เงินตราต่างประเทศ

สำหรับในวันนี้ ตลาดจับตาการรายงานข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการณ์ครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวยมประชาชาติประจำไตรมาสที่ 3, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายประจำเดือนตุลาคม

สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินสกุลหลักอื่น ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าเงินยูโรเปิด ตลาดที่ระดับ 1.2943/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวานนี้ (28/11) ที่ระดับ 1.2923/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากตลาดคาดว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับธนาคารสเปน 4 แห่ง โดยธนาคารเหล่านี้จะได้รับเงิน 3.7 หมื่นล้านยูโร เพื่อใช้ในการเพิ่มทุน และเพื่อให้ธนาคารเหล่านี้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความช่วเยหลือจาก รัฐในอนาคต ประกอบความหวังที่ว่าสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงวิกฤตหนี้การคลังในครั้งนี้ได้ หนุนให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อยูโรอีกครั้ง แม้ว่าวานนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปนเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกประจำ เดือนตุลาคมปรับตัวลงต่อเนื่อง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากร่วงลง 11% ในเดือนกันยายนก็ตาม โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2939-1.2988 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1.2980/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2555 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 30.73/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ (28/11) ที่ระดับ 30.70/72 บาท/ดอลลาร์ ตามค่าเงินสกุลเงินหลักในภูมิภาคและราคาทองคำที่ร่วงลง หลังจากวานนี้นายแฮรรี่ รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้กล่าวว่า การเจรจาเพื่อช่วยให้สหรัฐหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) นั้น แทบจะไม่มีความคืบหน้า ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่า สหรัฐฯจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะการปรับลดค่าใช้จ่ายและการขึ้นภาษีวงเงิน รวม 6 แสนล้านดอลลาร์ในต้นปีหน้าได้ เป็นเหตุให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัยถึง แม้ว่าวานนี้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯจะเปิดเผยตัวเลขวยอดขายบ้านใหม่ปรับตัว ลงสู่ระดับ 368,000 ยูนิตในเดือนตุลาคม ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 387,000 ยูนิต อย่างไรก็ดี นายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกากลับแสดงความเห็นในเชิงบวกว่า พรรครีพับลิกันอาจบรรลุข้อตกลงกับทำเนียบขาวเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการคลังใน ช่วงก่อนสิ้นปีนี้ได้ อีกทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามากล่าวว่า เขาหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสในเรื่อง Fiscal cliff ก่อนคริสต์มาสนี้ ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลในเรื่องดังกล่าวและกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง  โดยตลอดทั้งวันค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นและมีการ เคลื่อนไหวในกรอบอยู่ที่ 30.71-30.73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.70/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนค่าเงินเยนนั้นเปิดตลาดที่ระดับ 82.16/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวานนี้ (28/11) ที่ระดับ 81.85/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนอยู่ในระยะรอดูการดีเบตกันระหว่างผู้นำพรรครัฐบาลและพรรคฝ่าย ค้านของญี่ปุ่น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 82.02-82.21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระเดับ 82.13/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +5.5/5.7 สตางค์/ดอลลาร์ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +5.0/6.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

เงินเฟ้อพื้นฐาน

แหล่ง ข่าวกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า ตัวเลขปัจจุบัน สศค.ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% โดยกำหนดช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3-4% และคาดจะขึ้นไปสูงสุด 3.8% ในไตรมาสแรก เนื่องจากฐานที่สูงในปีนี้เป็นปัจจัยหลัก ต่อจากนั้นจะค่อย ๆ ทยอยปรับลดลงเหลือ 3.7% ในไตรมาส 2-3 และเหลือ 2.7% ในไตรมาสสุดท้าย ขณะที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 118 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.75-3%

คลัง-แบงก์ ชาติตกลงกรอบเงินเฟ้อปีหน้า 0.5-3% เท่าปีนี้ ยึดเป้าหมาย “กรอบเงินเฟ้อพื้นฐาน” เหมือนเดิม หวั่นเปลี่ยนใช้ “กรอบเงินเฟ้อทั่วไป” อาจผันผวนตามราคาพลังงาน เหตุรัฐบาลอยู่ในช่วงปรับราคาพลังงานให้สะท้อนราคาตลาด

