การลงทุนโดยใช้เครดิต

ขอ ให้ ปรับ การจ่ายเงินรางวัล ใหญ่ ธนาคาร ที่มี บทบาท ไม่ได้ มีประโยชน์ ต่อสังคม แม็กอีแวน กล่าวว่า “มีกลุ่มเล็ก ๆ ของ คนที่มี ทักษะเฉพาะ บางอย่างใน การร่วมกันวาง ‘ ธุรกิจการค้า ที่ ลูกค้าองค์กร ‘ , ที่เพิ่มมูลค่า ที่ดีจริงๆ กับธุรกิจ ที่เป็น มัน . ลงมาเพื่อ อุปสงค์และอุปทาน – มีเพียงไม่กี่ คนที่มี ทักษะเหล่านี้ (อีกครั้ง ทั่วโลก ) และเรา ต้องจ่าย อัตราดอกเบี้ยในตลาดเพื่อดึงดูดผู้คน เหล่านี้เพื่อ องค์กรของเรา ในการดำเนิน บทบาท ของพวกเขา ในนามของ บริษัท เอกชนขนาดใหญ่

“ผม คิดว่าเราจะ ตกอยู่ในอันตราย ของการสูญเสีย บางส่วนของ ธนาคาร การลงทุน ที่มีความเชี่ยวชาญ มากที่สุด ของเราถ้าเรา ไม่ได้ จ่ายอัตรา ตลาด. แต่ให้ฉัน จะค่อนข้าง ชัดเจนก็ จะต้อง ขึ้นอยู่กับ ผลการดำเนินงาน . เมื่อ ประสิทธิภาพการทำงาน จะขึ้นแล้ว อัตรา สามารถ ขึ้น . เมื่อ ผลการดำเนินงาน จะลดลง อัตรา จะลงไป “เขากล่าวว่า

วิกฤต ไอทีในเดือนมิถุนายน 2012 ที่เหลือ ลูกค้าที่ ไม่สามารถเข้าถึงบาคาร่า บัญชี ของพวกเขาสำหรับ สัปดาห์และ ตราบเท่าที่ เดือน ในสาธารณรัฐ ไอร์แลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ มันแสดงให้เห็น ธนาคาร ที่จำเป็นในการ อัพเกรดระบบ และการ จ้าง คนที่เหมาะสม ” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า เราจะ หายไปจำนวนมาก ของ ทักษะหลักในการ ระบบ เก่าเหล่านี้ ดำเนินการ ที่ซับซ้อนมาก ” แม็กอีแวน กล่าวว่า

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บังคับ ของมูดี้ส์ จะคิดใหม่ การประเมิน ของ กลยุทธ์ ของธนาคารและ กล่าวว่า “การ จัดการ ใบหน้าจำนวน ของ headwinds ระยะสั้นซึ่ง สามารถท้าทาย การดำเนินการตาม แผนนี้และในทางกลับ เป็น ลบสำหรับ เจ้าหนี้ ”

” นอกจากนี้ มูดี้ส์ เชื่อว่าความเสี่ยง โดยรวม ที่เกี่ยวข้อง กับการกู้คืน ของธนาคาร ได้เพิ่มขึ้น ” หน่วยงานที่ กล่าวว่า

เป็น ไปได้ของ การปรับลด การ ธนาคารคะแนน A3มา ก่อน การประกาศ ผล ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เมื่อเจ้านาย ใหม่ ของ รอสส์ แม็กอีแวน ด้านล่าง นี้ยัง กำหนด ที่จะประกาศ กลยุทธ์ของเขา สำหรับธนาคาร หลังจากการ หางเสือวันที่ 1 ตุลาคม รวมถึง การตัด ค่าใช้จ่าย และปรับ กลับมาใน สายธุรกิจ บางอย่าง

