ตลาดหุ้นส่อแนวฟื้นตัวระยะสั้น

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.3330/32 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/8) ที่ระดับ 1.3366/69 ดอลลาร์/ยูโร เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับมาตรการชะลอโครงการเข้าซื้อ สินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนหน้า นอกจากนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ลงมาต่ำกว่าระดับ 1.3300 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากตัวเลขอัตราการว่างงานของเยอรมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 5,000 ตำแหน่ง แสดงถึงความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของภาคแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายตลาดค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้รับแรงหนุน จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอิตาลีเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.3 จากระดับ 97.3 และมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 97.8 ทั้งนี้ ในระหว่างวันกรอบการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3252-1.3345 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.3267/69 ดอลลาร์/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 97.78/80 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (22/8) ที่ 97.35/36 เยน/ดอลลาร์ จากการทำกำไรของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการเข้ามาถือครองมากขึ้นของนักลงทุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังจากมีความกังวลว่าสหรัฐอาจจะดำเนินมาตรการทางทหารต่อประเทศซีเรีย นอกจากนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและขึ้นมายืนเหนือ ระดับ 98.00 เยน/ดอลลาร์ มีกรอบการเคลื่อนไหวของระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 97.26-98.43 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.13/15 เยน/ดอลลาร์

อนึ่ง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 7.00% ตามการคาดการณ์ของนักลงทุน เพื่อปกป้องค่าเงินหลังจากที่ค่าเงินรูเปียห์ที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงที่ ผ่านมา

ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการผู้ว่างงานประจำสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสสองของสหรัฐ (GDP), อัตราเงินเฟ้อ, อัตราการว่างงานของกลุ่มยูโรโซน และประเทศอิตาลี

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 ส.ค. ดัชนีฟื้นขึ้นหลังจากที่นักลงทุนกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง เพราะตลาดได้ปรับตัวลดลงมากแล้วในช่วงสิบวันที่ผ่านมา (15-28 ส.ค.)

อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่มีประเด็นใหม่ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปต่อได้มากนัก ตรงกันข้ามแรงกดดันในต่างประเทศ เช่น กรณีที่ซีเรียที่ใช้ความรุนแรงด้วยการปล่อยอาวุธเคมีในสงครามกลางเมือง ได้ส่งผลให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรออกมาหารือเพื่อหาทางตอบโต้ ซึ่งทำให้เกิดความอึมครึมทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าจะมีการลดอัดฉีดเงินตามมาตรการทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ก็ถือเป้นประเด็นที่สร้างแรงถ่วงให้กับการลงทุนด้วย

ดังนั้น ในวันที่ 30 ส.ค.ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและค่อนข้างเปราะบาง โดยมีแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300-1,315 จุด แนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวัง

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์เผยตัวเลขดัชนี

สำหรับ ด้านตลาดหุ้น นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยถึง ผลสำรวจความเห็นแนวโน้มการลงทุนในปีนี้ของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ รวม 17 แห่ง ครั้งที่ 1/56 ว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯในปีนี้อยู่ที่เฉลี่ย 1,704 จุด สูงสุดนับจากวิกฤตต้มยำกุ้ง โดยมีนักวิเคราะห์ให้ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ระดับ 1,850 จุด และสิ้นปีนี้จะอยู่ที่เฉลี่ย 1,625 จุด

โดยปัจจัยบวกที่หนุนการลงทุน ได้แก่ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านบาท, การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 20% จากปัจจัยการบริโภคในประเทศที่แข็งแกร่งและการลงทุนภาคเอกชนและรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับการปรับการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขึ้นมาอยู่ที่ 4.9% พร้อมทั้งคาดปีนี้นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิต่อเนื่องเฉลี่ย 2.7 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากธนาคารกลางหลายประเทศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินทั่วโลก