นายกิตติ รัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเบื้องต้นการกำหนดกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อปี 2556 น่าจะใช้กรอบเดิมที่ใช้ในปี 2555 อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่ได้เสนอเรื่องมาให้พิจารณา

“คงจะเป็นกรอบเดิม แต่ตอนนี้เขา (ธปท.) ยังไม่เสนอมา” นายกิตติรัตน์กล่าว

แหล่ง ข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ทางคลังกับ ธปท.ได้หารือร่วมกันในการยึดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) เช่นเดิม เพราะมองว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อให้สะท้อนตามราคาตลาด หากเปลี่ยนไปใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) จะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความผันผวนตามราคาพลังงาน ส่งผลให้ดูแลยาก โดยในปี 2556 คลังและ ธปท.เห็นควรให้กำหนดกรอบเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 0.5-3.0% ต่อปี เช่นเดียวกับปีนี้

อย่างไรก็ตาม การหารือดังกล่าวเป็นข้อสรุปเบื้องต้น หลังจากนี้จะต้องมีการเสนอรายละเอียดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสนอได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ เพราะขณะนี้ต้องรอให้ทาง ธปท.ส่งเรื่องที่จะเสนอ ครม.มาให้คลังก่อน

“เนื่องจากรัฐบาลยังอยู่ ระหว่างปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนราคาตลาด และบางมาตรการจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในปีหน้า ก็เลยเห็นว่ายังไม่ควรเปลี่ยนไปใช้เงินเฟ้อทั่วไปเป็นเป้าหมาย เพราะจะผันผวนตามราคาพลังงาน” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธปท.ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงการจะนำเกณฑ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาใช้ กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแทนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีก ประมาณ 1 ปี เพื่อให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้แล้วเสร็จก่อน

ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดเช้าบวก 4.19 จุด รับ Sentiment จากตลาดตปท.หลังปัจจัยนอกปท.เอื้อรีบาวน์ตามสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี สศค.จะปรับประมาณการอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปีนี้และปีหน้าอีกครั้งใน เดือน ธ.ค. ซึ่งคงต้องดูว่ามีปัจจัยบวกหรือลบเพิ่มเติมหรือไม่

วัน ที่ 22 พฤศจิกายน ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปิดที่ระดับ 1,280.58 จุด เพิ่มขึ้น 4.19 จุด(+0.33%) มูลค่าการซื้อขาย 12,426.05 ล้านบาท โดยตลาดภูมิภาครีบาวน์ขึ้นส่วนใหญ่ตามตลาดสหรัฐฯ จากความคาดหวังเชิงบวกในการประชุมของสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ในประเด็น Fiscal Cliff และรอผลพิจารณาช่วยกรีซในวันจันทร์หน้าด้วย บ่ายนี้ตลาดโดยรวมคงเป็นลักษณะแกว่งทรงตัว พร้อมให้แนวรับ 1,273-1,275 แนวต้าน 1,282-1,285 จุด

บ้านแสนสิริยอดถล่มทลาย

 

“ความสำเร็จในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของแสน สิรินั้น นอกเหนือจากการสร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้าจนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าและ ความสามารถในการสร้างยอดขายที่สูงในอันดับต้นๆ ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว การสร้างสรรค์ผลงาน ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน รวมถึงการส่งมอบที่พักอาศัยให้กับลูกค้าตามกำหนดเวลาก็มีความสำคัญเช่นเดียว กัน โดยในปีนี้กลุ่มบริษัทแสนสิริ มีพันธกิจที่สำคัญที่จะต้องส่งมอบที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าตามสัญญาเป็น มูลค่าเกือบ 27,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดการโอนที่สูงมากในอันดับต้นๆ ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันบริษัทสามารถสร้างรายได้จากการโอนส่งมอบที่ อยู่อาศัยให้กับลูกค้าแล้วประมาณ 16,781 ล้านบาท

นายเศรษฐา  ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของแสนสิริในรอบ 9 เดือนของปี 2555 สามารถสร้างยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยรวมได้กว่า 26,349 ล้านบาท มียอดรายได้รวมกว่า 16,013 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันหรือ 9 เดือนของปีที่ผ่านมาซึ่งมีกำไรสุทธิ 951 ล้านบาท จากรายได้รวมที่ 12,886 ล้านบาท และยอดขาย 17,670 ล้านบาท