มู ดี้ส์ ประกาศ ความกังวล เกี่ยวกับการ ที่ธนาคาร ไม่นานหลังจากที่ แม็กอีแวน ได้รับ คำถาม จากผู้อ่าน ในเว็บไซต์ของผู้ปกครอง ในการที่ เขาปกป้อง จำเป็นต้องจ่าย โบนัส ศิลป espite สูญเสียที่ สัญญาว่าจะ ใส่ ธนาคาร ธุรกิจ เป็น 300 สาขาและ ยอมรับว่า คอมพิวเตอร์Meltdown สอง ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ธนาคาร ที่จำเป็นใน ระบบไอที ใหม่ เขากล่าวว่า ธนาคารจะใช้คาสิโน สิ่งที่ มันต้องใช้เวลา เพื่อให้ ระบบมีความน่าเชื่อถือ มากขึ้น

นอก จากนี้เขายัง ตอบโต้ การวิจารณ์ เช่น ที่ยก โดย อเรนซ์ ทอมลินสัน ที่ปรึกษา วินซ์เคเบิลที่ มี การทุจริต ในระบบ ภายใน ส่วน การปรับโครงสร้าง และการ เข้ารับการรักษา ที่ธนาคาร ได้ ลุกออกไป” เริ่มช้า ” ในการจัดการกับ การเรียกร้อง เกี่ยวกับการ แลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย การขายผิดพลาด

จำนวน เงินที่ ธนาคาร มีความตั้งใจที่ จะจ่าย ออก โบนัส ที่คาดว่าจะ ได้รับการประกาศ พร้อมกับ ตัวเลข 2013 แม้ว่ามันจะ คาดว่าจะมี ประมาณ£ 500m ธนาคารยังเผชิญ ความขัดแย้ง ต่อไป ผ่าน วิธีการที่จะ เดินเข้ามาใกล้ ขีด จำกัด ของ สหภาพยุโรป เกี่ยวกับ โบนัส 100 % ของเงินเดือน หมวกใบนี้ สามารถขึ้น ถึง 200 % หาก ผู้ถือหุ้น อนุมัติ และเงินฝากธนาคาร ที่คาดว่าจะ ขอ การสนับสนุนดังกล่าว ในที่ประชุม ประจำปี ในเดือนพฤษภาคม

แม็ก อีแวน ป้องกัน การจ่ายเงิน โบนัสให้ ธนาคาร : “ฉัน จะจ่าย ในตลาด เพื่อให้ได้คน ที่ดีที่สุดและ ที่จะถือ ไปยังพวกเขา ” เขากล่าวว่า เขา ชี้ให้เห็นว่า ได้รับเงิน โบนัส จาก ผลกำไร จากการดำเนินงาน ไม่ได้ ผลรวมของ กรรมการ ซึ่ง ได้แสดงให้เห็น การสูญเสีย ตั้งแต่วิกฤตการธนาคาร 2008

“ในการ ดึงดูดและรักษา คน ที่ดีผม จะต้องมีการ จ่ายเงิน หรือรอบ ตลาดอย่างอื่นผม ใส่ที่ อันตราย บางส่วนของ ธุรกิจหลัก เหล่านี้” แม็กอีแวน กล่าวว่า

จับตาตลาดอสังหาริมทรัพย์

ตึก ระฟ้าจะมี ที่อยู่อาศัยที่ กว้างขวาง เริ่มต้นที่ 2,360 ตารางฟุต และ จะรวมถึงการ เพ้นท์เฮาส์ สอง ชั้น เต็มรูปแบบ ครอบคลุม กว่า 5,800 ตารางฟุต ห้า ห้องนอนและ 4 1/2 ห้องอาบน้ำ

” จากจุด การแสดงละคร ในมุมมองของ มันจะ เป็นเรื่องยาก ที่จะนำขึ้น : สูง อาคาร แคบกับบิด และ cantilevers , ” มาโลนี กล่าวว่า

มา โลนี กล่าวว่า โอ้ ได้รับการติดต่อ เพื่อ ร่วมทุน โครงการ พัฒนาร่วม S2 พัฒนา Aventura ซึ่ง ควบคุม ที่ดิน พัฒนา S2 เป็นหัวหน้าโดย ซีอีโอ เจ เคลาดิโอ และประธาน Stivelman Marc D. Schmulian