ปัจจัย เสี่ยงต่อการลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หากดัชนีปรับขึ้น 1,700 จุด ค่าพี/อีของตลาดหุ้นปรับขึ้น 16 เท่า, ความเสี่ยงวิกฤตยูโรโซน และการเมืองไทย อาทิ ประเด็น พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทที่อาจล่าช้าหรือการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี

นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 1/56 มูลค่าการซื้อขาย (วอลุ่ม) ตราสารหนี้ในตลาดรองอยู่ที่ 6.02 ล้านล้านบาท โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น พันธบัตร ธปท. แต่มีนักลงทุนสนใจซื้อขายตราสารหนี้ (บอนด์) ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามคาดการณ์ของตลาดที่มองทิศทางอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศมีโอกาสปรับตัวลดลง ส่งผลให้มูลค่าซื้อขายตราสารหนี้ระยะยาวในตลาดรองมีมูลค่าวันละ 34,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนยอดถือครองตราสารหนี้รวมอยู่ที่ 8.64 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากสิ้นปีก่อน

ขณะที่การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในไตรมาสแรกนี้ ยังมียอดซื้อสุทธิกว่า 2.81 แสนล้านบาท และ ณ สิ้น มี.ค.นี้ มียอดถือครองตราสารหนี้อยู่ที่กว่า 8.5 แสนล้านบาท เติบโต 20% จากสิ้นปีก่อนหน้าโดยการถือครองตราสารหนี้โดยต่างชาติ 73% เป็นตราสารหนี้ระยะยาว ส่วนความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ยังอยู่ในกรอบแคบ

“แนวโน้ม 3 ไตรมาสที่เหลือ น่าจะมีหุ้นกู้ใหม่ออก 3 แสนล้านบาท ถ้าไม่มี QE3 เงินต่างชาติยังไหลเข้ามาเรื่อยๆ และถ้าดอกเบี้ยคงที่ จะหนุนออกหุ้นกู้เพิ่มได้อีก 1-1.2 แสนล้านบาท”นายนิวัฒน์ กล่าว

ด้านนายบัณฑิต นิจถาวร ประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลง ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม 3 เม.ย.นี้ และยังมีแนวโน้มที่อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศจะร้อนแรงเพิ่มขึ้น

สำหรับคำแนะนำลงทุนหุ้นหรือกองทุนหุ้น ควรลดสัดส่วนเหลือ 40% ของมูลค่าพอร์ตลงทุน และเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นหรือกองหุ้นในต่างประเทศเป็น 12% โดยรอจังหวะตลาดปรับฐานลงและเลือกหุ้นพื้นฐานดีและมีผลตอบแทนเงินปันผลสูงสม่ำเสมอ โดยกลุ่มหุ้นที่มีกำไรเติบโตดี 3 อันดับแรก คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เติบโตเฉลี่ย 37.41%, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์โตเฉลี่ย 33.42% และ 3.กลุ่มธนาคารพาณิชย์โต 24.84%

ราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัว

น้ำมันทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

กรอบ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้เบรนท์ 105-112 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส  92-97 เหรียญ ติดตามการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิตาลี และจับตาตัวเลขเศรษฐกิจ สำคัญคืนนี้ ได้แก่ดัชนีราคาผู้บริโภค ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจยูโรโซน ยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันอังคาร :  ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีราคาบ้านสหรัฐฯ (S&P/CS)
วันพุธ : ดัชนีราคาผู้บริโภค ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจยูโรโซน ยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนี (GfK)
วันพฤหัส : จีดีพีไตรมาส 4 (Final) และยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตของเมืองชิคาโก ตัวเลขการจ้างงานเยอรมนี
วันศุกร์ : ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ (ม.มิชิแกน)  รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลสหรัฐฯ

 

- จับตาความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลของอิตาลี หลังในวันที่ 20-21 มี.ค.ประธานาธิบดีได้เรียกประชุมกับสมาชิกสภาเป็นครั้งแรกเพื่อพยายามจัด ตั้งรัฐบาล หากไม่สำเร็จ อาจทำให้อิตาลีต้องมีการแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
- ติดตามการชำระหนี้ของไซปรัส หลังได้รับเงินช่วยเหลือมูลค่า 10,000 ล้านยูโรจาก ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป
- ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในซีเรียหลังมีการยิงระเบิดที่หลายฝ่ายสงสัยว่ามี ส่วนผสมของอาวุธเคมีซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยล่าสุดทั้งรัฐบาลและกลุ่มผู้ต่อต้านเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามาตรวจ สอบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

 

+ ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อน จากยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนดัชนีราคาบ้านสหรัฐฯ และดัชนีภาคอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น โดยที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 5.7 เปอร์เซนต์จากเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะการขยายตัวยานพาหนะ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดจะขยายตัวเพียง 3.5% ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ปริมาณการค้าของอิเล็กโทรนิคส์เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซนต์จากปริมาณเฉลี่ยสามเดือน แม้ว่ายอดขายบ้านใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ ปรับลงลด 4.6เปอร์เซนต์จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 411,000 ยูนิต

 

+ จากการที่ไซปรัสสามารถระดมทุน 5,800 ล้านยูโร ตามข้อเสนอของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จนได้รับเงินช่วยเหลือ10,000 ล้านยูโรทำให้สถานการณ์ในไซปรัสที่คลี่คลายไปในทางที่ดี และจากตัวเลขเศรษฐกิจทีดีของสหรัฐฯข้างต้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

- สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 3.7ล้านบาร์เรลจากที่คาดการณ์ไว้ 700,000 บาร์เรล สวนทางกับปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปรับลดลง 2 ล้านบาร์เรล และ19 ล้านบาร์เรลตามลำดับแม้โรงกลั่นจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นถึง 1.8 เปอร์เซนต์ก็ตาม

 

- จากตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นในด้านบน และการเพิ่มปริมาณการขนส่งทางท่อของน้ำมันภายในประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลต่อส่วนต่างของเบรนท์และเวสต์เท็กซัสลงมาที่ 12.52 เหรียญต่อบาร์เรล

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากการคาดการณ์ว่าความต้องใช้น้ำมันเบนซินของอเมริกาจะเพิ่มขึ้น ท่ามกลางช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในภูมิภาค ถึงแม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคจะลดลงก็ตาม

 

ราคาน้ำมันมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนามลดลง รวมไปถึงจีนและอินเดียส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้นด้วย

 

 
- ติดตามเหตุยิงระเบิดจากฉนวนกาซาร์เข้ามายังอิสราเอลระหว่างการเยือนของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าเป็นการเยือนเพื่อสมานความสัมพันธ์มากกว่าที่จะเป็นการ เสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

วิเคราะห์ตลาดหุ้น

กำไรที่ค่อนข้างกว้างตามวันที่มีหุ้นทางเศรษฐกิจที่ มีความสำคัญทำงานได้ดีที่สุด หุ้นการเงินโพสต์กำไรที่ใหญ่ที่สุดตามด้วยพลังงานและวัสดุ ขณะเดียวกันภาคการป้องกันแบบดั้งเดิมเช่นสาธารณูปโภค, staples ของผู้บริโภคและการดูแลสุขภาพพยายาม

สะท้อน แนวโน้มที่ธนาคารแห่งอเมริกา (BAC) เป็นดีที่สุดที่มีประสิทธิภาพองค์ประกอบดาวโจนส์ตามโบอิ้ง (BA) JP Morgan Chase (JPM) และโค (AA)