ขณะ ที่ผลการดำเนินงานเฉพาะช่วงไตรมาส 3/2555 บริษัทมียอดขายรวม 8,112 ล้านบาท รายได้รวม 5,280 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 409 ล้านบาท รวมทั้งปัจจุบัน (1 ม.ค. – 15 พ.ย.55) บริษัทสร้างยอดขายรวมได้แล้วกว่า 31,011 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2555 ซึ่งตั้งไว้ล่าสุดที่ 40,000 ล้านบาท

 

 

รวมทั้งในไตรมาสสุดท้าย บริษัทยังมีพันธกิจในการโอนส่งมอบคอนโดมิเนียมอีกประมาณ 12โครงการ มูลค่าโครงการรวม 15,302 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมั่นใจกับเป้าหมายการโอนและรับรู้รายได้ในปีนี้ว่าจะสามารถทำได้ ถึง 27,000 ล้านบาทตามที่ได้ตั้งไว้อย่างแน่นอน” นายเศรษฐา กล่าว

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทยังคง ครองยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างรอรับรู้รายได้ (Presale backlog) ในอีก 3 ปีข้างหน้าสูงถึงประมาณ 42,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งนับเป็นยอดขายล่วงหน้าที่สูงที่สุดในระบบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ไทยในขณะนี้รวมทั้งยังนับเป็นยอดรอรับรู้รายได้ที่สูงที่สุดที่บริษัทเคยทำ ได้ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจ

สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ ยังนับเป็นฤดูกาลขายที่ดี จากการที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยที่ได้เลือกหาโครงการต่างๆ มาตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับมาตรการภาษีบ้านหลังแรก ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปลายปี 2555 นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่ดียิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง

นอก จากนี้ผลจากการสร้างแบรนด์ที่ดีในช่วงที่ผ่านมายังส่งให้ลูกค้าให้ความเชื่อ มั่นในแบรนด์ที่อยู่อาศัยของแสนสิริเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ผลประกอบการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของแสนสิริสูงเป็น ประวัติการณ์อีกครั้งในช่วงสิ้นสุดปี

ข่าวธุรกิจ

ผมเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นจริงที่ว่ามันเป็นผลกระทบจากพฤติกรรมของมนุษย์และการปล่อยก๊าซคาร์บอน คุณจะรู้ว่าที่คุณรู้ว่า Mark เราไม่สามารถแสดงที่มาของเหตุการณ์สภาพอากาศใดโดยเฉพาะเพื่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สิ่งที่เราจะทราบได้อุณหภูมิทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็น 10 ปีที่ผ่านมา เราจะรู้ว่าน้ำแข็งอาร์กติกละลายหมวกเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นแม้แต่ห้าปีที่ผ่านมา เราจะรู้ว่ามีการพิเศษ – มีมีจำนวนมากผิดปกติของสภาพอากาศที่รุนแรงเหตุการณ์ที่นี่ในอเมริกาเหนือ แต่ยังทั่วโลก และฉันเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นจริงที่ว่ามันเป็นผลกระทบจากพฤติกรรมของมนุษย์และการปล่อยก๊าซคาร์บอน และเป็นผลผมคิดว่าเรามีหน้าที่ที่จะต้องชนรุ่นหลังทำอะไรกับมัน

ลืมการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นหยุด 16 ปีที่ผ่านมา หากคุณอาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งผมหวังว่าคุณมีกระเป๋าเดินทางพร้อม ฉันหวังว่าคุณไม่ได้ยักนี้ออกเพราะอาจจะร้ายแรงมากอย่างแน่นอน

คุณได้ยินฉันขวา ประธานของเราบอกกับเราดังนั้นวันนี้ เมื่อเขาถูกถามเกี่ยวกับความเชื่อ NYC นายกเทศมนตรีไมเคิล “พี่เลี้ยง” บลูมเบิร์กว่าโอบามาจะทำอะไรได้มากกว่าที่จะต่อสู้กับภาวะโลกร้อน, โอบามาทำให้มันชัดเจนว่าเขาต้องการถือขึ้นปลายของเขาจากการต่อรองราคาที่ ในความเป็นจริงเขาไปไกลเท่าที่จะบอกว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียงสิบปีที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่เขาพูดคำต่อคำ:

ในขณะที่ส่วนที่เหลือของตัวเองเรายุ่งด้วยการซื้อจักรยานคงทนประท้วงการสำรวจด้านพลังงานในทวีปอเมริกาเหนือและทำให้กองปุ๋ยหมักในสนามของเรากับทุกสิ่งที่เราไม่สามารถล้างส้วมลงกระแสต่ำของเราประธานาธิบดีโอบามาและทีมงานของเขาจะทำงาน ยากที่จะทำส่วนหนึ่งของพวกเขาโดยทำให้ไม่แน่ใจว่าเราใช้หลอดไฟผิดหรือกรอกน้ำมากเกินไป

business news

I am a firm believer that climate change is real, that it is impacted by human behavior and carbon emissions. You know, as you know, Mark, we can’t attribute any particular weather event to climate change. What we do know is the temperature around the globe is increasing faster than was predicted even 10 years ago. We do know that the Arctic ice cap is melting faster than was predicted even five years ago. We do know that there have been extraordinarily — there have been an extraordinarily large number of severe weather events here in North America, but also around the globe. And I am a firm believer that climate change is real, that it is impacted by human behavior and carbon emissions. And as a consequence, I think we’ve got an obligation to future generations to do something about it.

Forget the study that showed how global temperatures stopped rising 16 years ago. If you live near a coast, I hope you have a go bag ready. I hope you’re not shrugging this off, because this could be very serious indeed.

You heard me right. Our  president told us so today. When he was asked about NYC Mayor Michael “Nanny” Bloomberg’s belief that Obama would do more to fight global warming, Obama made it clear he’d hold up his end of that bargain. In fact, he went so far as to say that temperatures are rising even faster than predicted just ten years ago. Here’s what he said, verbatim:

While the rest of us busy ourselves by purchasing durable bicycles, protesting energy exploration in North America, and making compost heaps in our backyards with all the stuff we can’t flush down our low-flow toilets, President Obama and his team will be working hard to do their part by making sure none of us are using the wrong light bulbs or flushing too much water.

Revenue decline in 55 years

“During the past, we need to set aside about 140 million, it is the slow import by China. Therefore, the revenue and profit of the company declined. However, since the fourth quarter.
So far this year, the situation will improve, “said Tony said.

For the year 2556, the company expects revenue to grow up to around 6 billion, while net profit margin (Net Profit Margin) is 6.5% of normal is about 4.5%.
This is due to a combination of factors, including driving, warehouse and dock project will help to reduce the cost of logistics in the annual average of 100 million Baht

Mr Phanom said. Next year the company plans to expand its market to India.
Currently, the majority of exports to China. The future may be other markets such as Japan, Philippines, Vietnam, etc., which will make the money. In two years from the sale of coal in 50% and 50% of domestic sales, export sales this year, with approximately 20-25% of the sales in the country.

By pushing it to the international market. Encouraging results for AGE. Improved. Due to the use of coal in the country is relatively small, the growth rate is only 5-10% per year.

The demand is likely to increase since the fourth quarter. As the winter. Therefore, China has to be ordered in order to be active. Meanwhile, the trend of rising coal prices next year is likely. Run up to around $ 90 per tonne, up from the current approximately $ 80 per ton to give direction to improve performance. It is expected that the amount of coal will increase next year to 2.2 million tonnes from 1.6 million tonnes this year is about.

Plans for expansion abroad. Currently in the process of setting up a subsidiary in Indonesia by
AGE owns 100% share capital of U.S. $ 2.4 million. Which is expected to complete later this year.

By setting up the company. Intended to support the mining business in Indonesia.
Which the investment is likely to buy the mine. Or a company engaged in the coal business. While this is still under negotiation. If the deal invested around U.S. $ 1-2 billion is needed to raise capital. Or loan. I have enough liquidity.

Mr.Panom should Eternity Managing Director Asia Green Energy Public Company Limited () (AGE), importer and distributor of bituminous coal. (Clean coal) said. The company expects revenue this year to be in the range of approximately 4.5 to 4.7 billion, down slightly from last year’s revenue of 5.2 billion Baht

The net profit is expected to fall slightly to 10 million baht in the first half, the company has set aside thousands Stock of coal 140 million with China, which is the main partner imported coal reduced the impact. AGE directly.