มาโลนีtriathlete สูงและ ยัน ได้เปิดเผย ชอบ สูง อาคาร ยัน ใน เมษายน 2013 , PMG ประกาศแผน Echo Brickell , คอนโดมิเนียมหรูที่ 1451 Brickell Ave ที่ จะเพิ่มขึ้น ประมาณ 60 เรื่องราว เขา ทำข่าว ใน แมนฮัตตัน มีแผนจะ สร้างสูง ตึกระฟ้า บาง ที่ 107 W. 57 เซนต์ ไป อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สำคัญ ถนน ทางทิศตะวันออก ตะวันตก ใจกลางเมือง แมนฮัตตัน

Muse คาดว่าจะเริ่ม การ จอง เร็ว ๆ นี้และ จะทำลายพื้น ในเดือนมิถุนายน

ราคา ผสม หน่วยจะได้รับ $ 1,300 ตารางฟุต มี ชั้นล่าง ค่าเฉลี่ย น้อยกว่า $ 1,000 ตารางฟุต และ ชั้นบน ถึง $ 2,000ตารางฟุต นัก พัฒนาจะต้องมี เงินฝาก ร้อยละ 50 จากผู้ซื้อ ที่มีร้อยละ 20 เนื่องจาก ที่ลงนาม สัญญา 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ แหวกแนว และร้อยละ 20 ในขณะที่ อาคารที่ ราด

“เขา จะไปทำ ศิลปะ ใน ทุก พาร์ทเมนท์ และรอบ ๆ บริเวณ และล็อบบี้ ” เควิน มาโลนี ผู้ก่อตั้งและ ซีอีโอของ นิวยอร์ก ตาม ตลาด กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการ เปิดตัว โครงการที่มีการ พัฒนาร่วม S2 พัฒนา Aventuraกล่าวว่า

อาคาร 649 ฟุต สูง – ซึ่ง จะตรงกับ ความสูงของ การออกแบบ ของปอร์เช่ และ ทาวเวอร์ แมนชั่น ที่ Acqualinaสอง โครงการ หรูอื่น ๆ ใน ซันนีไอเอล บีช – จะยืด ไปสูงสุด ที่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ จากสำนักงานคณะกรรมการ การบินแห่งชาติ

กับ ผืน ทะเล หายไป ทั้งหมด แต่ ที่ พิเศษเงา 47 ชั้น , 68 หน่วย หอคอย จะ shoehorned ลงในเว็บไซต์ น้อยกว่า หนึ่งเอเคอร์ กับ 100 ฟุต ของ ทะเล ที่ 17141 Collins Ave ด้วย ความพ่ายแพ้ อาคารที่ จะเป็นเพียง 60 ฟุตกว้าง หันหน้าไปทาง ทะเล

หยก มหาสมุทร ทันที ใต้ และ มหาสมุทร 4 เป็นเพียง ทางทิศเหนือของ โครงการซึ่ง ได้รับการออกแบบ โดยสถาปนิก แนวคิด อุรุกวัย คาร์ลอ จับไต๋ และ โป่งพอง ออก โดย บริษัท ไมอามี่ ตาม Sieger Suarez หุ้นส่วน ทางสถาปัตยกรรม

ชั้น ส่วนใหญ่จะมี สองหน่วย หนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันออก ที่มี การสนับสนุน หลักหนา และหนึ่งใน ทางทิศตะวันตก ” เมื่อคุณไป สูงคุณ จะจบลงด้วยแกน หนา ผนัง เฉือน หนัก เพื่อรองรับ อาคาร ” มาโลนี กล่าวว่า

กิล Dezer ,นักพัฒนา ที่สำคัญใน ซันนีไอเอล บีช ที่ได้รับโปรโมชั่น แรกที่จะสร้าง ความสูง 649 ฟุต ที่มีการออกแบบ ของปอร์เช่ ทาวเวอร์
new.html # storylink = คัดลอก
ในการซื้อขาย เที่ยง วันอังคาร S & P 500 เพิ่มขึ้น เก้าจุด หรือร้อยละ 0.5 1,836