ใบปะเศรษฐกิจเต็ม

คดีของกิจกรรมทาง เศรษฐกิจเป็นอย่างเต็มรูปแบบในวันพฤหัสบดีที่พบด้วยรุ่นที่ข้อมูลหลายและการ ตัดสินใจของธนาคารกลาง ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ kicked off วันโดยถืออัตราดอกเบี้ยและขนาดของโปรแกรมมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณคงที่ของ ตนตามที่คาดไว้ ธนาคารกลางยุโรปยังถืออัตราคงที่หลัก

ECB ได้รับหนึ่งในสถาบันของรัฐชั้นนำมีวัตถุประสงค์เพื่อหมองคล้ำวิกฤตหนี้ยูโร โซนของโดยถืออัตราดอกเบี้ยต่ำและการใช้โปรแกรมการให้กู้ยืมหลายพิเศษเพื่อ ช่วยให้ธนาคารทั่วหมู่ 17 สกุลเงินสมาชิก

บนด้านหน้าของสหรัฐสหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่ม ขึ้นเป็น $ 44500000000 ในเดือนมกราคมจาก 38100000000 $ ในเดือนธันวาคม นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะทำให้เกิดช่องว่างที่เพิ่มขึ้นถึง $ 42600000000 ตัวเลขช่องว่างทางการค้าโดยตรงในการคำนวณของผลิตภัณฑ์ในประเทศไตรมาสแรกกำไร ขั้นต้น – ขนาดใหญ่การขาดดุลมากขึ้นก็ลากลงการเจริญเติบโต แน่นอน, Barclays สับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจุด 0.2 เปอร์เซ็นต์ถึง 1.6% อยู่กับข้อมูล

ใน ขณะเดียวกันการให้คำปรึกษาทั่วโลก outplacement ชาเลนเจอร์สีเทา & คริสต์มาสกล่าวว่านายจ้างตัด 55,356 งานในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 37% จาก 40,430 ในเดือนมกราคม ลดงานวางแผนเพิ่มขึ้น 7% จากเดือนเดียวกันในปี 2012 กรมแรงงานรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 7,000 ถึง 340,000 ลดลงเป็นสัปดาห์ที่สองตรง นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะอ้างว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 355,000 การเรียกร้องอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเป็น 3,094,000 จาก 3,091,000 สัปดาห์ก่อน

ตาม การคำนวณเบื้องต้นเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 33.25 จุดหรือ 0.23% ปิดที่ 14,329.64, ดัชนี S & P 500 เพิ่มขึ้น 2.85 จุดหรือ 0.18% ปิดที่ 1,544.31 และ Nasdaq ปิดรับ 9.73 จุดหรือ 0.30%, 3232.09

เฉลี่ยมาตรฐานที่ดินอีกครั้งที่ระดับที่มองไม่เห็นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2007 เป็น Wall Street ยังคงฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน ตลาดที่กว้างขึ้นได้ทำให้การเคลื่อนไหวสูงเช่นกันแม้ว่ากว้าง S & P 500 พยายามที่จะรับโมเมนตัมในวันพุธที่ มันเป็นความคิดฟุ้งซ่านซื้อขายที่ห้าปี แต่ยังคงมีประมาณ 1.5% ไปก่อนกดปุ่มบันทึกของ

 

รายงานการจ้างงานที่สำคัญทั้งหมดรายเดือนสำหรับเดือนกุมภาพันธ์มีกำหนดจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันศุกร์ที่

ใน ข่าวสารขององค์กร, Time Warner (TWX) กล่าวว่ามันจะหมุนออกเวลา, Inc ซึ่งเป็นหนึ่งใน บริษัท ที่ใหญ่ที่สุดสำนักพิมพ์อเมริกันเป็น บริษัท ที่สาธารณชนซื้อขายของตัวเอง รอยัลแบงก์ออฟสกอตแลนด์ (RBS) กล่าวว่าบริการธนาคารที่ได้รับการ “หยุดชะงัก” ข้ามคืน แต่การแก้ไขโดยวันพฤหัสบดีเช้าเวลานิวยอร์ก