“In recent years, coal mine and Companies doing business in Indonesia, close to town. Because coal prices dropped sharply from about 140 dollars per tonne to about $ 80 per ton, so this step is considered to be a golden opportunity for us to go into negotiations with these companies.
As well as other countries that might not have a problem with. The next year, we believe that coal can be recovered. Of the contract price is very likely, “said Tony said.

รายได้ลดลงในปี55

“ช่วงที่ผ่านมาเราต้องตั้งสำรองประมาณ 140 ล้านบาท แถมเป็นช่วงที่จีนชะลอการนำเข้าถ่านหินด้วย ดังนั้นจึงทำให้รายได้และกำไรของบริษัทปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4
นี้ จนถึงปีหน้าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น”นายพนมกล่าว

สำหรับ ปี2556 บริษัทคาดว่ารายได้น่าจะเติบโตดีขึ้นอยู่ที่ราว6 พันล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin)จะอยู่ที่6.5% จากปกติที่อยู่ประมาณ 4.5%
ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยบวกผลักดัน ได้แก่ โครงการคลังสินค้า และท่าเรือ ที่จะช่วยให้สามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์เฉลี่ยปีละ100 ล้านบาท


นายพนมกล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศอินเดียเพิ่ม
จาก ปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ส่งออกไปในประเทศจีน และอนาคตอาจจะเจาะตลาดอื่นๆเช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้โครงสร้างรายได้ ใน2ปีข้างหน้ามากจากการขายถ่านหินในประเทศ 50% และขายในประเทศ 50% จากปีนี้ที่มียอดขายต่างประเทศราว 20-25%  ที่เหลือเป็นยอดขายในประเทศ

โดย การผลักดันไปสู่ตลาดต่างประเทศนั้น จะส่งเสริมให้ผลประกอบการAGE ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการใช้ถ่านหินในประเทศมีอัตราการเติบโตค่อนข้างน้อย อยู่ที่ปีละ 5-10% เท่านั้น

รวมถึง ความต้องการถ่านหินมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นนับตั้งแต่ไตรมาส4 เนื่องจากเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาว ดังนั้นประเทศจีนจึงน่าจะสั่งออร์เดอร์เข้ามาอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันประเมินว่าแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของราคาถ่านหินในปีหน้ามีโอกาส วิ่งขึ้นไปถึงราว 90 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 80 เหรียญต่อตัน ช่วยให้ทิศทางผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าปริมาณขายถ่านหินในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ล้านตัน จากปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านตัน

สำหรับแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย โดย
AGE ถือหุ้น 100% ทุนจดทะเบียน 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าเสร็จช่วงปลายปีนี้

โดยการตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้น มีจุดประสงค์เพื่อรองรับต่อการทำธุรกิจเหมืองแร่ในอินโดนีเซีย
ซึ่ง แนวทางการลงทุนนั้นอาจเป็นไปได้ทั้งการซื้อเหมือง หรือซื้อบริษัทที่ประกอบธุรกิจถ่านหิน โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา และหากดีลดังกล่าวใช้เงินลงทุนราว 1-2 พันล้านบาท ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุน หรือกู้เงินเพิ่ม เพราะมีเงินสภาพคล่องเพียงพอ

นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน)(AGE) ผู้นำเข้า และจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด)กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้ทั้งปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับราว 4.5-4.7 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่มีรายได้ 5.2 พันล้านบาท

ขณะ ที่กำไรสุทธิคาดว่าจะติดลบเล็กน้อยราว 10 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้ตั้งสำรองขาดทุนสต็อกถ่านหิน 140 ล้านบาท ประกอบกับประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักนำเข้าถ่านหินลดลงจึงส่งผลกระทบต่อAGE โดยตรง