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 106 จุดหรือ ร้อยละ 0.6 16,532 Nasdaq ปิด เพิ่มขึ้น 33 จุดหรือ ร้อยละ 0.8 ที่ 4147

หุ้น การดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีที่ เพิ่มขึ้น มากที่สุด

ไมครอนเทคโนโลยี เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ผู้ผลิตชิปซึ่งเป็นหนึ่งในgainers ที่ใหญ่ที่สุดในS & P 500 เมื่อปีที่แล้ว รายงาน ผลประกอบการ หลังจาก ระฆัง ปิด

ราคาพันธบัตร ปรับตัวเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทน ที่10 ปี ทราบ ธนารักษ์ลดลง ร้อยละ 2.95

ทองทรุดแนะขายถือเงินสด

 

“มาตรการคิวอีอาจไม่ชะลอตัวลงในเดือนนี้ แต่อาจเริ่มชะลอตัวลงในเดือนธันวาคมแทน แต่ส่วนตัวคาดว่ามาตรการคิวอีอาจมีโอกาสชะลอตัวในเดือนนี้ เพราะมองว่าสถานการณ์เพดานหนี้จะผ่านพ้นไปได้ ซึ่งหากนโยบายทางการคลังดีขึ้น ความจำเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะซื้อพันธบัตรก็จะน้อยลง และมีโอกาสที่ตลาดทองคำจะร่วงแตะ 1,200-1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนการลงทุนทองคำในช่วงเดือน 1-2 เดือนนี้ แนะนำให้นักลงทุนลดพอร์ตทองคำเหลือ 10-15% เพื่อกลับไปถือเงินสดหรืออาจจะไปลงทุนในตลาดหุ้นแทน” นายกมลธัญกล่าว

นายกมล ธัญกล่าวว่า จากการรวบรวมตัวอย่างจากผู้ค้าส่งทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคา ทองคำ จำนวน 11 ตัวอย่าง เชื่อว่า ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเดือนตุลาคม โดยรวมน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศจะเคลื่อนไหวระหว่าง 18,200-20,900 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ

ทั้งนี้  การเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นหลัก คือ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงิน  โดยการเพิ่มทุนในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2556  นี้ สำหรับส่วนที่ 3  กำหนดแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2557 นายชัยวัฒน์ กล่าว.ฟ

และ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการรองรับโอกาสในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินปัจจุบัน รวมถึงรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่จะเปิดประมูลในอนาคต  คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงได้มีมติเพิ่มทุน 8,550 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556  โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย  ส่วนที่ 1 เป็นการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน  2,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อัตราส่วน 5.975 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่  เพื่อใช้สำหรับยกระดับและปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ   การจัดซื้อระบบรถไฟฟ้า  ตลอดจนดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในธุรกิจ  ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 เป็นการเสนอขายหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย  ทหารไทย กรุงศรีอยุธยา และธนชาต จำนวน 2,350 ล้านหุ้น  ในสัดส่วนราคาหุ้นละ 1 บาท รวมจำนวน 6,550 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างชำระ  โดยบริษัทฯ มีกำหนดจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 นี้
 

 