ชุมนุมน้ำมัน

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวัน สัญญามาตรฐานปีนขึ้นไปสหรัฐ $ 1.13, 1.3% ปิดที่ 91.56 $ บาร์เรล น้ำมันเบนซินใหม่ขายส่ง York Harbor ลดลง 0.04% เป็น 3.123 $ แกลลอน ปีนขึ้นไปทอง 20 เซนต์หรือ 0.01% ปิดที่ $ 1,575 ทรอยออนซ์

ตลาดต่างประเทศ

ยูโร STOXX 50 ขึ้นไป 0.41% 2691, อังกฤษดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 0.18% เป็น 6439 และเยอรมัน DAX inched ขึ้น 0.26% เป็น 7940

ในเอเชียญี่ปุ่น Nikkei 225 ขยับขึ้น 0.3% เป็น 11,968 และจีนฮั่งเส็งลดลง 0.03% เป็น 11,968

ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

 

ภาษีการค้าจะกำหนดเป้าหมายนักเก็งกำไรที่สร้างความผันผวนโดย “พลิกหุ้นพันครั้งต่อนาที” DeFazio กล่าว ภายใต้และวัด Harkin ของเขาภาษีสามร้อยจะถูกเรียกเก็บจากการทำธุรกรรมทางการเงินทุก $ 100

proponents มันบอกว่าภาษีกำหนดความรับผิดชอบให้กับอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นส่วน ใหญ่สำหรับวิกฤตการเงิน 2008, Wall Street ลงโทษในทางสำหรับการกระทำของพวกเขาประวัติศาสตร์

“มี อะไรบางอย่างที่จำเป็นในการได้รับการลงจำนวนของการทำธุรกรรมคอมพิวเตอร์ที่ มีการวาง” ชาร์ลส์ Geisst ศาสตราจารย์ของกระทรวงการคลังที่แมนฮัตตันวิทยาลัยที่ได้ประพันธ์หนังสือ หลายเล่มเกี่ยวกับ Wall Street และประวัติทางการเงินกล่าวว่า “ผมคิดว่านี้เป็นวิธีที่ดีที่จะทำ.”

ที่ เขาเรียกว่าการซื้อขาย algo “ร่อแร่ที่ดีที่สุด” และบอกว่าภาษีธุรกรรมจะโยน “ประแจลิง” ในวันนี้ที่มีเทคโนโลยีสูงโครงสร้างตลาดความเร็วสูง

“ควบ คุมไม่มีความสามารถในการหาหรือเงินเพื่อตรวจสอบชนิดของการซื้อขายคลั่งว่า” Geisst กล่าวว่าดังนั้นภาษีจะให้หน่วยงานกำกับดูแลมีโอกาสที่จะชะลอตัวธุรกิจการค้า เหล่านั้นระเหยโดยไม่ต้องตรวจสอบตลาดบนพื้นฐานที่สองโดยที่สอง

“มันเป็นวิธีที่ต่ำเทคโนโลยีฉลาดในการแก้ปัญหาที่มีเทคโนโลยีสูงจนกว่าจะมีคนมากับบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกัน” Geisst กล่าว

หากภาษีพิสูจน์ความสำเร็จที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นคือมันสร้างเงินบางส่วนให้กับรัฐบาลที่เขากล่าวว่า

ของศูนย์ที่ไม่มีโอกาสที่มันจะผ่าน

 

จะ ย้ายพรรคประชาธิปัตย์ทอม Harkin และปีเตอร์ DeFazio เชื่อว่าจะยก $ 352,000,000,000 สำหรับรัฐบาลในทศวรรษต่อไปในขณะที่ลดการซื้อขายความถี่สูง (HFT) โทษสำหรับความไร้ประสิทธิภาพมักจะกว้างขวางภายในโครงสร้างตลาด

