก่อนที่มีมูลค่าพอร์ตอยู่ที่ 23,497.78 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะครองแชมป์ได้

ทั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ “ทองมา” ต้องก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำ อาจเป็นผลมาจากการ “ลดสัดส่วนถือครองหุ้น” เนื่องจากในวันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด พบว่า

“ทองมา” ไม่มีรายชื่อติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) และ บมจ.ซีฟโก้ (SEAFCO) เหมือนเช่นในปีก่อนแล้ว

สำหรับเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ตกเป็นของ “คีรี กาญจนพาสน์” ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) ร่วงลงจากปีก่อนที่อยู่อันดับ 2 โดยการสำรวจครั้งนี้พบว่า “คีรี” ถือหุ้น BTS 3,964,048,573 หุ้น 36.01% ราคา 9.40 บาท รวมมูลค่า 37,262.06 ล้านบาท บมจ.บางกอกแลนด์ (BLAND) จำนวน 121,401,065 หุ้น คิดเป็น 0.68% ราคา 1.97 บาท รวมเป็นมูลค่า 239.16 ล้านบาท บมจ.วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) 5,885,090 หุ้น 1.96% ราคา 131.50 บาท รวม 773.89 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้คิดเป็นมูลค่าความมั่งคั่งจากการลงทุนหุ้นไตรมาส 1 ทั้งสิ้น “38,275.11 ล้านบาท” เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่า 23,456.07 ล้านบาท