เตือนระวังการเล่นหุ้นระวังติดดอย


นาย กิตติรัตน์กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในปี 2555 เติบโต 21% หรือคิดเป็นมูลค่า 8.58 ล้านล้านบาทจากปี 2554 ที่มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 2.1 หมื่นล้านบาท โดยมีหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่ออกใหม่ 5.1 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้กลุ่มพลังงาน สถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งนี้ มีสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยมากกว่า 50% และนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อตราสารหนี้ระยะยาวสุทธิ 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้มูลค่าการถือครองตราสารหนี้รวมของนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 7.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 8.3% ของมูลค่าตราสารหนี้ทั้งระบบ

นาย นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บจ.นิยมจ่ายปันผลเป็นหุ้นแทนเงินสดมากขึ้น เนื่องจากหลายบริษัทต้องการรักษาเงินสดไว้รองรับการขยายกิจการในอนาคต ซึ่งนักลงทุนให้การตอบรับกับหุ้นปันผลของบริษัทที่มีผลประกอบการดี

นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประกาศผลรางวัลตราสารหนี้ยอดเยี่ยมและผู้ประกอบการตรา สารหนี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2555 ว่า การดำเนินการของสมาคมตราสารหนี้ไทยที่ผ่านมา ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับตลาดตราสารหนี้และตลาดทุนโดยรวมอย่างมาก แต่ยังมีอุปสรรคในเรื่องของกฎระเบียบบางข้อ ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมพิจารณาแก้ไขอุปสรรคเหล่านั้น เพราะตราสารหนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมทุน โดยเฉพาะการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท

นาย กิตติรัตน์กล่าวว่า หลังจากร่าง พ.ร.บ.กู้เงินผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลจะดำเนินการกู้เงินในหลายรูปแบบ โดยจะดำเนินการกู้เงินให้สอดคล้องกับระยะเวลาของแต่ละโครงการ และเชื่อว่าการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้ตลาดตราสารหนี้ เติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

“บจ.ที่ ปันผลเป็นหุ้นมีจำนวนมากขึ้น และส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดี ปันผลเป็นหุ้นออกมาแล้วราคาหุ้นไม่ตก ทำให้หุ้นบางตัวที่คลุมเครือว่าดีหรือไม่ดี ปันผลเป็นหุ้นบ้าง นักลงทุนก็เข้ามาซื้อ ราคาหุ้นก็ไม่ลง ทางบริษัทก็มีหุ้นมากขึ้น ดังนั้น นักลงทุนต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะลงทุน” นายนิเวศน์กล่าว

นายชัย จิรเสวีนุปพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด กล่าวว่า การปันผลเป็นหุ้นส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น เช่นเดียวกับการเพิ่มทุน โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการถือเงินสดไว้ แต่สำหรับนักลงทุนแล้วจะได้ประโยชน์จากการได้รับเงินปันผลในรูปเงินสด มากกว่า

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่งกล่าวว่า การปันผลเป็นหุ้น เป็นการเพิ่มฟรีโฟลตหรือสภาพคล่องของหุ้น ซึ่งมีบางบริษัทที่กิจการไม่ดี แต่ออกปันผลเป็นหุ้นเพื่อล่อใจ เป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้น ดังนั้น นักลงทุนต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุนมากขึ้น