บิลฝ่ายตรงข้ามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เตือนภาษีร่มสามารถหยดลงไปนักลงทุนรายย่อยและกองทุนรวมในขณะเดียวกันการลงทุนท้อใจ พวกเขาให้เหตุผลสำหรับมาตรการน้อยในวงกว้างเพื่อกั้น HFT เช่นค่าธรรมเนียมการยกเลิกการ

“ผมไม่คิดว่านี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาใด ๆ ที่ความถี่สูง มันก็จะเจ็บตลาดโดยรวม. “เดนนิสดิ๊กผู้ประกอบการค้าที่เสาเทรดดิ้ง Bright และที่ปรึกษาโครงสร้างตลาดกล่าวว่า

ภาษี ธุรกรรมได้รับการลอยในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหลายปีท่ามกลางการเจริญเติบโต พุ่งสูงขึ้นจากการซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ แต่ล้มเหลวที่จะได้รับอย่างมีนัยสำคัญใด ๆ ฉุด ฝ่าย นิติบัญญัติถูกสดชื่นในเดือนมกราคมเมื่อรัฐมนตรีสหภาพยุโรปได้รับการอนุมัติ เงินทุนภาษีธุรกรรมในประเทศเยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปนและเจ็ดประเทศยูโรโซนอื่น ๆ

กฎหมาย ของสหภาพยุโรปดังนี้อากรแสตมป์ภาษีของสหราชอาณาจักรสำรองดำเนินการในปี 1986 ซึ่งกำหนดภาษีการทำธุรกรรมไร้กระดาษและมาบาง 40 ปีหลังจากสหรัฐเศรษฐศาสตร์เจมส์โทบินแรกลอยความคิด สัปดาห์ ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปภาษีข้าราชการ Algirdas Semeta สนับสนุนผู้สนับสนุนสหรัฐในการติดตามความพยายามของพวกเขาอ้างว่าภาษีธุรกรรม ทั่วโลกในที่สุดจะเป็นจริง

Harkin และ DeFazio เมื่อปลายเดือนมกราคม touted ตัดสินใจของสหภาพยุโรปและกล่าวว่าพวกเขาวางแผนที่จะรื้อฟื้นการเรียกเก็บ เงินภาษีของพวกเขาใน “สัปดาห์ที่ผ่านมา.” จัดตั้งภาษีที่คล้ายกันในยุโรปพวกเขากล่าวว่าทำให้มันยากขึ้นสำหรับผู้ค้า สหรัฐที่จะข้ามไปต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงมัน .

“ภาษีธุรกรรมทางการเงินของเราควรจะไม่มีเกมง่ายๆ” DeFazio กล่าว “ในเดือนที่ผ่านมาประเทศของเราจะต้องมีการตัดสินใจที่ยากที่จะได้รับกลับมาบนเกาะการคลังเสียง.”

ทางต่ำเทคนิคการแก้ปัญหา High-Tech

 

เท รดเดอร์ แต่ไม่เปิดเผยว่าความกระตือรือร้นเดียวกันเถียงภาษีจะเป็น “ความผิดพลาดใหญ่” นำไปสู่ผลที่ไม่ตั้งใจในขณะที่ไม่ได้รับการปัญหาหลัก

ในความเป็นจริงพวกเขาคิดว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะผ่านที่ทั้งหมดจะไม่สามารถได้รับการสนับสนุนมากพอที่ทั้งสองด้านของทางเดิน

“มีศูนย์ให้โอกาสไม่มี” มันผ่านโจ Saluzzi ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนการค้ากล่าวว่า Themis

Saluzzi และเทรดดิ้ง Bright ดิ๊กยอมรับว่าการซื้อขายความถี่สูงมีข้อบกพร่อง แต่พวกเขาเชื่อว่าภาษีเพียงจะกีดกันการลงทุนในทั่วไป มีวิธีที่ดีกว่าไกลเพื่อจัดการกับปัญหาที่พวกเขากล่าวรวมทั้งการดำเนินการค่าธรรมเนียมในการยกเลิกคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับคำสั่งเป็น

“ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะโจมตีการซื้อขายความถี่สูง – ความคิดคาสิโนระยะสั้น – คุณไม่ทำมันด้วยภาษี” Saluzzi กล่าว

เนื่อง จากความเร็วเลี่ยงการทำธุรกรรมคอมพิวเตอร์พ่อค้าความถี่สูงอยู่ที่ประมาณ เพื่อยกเลิก 99% ของคำสั่งของพวกเขาอุดตันและ bogging ลงตลาดด้วยการสั่งซื้อที่ไม่เคยเต็มไป

ภายใต้ค่าบริการที่เรียกว่ากำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นหลักจะออกคำสั่งให้ทุกคนที่ต้องจ่ายค่าสำหรับการยกเลิกการทำธุรกรรม Saluzzi ที่เปรียบเทียบมันกับแผนข้อมูลร์ทโฟนที่มีราคาแพงมากขึ้นจะกลายเป็นมากขึ้น กิกะไบต์มีการใช้บอกว่ามันจะกระทบโดยตรงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายความ ถี่สูง

กฎ อาจจะเขียนในลักษณะที่ยกเงินเป็น funneled กลับเข้ามาในอุตสาหกรรมการเงิน – มากกว่าสระว่ายน้ำภาษีเบ็ดเตล็ด – เพื่อปรับปรุงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและกองทุน ก.ล.ต. ว่าจะ “มากขึ้นอร่อยกับนักลงทุน” Saluzzi กล่าว

ผู้เล่นในตลาด Testing Solutions

แลกเปลี่ยนได้ทดลองกับวิธีการที่คล้ายกันของ HFT กำจัดในอดีต

ดอย Borse แนะนำภาษีปีที่ผ่านมาว่าค่าใช้จ่ายสูงผู้ค้าสำหรับ “สั่งการค้า” อัตราส่วนและตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนมีค่าที่คล้ายกันในสถานที่สำหรับปี

อินเตอร์ คอนติเน Exchange (ICE) ในปี 2011 ดำเนินการ “ความถี่สูงนโยบายการค้า” ว่า บริษัท ได้กล่าวว่าตั้งแต่เป็น “ที่มีประสิทธิภาพสูง” เพราะมัน discourages ส่งข้อความที่ไม่มีประสิทธิภาพและมากเกินไปโดยไม่สูญเสียสภาพคล่องในตลาด

ใน ปีแรกค่าถูกนำมาใช้อัตราส่วนของ Ice ถ่วงน้ำหนักหรือสัดส่วนร้อยละของการสั่งซื้อโดยใช้ขนาดน้ำหนักไปยังอีกการ ซื้อขายลดลง 63% ในตลาดฟิวเจอร์ของ

รอง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ICE โยนเวลาที่เรียกว่าข้อเสนอนโยบายกับผู้ค้าความถี่สูง “รุนแรงและยังไม่ทดลอง” บอก ICE จะทุ่มเทเพื่อหานโยบาย sounder ที่จะไม่ลงโทษสุดเหวี่ยงภาคหรือระเหยสภาพคล่อง

การค้นพบพลังงานในพม่า

 

ที่ผ่านมาพม่าเคยเปิดประมูลแหล่งน้ำมันและก๊าซครั้งใหญ่ไปเมื่อปี 2554 ซึ่งบริษัทต่างชาติประมูลได้สัมปทานไปจำนวน 9 แปลง ส่วนการยื่นประมูลในรอบที่ 2 ได้ถูกเลื่อนมานับแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว เนื่องจากพม่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบด้านความโปร่งใสให้ได้มาตรฐานระดับ นานาชาติในการประมูล

 

ทั้งนี้บริษัทที่ต้องการประมูลต้องยื่นแสดงความ สนใจภายใน 2 เดือน หรือภายในช่วงกลางเดือนนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลพม่าก็จะจัดการประชุมนานาชาติเรื่องพลังงาน ณ กรุงย่างกุ้ง