ตลาดหุ้นส่อแนวฟื้นตัวระยะสั้น

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.3330/32 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/8) ที่ระดับ 1.3366/69 ดอลลาร์/ยูโร เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับมาตรการชะลอโครงการเข้าซื้อ สินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนหน้า นอกจากนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ลงมาต่ำกว่าระดับ 1.3300 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากตัวเลขอัตราการว่างงานของเยอรมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 5,000 ตำแหน่ง แสดงถึงความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของภาคแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายตลาดค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้รับแรงหนุน จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอิตาลีเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.3 จากระดับ 97.3 และมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 97.8 ทั้งนี้ ในระหว่างวันกรอบการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3252-1.3345 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.3267/69 ดอลลาร์/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 97.78/80 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (22/8) ที่ 97.35/36 เยน/ดอลลาร์ จากการทำกำไรของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการเข้ามาถือครองมากขึ้นของนักลงทุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังจากมีความกังวลว่าสหรัฐอาจจะดำเนินมาตรการทางทหารต่อประเทศซีเรีย นอกจากนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและขึ้นมายืนเหนือ ระดับ 98.00 เยน/ดอลลาร์ มีกรอบการเคลื่อนไหวของระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 97.26-98.43 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.13/15 เยน/ดอลลาร์

อนึ่ง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 7.00% ตามการคาดการณ์ของนักลงทุน เพื่อปกป้องค่าเงินหลังจากที่ค่าเงินรูเปียห์ที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงที่ ผ่านมา

ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการผู้ว่างงานประจำสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสสองของสหรัฐ (GDP), อัตราเงินเฟ้อ, อัตราการว่างงานของกลุ่มยูโรโซน และประเทศอิตาลี

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 ส.ค. ดัชนีฟื้นขึ้นหลังจากที่นักลงทุนกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง เพราะตลาดได้ปรับตัวลดลงมากแล้วในช่วงสิบวันที่ผ่านมา (15-28 ส.ค.)

อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่มีประเด็นใหม่ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปต่อได้มากนัก ตรงกันข้ามแรงกดดันในต่างประเทศ เช่น กรณีที่ซีเรียที่ใช้ความรุนแรงด้วยการปล่อยอาวุธเคมีในสงครามกลางเมือง ได้ส่งผลให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรออกมาหารือเพื่อหาทางตอบโต้ ซึ่งทำให้เกิดความอึมครึมทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าจะมีการลดอัดฉีดเงินตามมาตรการทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ก็ถือเป้นประเด็นที่สร้างแรงถ่วงให้กับการลงทุนด้วย

ดังนั้น ในวันที่ 30 ส.ค.ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและค่อนข้างเปราะบาง โดยมีแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300-1,315 จุด แนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวัง

เงินบาทอ่อนหนักน่าจับตามอง

ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 97.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 97.41/43 เยน/ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี หลังจากเปิดตลาดไม่นานค่าเงินเยนได้ปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนกรกฎรคมทั้งสิ้น 1.024 ล้านล้านเยน ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในอเชีย และหันกลับไปถือครองดอลลาร์หลังจากรับข่าวผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ โดยตลอดช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 97.0-99.13 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.83-98.85 เยน/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 31.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตลอดต้นสัปดาห์ ท่ามกลางปริมาณเงินทุนไหลออกของต่างชาติจำนวนมาก หลังจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2/2556 ซึ่งประกาศในวันจันทร์ (19/8) ขยายตัวเพิ่ม 2.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2556 ลง เหลือเติบโต 3.8-4.3% จากเดิมคาดไว้ในช่วง 4.2-5.2% ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ตลาด รับข่าวผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในรอบที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องจนกระทั่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 32.12 บาท/ดอลลาร์ ในวันพฤหัสดบี (22/8) ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในวันศุกร์ (23/8) เนื่องจาก ธปท.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะดูแลค่าเงินบาทหากมีการเคลื่อนไหวอ่อนค่าเร็วเกิน ไป รวมทั้งตลาดรับข่าวตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ส่งผลให้มีเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาในเอเชียบางส่วน ทั้งนี้ตลอดทั้งปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่ระดับ 31.28-32.15 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ 31.97/99 บาท/ดอลลาร์