“ในช่วงที่ผ่านมาเหมืองถ่านหินและ บริษัทที่ทำธุรกิจนี้ในอินโดนีเซียปิดตัวไปหลายแห่ง เพราะราคาถ่านหินปรับตัวลดลงแรงจาก ประมาณ140 เหรียญต่อตัน มาอยู่ที่ราว 80 เหรียญต่อตัน ดังนั้นจังหวะนี้จึงถือเป็นโอกาสทองที่เราจะเข้าไปเจรจากับบริษัทเหล่านี้
รวม ถึงบริษัทอื่นๆในประเทศที่อาจจะไม่ได้ประสบปัญหาด้วย เพราะปีหน้าเรามองว่าธุรกิจถ่านหินจะเริ่มฟื้นตัว จากสัญญานราคาที่มีแนวโน้มดี”นายพนมกล่าว

Oil price

Oil prices rebounded from high fueled atmosphere of traded on exchanges. Investors were busy in the last days before the armistice lines make the selection. The leaders of the United States. As a result, the Dow Jones industrial index rose 133.24 points to close at 13,245.68 points.

The hardware and energy stocks rose ahead. Confidence of investors that Mr. Messerschmitt Romney candidacy for U.S. President. Republican Party a chance to win. The policy is meant to highlight the use of energy from fossil fuels. And as a result, are buying more oil into the market. However, analysts concluded that Regardless of the election results to come in any form. It will be beneficial to the market. The direction of growth of the U.S. economy will be more clear.

- Maintenance of the unit, the largest refinery with a capacity of 3.37 lakh barrels per day. BP Refinery (BP) and stop the production of the Indiana refinery Bay Way of 2.38 lakh barrels per day from the effects of Hurricane Sandy. Crude is expected to deliver increased protection phishing. Cause the spread between Brent crude and West Texas stretch more and boost the price of gasoline in the U.S. market. To increase.

- The EU’s services sector index (PMI) service menstruation. York. Fell to 45.7 from 46.1 in September is the ninth month of the index level is 50 or lower indicates contraction. of the service sector. Expected by economists that there is a strong chance that the European Central Bank to cut rates. Interest to reach as low as 0.5% in early next year.

- At the top of Germany’s factory orders for October. York. Reduced as well. Orders from foreign and domestic growth was negative 4.5%, down 1.8%.

- The United States energy market Petroleum Institute (API) reported U.S. crude inventories as at 2 November 55 decreased to 27,000 barrels of Reuters survey expected to increase by 1.8 million barrels now. The amount of gasoline inventories fell 1.0 million barrels and gasoline fell 1.5 million barrels.
Gasoline. Oil prices rise over Dubai. Driven by the tight supply situation in the United States. With the demand for imports of Indonesian

Diesel. The increase in crude oil prices. However, the volume of oil in the market increases. While there is not much demand.

Crude oil prices in the short term, and factors to watch.

The movements of Brent crude oil prices this week from 105 to 113 dollars per barrel while West Texas 82-90 dollars to the debt of Spain and Greece. Tensions in the Middle East and the impact of Hurricane Sandy. And the appointment of the new leader of China. And the European Central Bank this week. Today marked the election for President of the United States. It’s official.

- Economic data this week, including the following.
Wednesday: industrial production of Germany.
Thursday: Most of the unemployed who receive benefits. Including imports – exports of Germany. Greece’s unemployment rate.
Friday: The sense of the consumer economy. The industrial production of French. Inflation. Industrial production. And retail sales of China.
Saturday: imports – exports of China.

- Observers that China will announce more stimulus or not. After you have chosen a new leader in this November 8.
- The European Central Bank on Nov. 8 that the bank is expected to keep interest rates low until the economy. EU to recover.
- The decision by the European Union for financial support of Spain, which will lead to the start. Spanish government bond purchases by the European Central Bank, which is expected in November
- The decision to grant Greece the next installment of the EC / ECB / IMF with Greece’s financial results are reported in this week.
- The effects of hurricane winds struck the sandy east coast of the U.S. state. Economy and oil demand, which is expected to fall short. But recovered again due to the need to repair the damage.
- The conflict between Iran and the West on its nuclear program. And border tensions between Syria and Turkey. General concerns about tight supply.

ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นสูงจากแรงหนุนของบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นที่ นักลงทุนคึกคักเป็นพิเศษในวันสุดท้ายก่อนกำหนดเส้นใต้ชี้ชะตาศึกการเลือก ตั้งผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีอุตสหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 133.24 จุด ปิดที่ 13245.68 จุด

โดยราคาหุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์และกลุ่มพลังงานปรับเพิ่มขึ้นล่วงหน้า จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันมีโอกาสได้รับชัยชนะ ซึ่งนั้นหมายถึงการดำเนินนโยบายที่เน้นการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดน้ำมันมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ลงความเห็นว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบใด ก็จะส่งผลดีต่อตลาด เนื่องจากทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีความชัดเจนมากขึ้น

 

- การปิดซ่อมบำรุงรหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดที่มีกำลังการผลิต 3.37 แสนบาร์เรลต่อวัน ของโรงกลั่นบีพี (BP) ที่อินเดียนา และการหยุดการผลิตของโรงกลั่นเบย์เวย์ขนาด 2.38 แสนบาร์เรลต่อวันจากผลกระทบของเฮอร์ริเคนแซนดี้ คาดว่าจะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่จุดส่งมอบคุชชิ่งเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสถ่างกันมาก ขึ้น และช่วยหนุนราคาน้ำมันเบนซินในตลาดสหรัฐฯ ให้ปรับเพิ่มขึ้น

 

- ดัชนีภาคการบริการของสหภาพยุโรป (PMI) ประจำเดือนต.ค.ปรับลดลงเหลือ 45.7 จาก 46.1 ในเดือน ก.ย. นับเป็นเดือนที่ 9 ต่อเนื่องที่ดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 หรือหมายถึงการหดตัวของภาคบริการ โดยกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์คาดว่ามีโอกาสอย่างมากที่ธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตรา ดอกเบี้ยลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 0.5% ในช่วงต้นปีหน้า

 

- ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนีเดือนต.ค.ลดลงเช่นกัน จากยอดคำสั่งซื้อต่างประเทศที่เติบโตติดลบ 4.5% และภายในประเทศลดลง 1.8%

 

- หลังปิดตลาดสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ วันที่ 2 พ.ย. 55 ปรับตัวลดลง 27,000 บาร์เรล  สวนทางกับผลสำรวจรอยเตอร์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล และน้ำมันดีเซลปรับลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดูไบ จากแรงหนุนของสถานการณ์อุปทานตึงตัวในสหรัฐฯ ประกอบกับมีความต้องการนำเข้าจากอินโดนีเชีย

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามมีปริมาณน้ำมันดีเซลเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่อุปสงค์ยังมีไม่มากนัก

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 105 – 113 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 82 – 90 เหรียญฯ ติดตามสถานการณ์หนี้สเปนและกรีซ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ พร้อมทั้งการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของจีน และการประชุมธนาคารกลางยุโรปในสัปดาห์นี้ สำหรับวันนี้จับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะทราบอย่างเป็นทางการ

 

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันพุธ : การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี
วันพฤหัสฯ : ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน รวมถึงยอดการนำเข้า-ส่งออกของเยอรมนี และอัตราการว่างงานของกรีซ
วันศุกร์ : ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส อัตราเงินเฟ้อ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดขายปลีกของจีน
วันเสาร์ : ยอดการนำเข้า-ส่งออกของจีน

 

- จับตาว่าจีนจะมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากที่จะมีการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ในวันที่ 8 พ.ย.นี้
- การประชุมธนาคารกลางสหภาพยุโรปในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่ตลาดคาดว่าธนาคารน่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจ สหภาพยุโรปจะฟื้นตัว
- การตัดสินใจขอเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปของสเปนซึ่งจะนำไปสู่การเริ่มเข้า ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสเปนโดยธนาคารกลางยุโรปซึ่งคาดว่าจะเป็นเดือน พ.ย.
- การตัดสินใจให้เงินช่วยเหลืองวดถัดไปแก่กรีซจาก EC/ECB/IMF ขึ้นกับผลการตรวจสอบสถานะการเงินของกรีซที่จะรายงานในช่วงสัปดาห์นี้
- ผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ที่พัดถล่มหลายรัฐทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจและการความต้องการใช้น้ำมันซึ่งในช่วงสั้นคาดว่าจะปรับลดลง แต่จะฟื้นกลับมาอีกครั้งเนื่องจากความต้องการเพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่ เกิดขึ้น
- ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ และความตึงเครียดบริเวณชายแดนระหว่างซีเรียและตุรกี ที่สร้างความกังวลในเรื่องอุปทานตึงตัว