 

กระแสความสนใจในแหล่งไฮโดรคาร์บอนของพม่าเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลการตรวจพบแต่อย่างใด

 

ข้อมูล ทางการพม่าระบุว่า พม่าส่งออกก๊าซธรรมชาติในปีงบประมาณ 2555 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม มีมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนในปี 2551-2552 มีมูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ โดยที่มีตลาดส่งออกหลักคือ ประเทศไทย

 

ในกลางปี 2556 นี้ พม่าจะเริ่มส่งออกก๊าซจากหลุมในรัฐยะไข่ไปยังจีน โดยผ่านท่อส่งก๊าซระหว่างประเทศความยาว 840 ไมล์อีกด้วย

 

นายโมว์ ทิน ผู้จัดการบ.ผู้ผลิตและสำรวจน้ำมันเมียนมาร์ ปิโตรเลียม ซึ่งได้แปลงน้ำมันสัมปทานในประเทศ กล่าวว่า

 

บริษัท ต่างชาติที่เข้ามาควรได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาในประเทศ การสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งต้องการบริษัทใหญ่ ๆ

 

เข้ามาถ่ายทอดความรู้ในการสำรวจและพัฒนางานด้านการขุดเจาะเพิ่มขึ้น

 

ยิ่งจำนวนบริษัทต่างชาติเข้ามามากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งลดการผูกขาดตลาดด้านนี้เท่านั้น

 

ความ “สดใหม่” ของขุมทรัพย์ล้ำค่าทางพลังงานในพม่า ซึ่งยังไม่ถูกค้นพบและขุดเจาะอย่างจริงจัง ทำให้ทุนต่างชาติอยากเข้ามาครอบครองแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พม่ามีอยู่

นายราจิฟ บิสาวาส นักเศรษฐศาสตร์จากไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ ให้ความเห็นว่า แหล่งน้ำมันและก๊าซในพม่ายังไม่ได้รับการสำรวจด้วยเทคโนโลยีคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Technology)

มากพอ จึงทำให้เกิดกระแสตื่นเต้นในการเข้ามาสำรวจแหล่งพลังงานในพม่า ทั้งยังมีข้อมูลเปิดเผยเกี่ยวกับแหล่งพลังงานในพม่าอยู่น้อยมากอีกด้วย

ข้อมูลจากซีไอเอ เวิลด์ แฟกต์บุ๊ก พบว่าพม่าครอบครองแหล่งน้ำมันอยู่ 50 ล้านบาร์เรล และแหล่งก๊าซธรรมชาติ 283.2 พันล้านลูกบาศก์เมตร

ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา พม่าได้เปิดประมูลบ่อน้ำมันบนฝั่งบริเวณต่าง ๆ

ทั่วประเทศจำนวน 18 แปลง ส่วนแผนเปิดประมูลแหล่งน้ำมันอีกราว 50 แห่งก็ยังพักการดำเนินการอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2555

สัญญาการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบริษัทข้ามชาติจำนวนมากหมดลง ทั้ง ปตท.ผส. ของไทย, อีพีไอ โฮลดิ้ง ของฮ่องกง, สวิสเฟิร์ม จีโอปิโตร อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง และปิโตรนาส ของมาเลเซีย

ต่อมาในเดือนกันยายน 2555 โทเทิล บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสได้เข้าซื้อหุ้น 40% จากบริษัทสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซนอกฝั่งพม่าแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นบริษัท วูดไซด์ ผู้ทำธุรกิจด้านพลังงานในออสเตรเลียก็แสดงความสนใจที่จะเข้าไปในพม่า ทั้งยัง มีบริษัทอเมริกันและยุโรปอีกหลายแห่งที่เตรียมตัวจะเข้าไปลงทุนด้านน้ำมันและก๊าซในพม่าเช่นเดียวกัน