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้มีการประกาศจำนวนผู้ขอสวัสดิการการ ว่างงานประจำสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13,000 ตำแหน่ง โดยอยู่ที่ระดับ 336,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 330,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงในวันศุกร์อีกครั้ง อย่างไรก็ดี แม้ว่าจำนวนผู้ว่างงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาคแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัว ทั้งนี้นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนสิงหาคม ของสหรัฐที่จะมีการรายงานออกมาในวันที่ 6 กันยายน เพื่อตัดสินใจว่าตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นเพียงพอที่จะสนับสนุนการลดมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจลงหรือไม่ นอกจากนี้ตลาดยังรอผลการประชุมใหญ่ประจำปีที่แจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่งของสหรัฐที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ต่อจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2557 ในขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังพิจารณาตัวเลือกดังกล่าว นอกจากนี้คาดว่าประเด็นที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะหารือกันอย่างจริงจังก็คือแนว ทางและช่วงเวลาที่เฟดจะชะลอมาตรการซื้อพันธบัตรวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 1.3336/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 1.3338/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องจากไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยูโรโซนในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในวันอังคาร (20/8) หลังจากที่ธนาคารกลางเยอรมนี หรือบุนเดสแบงก์ระบุในรายงานประจำเดือนว่า หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีความรุนแรงขึ้น ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (22/8) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มลดปริมาณเงินในการเข้าซื้อ พันธบัตรในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับทุกสกุล ก่อนจะกลับมาแข็งค่าหลังจากมีการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคธุรกิจ ของเยอรมันในเดือนสิงหาคมออกมาดีเกินคาด โดยค่าดัชนีออกมาที่ระดับ 52 เพิ่มขึ้นจากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม นอกจากนี้ กิจกรรมทางธุรกิจทั่วยูโรโซนในเดือนสิงหาคมยังมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า ระดับคาดการณ์ของตลาด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.3 จากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.3297-1.3427 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนที่จะปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ระดับ 1.3349/51 ดอลลาร์/ยูโร

ยิ่งลักษณ์สั่งฟื้นฟูค่าเงินบาท

นาย บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปลัดกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าได้มีการนัดประชุมภาคเอกชนในวันที่ 17 เมษายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร้องเรียนปัญหาและเสนอแนะแนวทางที่ต้องการให้ กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตามจะยังไม่หารือถึงการทบทวนเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ 8-9% นอกจากนั้นจะมีการรายงานการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนของไทยกับประเทศใน อาเซียน ซึ่งพบว่าเงินสกุลอื่นของประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ก็แข็งค่าเหมือนกัน และภาวะการส่งออกก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้แตกต่างกัน แม้ในแง่มูลค่าอาจได้รับผลกระทบจากค่าบาทแข็ง แต่ในแง่ปริมาณยังไม่ได้รับผลกระทบ

น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค บริษัท ศูนย์กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมากกว่า 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้จะเป็นการแข็งค่าที่เร็วแต่ยังอยู่ในพื้นฐานที่สามารถอธิบายได้ ทั้งเรื่องของเงินทุนไหลเข้า หรือการทำมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของทางธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือเงินทุนที่ไหลเข้ามาชำระค่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของค่าเงินบาทยังไปในทิศทางที่แข็งค่าได้ต่อเนื่อง และโอกาสที่จะกลับขึ้นมาอยู่เหนือ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐอาจจะเป็นไปได้ยากขึ้น
ปัญหา การแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องลงมาแตะระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ กระทั่งมีการคาดกันว่าอาจแข็งไปถึงระดับ 25-26 ต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนว ทางรับมือ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหารูปแบบการช่วยเหลือ

โดย เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายสมชัย สัจจพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้มีประเทศต่างๆ ใช้นโยบายการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ เพื่อดูแลเศรษฐกิจมากขึ้น หากไม่มีแหล่งลงทุนอื่นที่จูงใจให้เม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นเข้าไปลงทุน เพื่อผลตอบแทนที่ดีได้ เงินเหล่านั้นย่อมไหลเข้ามาลงทุนในไทย หากไม่มีการปรับสมดุลระหว่างเงินไหลเข้าและออก เงินที่เข้ามาไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ย่อมเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจ อีกทั้งยังจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ

นาย สมชัยกล่าวว่า การที่ประเมินว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นไปถึงระดับ 25-26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ต้องขึ้นกับขนาดของเงินทุนที่ไหลเข้ามา รวมถึงระยะเวลาด้วย ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะไปถึงหรือไม่ เพราะยังมีสมมติฐานน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม เงินบาทก็อาจแข็งค่าไปถึง 25 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ แต่ต้องใช้เวลายาวนานกว่านี้มาก ขณะเดียวกันก็มีเครื่องมือทางการเงินจะชะลอการไหลเข้าของเงินทุนได้ ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งมีช่องทางดำเนินการได้ เพราะขณะนี้ปัญหาเงินเฟ้อไม่ใช่ประเด็นหลัก ปัญหาหนี้ครัวเรือนก็ไม่ได้น่ากลัว ภาวะฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นก็ยังไม่ได้เกิดขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จึงไม่ใช่ข้อจำกัดในการผ่อนปรนนโยบายการเงินอีกต่อไป ขณะที่กระทรวงการคลังก็จะทำภายใต้ข้อจำกัดที่มีเช่นกัน

นายสมชัยยัง กล่าวถึงการร่วมประชุมกับนายกฯเมื่อวันที่ 10 เมษายน ว่า นายกฯได้สั่งการให้ สศค.ศึกษาแนวทางการตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Ventur Capital) เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ด้วยการฟื้นกองทุนรวมลงทุนที่มีในปัจจุบันหลายกองทุน แต่ยังทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ นำมาปรับปรุงใหม่ โดยจะเร่งศึกษาแนวทางการร่วมลงทุนของกองทุนว่าควรมีขนาดกองทุนจำนวนเท่าใด การร่วมลงทุนทั้งของรัฐและเอกชน การศึกษาดูแนวทางการช่วยเหลือผ่านกองทุนของต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป เพื่อเข้าไปช่วยเหลือการก่อตั้งกิจการ การหาแหล่งเงินทุน และขยายกิจการจนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อช่วยเหลือให้ครบวงจร โดยจะเร่งศึกษาให้ได้ข้อสรุปหลังเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

“นายกฯ แสดงความเป็นห่วงแนวโน้มค่าเงินบาทต่อเนื่อง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่ายังสามารถดูแลค่าเงินบาท โดยจะทยอยปรับมาตรการดูแลจากระดับปานกลางไปจนถึงระดับเข้มข้น แต่คงไม่ถึงขั้นการใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าโดยใช้มาตรการภาษี เพื่อไม่ให้ตลาดตื่นตระหนกมากจนเกินไป และเป็นการดูแลความเชื่อมั่นของตลาด” นายสมชัยกล่าว

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในวันที่ 19 เมษายน กระทรวงพาณิชย์จะเปิดตัวโครงการเอสเอ็มอีโปรเอ็กทีฟ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งกำลังประสบปัญหาแบกรับต้นทุนไม่ไหวผลกระทบจากค่าบาทแข็ง และขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำ หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนงานและอนุมัติการใช้งบประมาณปีละ 100 ล้านบาทต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อผลักดันเอสเอ็มอีให้แข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ

นางศรีรัตน์ กล่าวว่า ผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ได้รับการร้องเรียนจากภาคเอกชนโดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้เข้าไปดูแลเพราะมีผลต่อ ราคาสินค้าที่สูงขึ้น เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาขายสินค้าล่วงหน้า ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็กำลังประสบปัญหากรณีประเทศนำเข้าเพิ่มมาตรการกีด ดันการนำเข้า และประเทศที่ 3 เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการเปิดเสรีการค้าของไทยกับประเทศต่างๆ

“ในช่วงนี้ยังมีโอกาสเห็น ค่าเงินบาทแกว่งตัวอ่อนค่ากว่า 29.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย เพราะอยู่ในช่วงที่บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผลทำให้มีแรงซื้อดอลลาร์เข้า มามากขึ้น” น.ส.กาญจนากล่าว

