เงินตราต่างประเทศ

สำหรับในวันนี้ ตลาดจับตาการรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการณ์ครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวยมประชาชาติประจำไตรมาสที่ 3, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายประจำเดือนตุลาคม

สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินสกุลหลักอื่น ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าเงินยูโรเปิด ตลาดที่ระดับ 1.2943/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวานนี้ (28/11) ที่ระดับ 1.2923/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากตลาดคาดว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับธนาคารสเปน 4 แห่ง โดยธนาคารเหล่านี้จะได้รับเงิน 3.7 หมื่นล้านยูโร เพื่อใช้ในการเพิ่มทุน และเพื่อให้ธนาคารเหล่านี้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความช่วเยหลือจาก รัฐในอนาคต ประกอบความหวังที่ว่าสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงวิกฤตหนี้การคลังในครั้งนี้ได้ หนุนให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อยูโรอีกครั้ง แม้ว่าวานนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปนเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกประจำ เดือนตุลาคมปรับตัวลงต่อเนื่อง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากร่วงลง 11% ในเดือนกันยายนก็ตาม โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2939-1.2988 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1.2980/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.73/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ (28/11) ที่ระดับ 30.70/72 บาท/ดอลลาร์ ตามค่าเงินสกุลเงินหลักในภูมิภาคและราคาทองคำที่ร่วงลง หลังจากวานนี้นายแฮรรี่ รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้กล่าวว่า การเจรจาเพื่อช่วยให้สหรัฐหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) นั้น แทบจะไม่มีความคืบหน้า ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่า สหรัฐฯจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะการปรับลดค่าใช้จ่ายและการขึ้นภาษีวงเงิน รวม 6 แสนล้านดอลลาร์ในต้นปีหน้าได้ เป็นเหตุให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัยถึง แม้ว่าวานนี้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯจะเปิดเผยตัวเลขวยอดขายบ้านใหม่ปรับตัว ลงสู่ระดับ 368,000 ยูนิตในเดือนตุลาคม ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 387,000 ยูนิต อย่างไรก็ดี นายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกากลับแสดงความเห็นในเชิงบวกว่า พรรครีพับลิกันอาจบรรลุข้อตกลงกับทำเนียบขาวเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการคลังใน ช่วงก่อนสิ้นปีนี้ได้ อีกทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามากล่าวว่า เขาหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสในเรื่อง Fiscal cliff ก่อนคริสต์มาสนี้ ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลในเรื่องดังกล่าวและกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง  โดยตลอดทั้งวันค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นและมีการ เคลื่อนไหวในกรอบอยู่ที่ 30.71-30.73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.70/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนค่าเงินเยนนั้นเปิดตลาดที่ระดับ 82.16/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวานนี้ (28/11) ที่ระดับ 81.85/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนอยู่ในระยะรอดูการดีเบตกันระหว่างผู้นำพรรครัฐบาลและพรรคฝ่าย ค้านของญี่ปุ่น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 82.02-82.21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระเดับ 82.13/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +5.5/5.7 สตางค์/ดอลลาร์ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +5.0/6.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