เงินเฟ้อพื้นฐาน

แหล่ง ข่าวกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า ตัวเลขปัจจุบัน สศค.ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% โดยกำหนดช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3-4% และคาดจะขึ้นไปสูงสุด 3.8% ในไตรมาสแรก เนื่องจากฐานที่สูงในปีนี้เป็นปัจจัยหลัก ต่อจากนั้นจะค่อย ๆ ทยอยปรับลดลงเหลือ 3.7% ในไตรมาส 2-3 และเหลือ 2.7% ในไตรมาสสุดท้าย ขณะที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 118 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.75-3%

คลัง-แบงก์ ชาติตกลงกรอบเงินเฟ้อปีหน้า 0.5-3% เท่าปีนี้ ยึดเป้าหมาย “กรอบเงินเฟ้อพื้นฐาน” เหมือนเดิม หวั่นเปลี่ยนใช้ “กรอบเงินเฟ้อทั่วไป” อาจผันผวนตามราคาพลังงาน เหตุรัฐบาลอยู่ในช่วงปรับราคาพลังงานให้สะท้อนราคาตลาด

นายกิตติ รัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเบื้องต้นการกำหนดกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อปี 2556 น่าจะใช้กรอบเดิมที่ใช้ในปี 2555 อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่ได้เสนอเรื่องมาให้พิจารณา

“คงจะเป็นกรอบเดิม แต่ตอนนี้เขา (ธปท.) ยังไม่เสนอมา” นายกิตติรัตน์กล่าว

แหล่ง ข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ทางคลังกับ ธปท.ได้หารือร่วมกันในการยึดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) เช่นเดิม เพราะมองว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อให้สะท้อนตามราคาตลาด หากเปลี่ยนไปใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) จะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความผันผวนตามราคาพลังงาน ส่งผลให้ดูแลยาก โดยในปี 2556 คลังและ ธปท.เห็นควรให้กำหนดกรอบเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.5-3.0% ต่อปี เช่นเดียวกับปีนี้

อย่างไรก็ตาม การหารือดังกล่าวเป็นข้อสรุปเบื้องต้น หลังจากนี้จะต้องมีการเสนอรายละเอียดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสนอได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ เพราะขณะนี้ต้องรอให้ทาง ธปท.ส่งเรื่องที่จะเสนอ ครม.มาให้คลังก่อน

“เนื่องจากรัฐบาลยังอยู่ ระหว่างปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนราคาตลาด และบางมาตรการจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในปีหน้า ก็เลยเห็นว่ายังไม่ควรเปลี่ยนไปใช้เงินเฟ้อทั่วไปเป็นเป้าหมาย เพราะจะผันผวนตามราคาพลังงาน” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธปท.ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงการจะนำเกณฑ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาใช้ กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแทนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีก ประมาณ 1 ปี เพื่อให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้แล้วเสร็จก่อน

ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดเช้าบวก 4.19 จุด รับ Sentiment จากตลาดตปท.หลังปัจจัยนอกปท.เอื้อรีบาวน์ตามสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี สศค.จะปรับประมาณการอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปีนี้และปีหน้าอีกครั้งใน เดือน ธ.ค. ซึ่งคงต้องดูว่ามีปัจจัยบวกหรือลบเพิ่มเติมหรือไม่

วัน ที่ 22 พฤศจิกายน ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปิดที่ระดับ 1,280.58 จุด เพิ่มขึ้น 4.19 จุด(+0.33%) มูลค่าการซื้อขาย 12,426.05 ล้านบาท โดยตลาดภูมิภาครีบาวน์ขึ้นส่วนใหญ่ตามตลาดสหรัฐฯ จากความคาดหวังเชิงบวกในการประชุมของสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ในประเด็น Fiscal Cliff และรอผลพิจารณาช่วยกรีซในวันจันทร์หน้าด้วย บ่ายนี้ตลาดโดยรวมคงเป็นลักษณะแกว่งทรงตัว พร้อมให้แนวรับ 1,273-1,275 แนวต้าน 1,282-1,285 จุด