น.ส.กาญจนากล่าวว่า การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทนับว่าแข็งค่ากว่าเพื่อนบ้าน ซึ่งค่าเงินบาทที่แตะระดับ 29.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เท่ากับแข็งค่าขึ้น 5.4% จากปลายปีก่อน นับว่าแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคหากเทียบกับค่าเงินริงกิตมาเลเซียแข็งค่า ขึ้น 0.8% ค่าเงินรูเปียอินโดนีเซียแข็งค่าขึ้น 1.1% ขณะที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าไปแล้ว 12.9% ค่าเงินวอนเกาหลีใต้อ่อนค่าไป 5.8%

นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์ราย หนึ่งเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในวันที่ 11 เมษายน 2556 เปิดตลาดที่ระดับ 29.00-29.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากวันก่อนที่ปิดตลาดในระดับ 29.01-29.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบแคบๆ แต่มีการอ่อนค่าลงมาบ้างจากแรงซื้อดอลลาร์ของผู้ลงทุนทองคำ ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์เริ่มแข็งค่าขึ้นจากแรงหนุนของที่ประชุมธนาคารกลาง สหรัฐ (เฟด) ที่อาจลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรหรือลดการทำคิวอีลงในช่วงต่อไป โดยค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 29.03-29.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแนวโน้มยังแข็งค่าต่อไปอีก

ปลัดกระทรวงการคลังเตรียมดูแลค่าเงินบาท

ในขณะที่กระทรวงการคลังจะเข้าไปดูแลในลักษณะการไหลเวียนของเงินทุน เช่น กรณีที่รัฐวิสาหกิจที่จะมีการกู้เงินต่างประเทศก็จะมีการลดการกู้เงินต่าง ประเทศ รวมถึงการรีไฟแนนซ์เงินกู้ต่างประเทศก่อนกำหนด โดยอาศัยจังหวะเงินบาทแข็งค่า ซึ่งปีนี้มีรัฐวิสาหกิจที่จะต้องชำระค่านำเข้าสินค้าต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ก็จะมีการเร่งรัดในเรื่องนี้ รวมทั้ง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทก็จะเป็นการกู้ในประเทศเป็นหลัก ขณะเดียวกันการออกพันธบัตรของกระทรวงการคลังจะเน้นให้ประชาชนเข้าถึง พันธบัตรให้มากขึ้นเพื่อเป็นการดึงเงินออมให้มากขึ้น

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการประชุมร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่ง ธปท.ได้มีการเตรียมมาตรการต่าง ๆ ไว้เพื่อดูแลแล้วหากเงินบาทแข็งค่ามากกว่านี้ไปจนถึงระดับหนึ่ง

 

“ถ้าเงินบาทแข็งค่า ณ จุดใดจุดหนึ่ง ก็จะมีการดำเนินการตามมาตรการที่มี ซึ่ง ธปท.ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว” ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากและรวดเร็วเกินไปในระยะนี้ มีสาเหตุจากธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศมาตราการผ่อนคลายทางการเงินเหนือความคาด หมายของตลาด ทำให้มีปริมาณเงินไหลเข้ามามาก โดยผู้ว่าการ ธปท.รายงานว่ามีเงินไหลจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรและเป็นเงิน ลงทุนระยะยาว แต่ยอมรับว่าหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่านี้ ธปท.ก็พร้อมจะใช้มาตรการตามกระบวนการของ ธปท.ในการเข้าดูแล

 

 

ตลาดหุ้นไทนเริ่มปรับพื้นหลัง วิตกการกู้เงิน

นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธการลงทุน บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันที่  29  มีนาคม ดัชนี สามารถรีบาวน์ปรับเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องจากช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้วานนี้จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมากดดันดัชนี เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลจากปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปและประเด็นการอภิ ปรายพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทที่มีความคืบหน้าในเชิงบวก

สำหรับ แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า (1-5 เม.ย.) ประเมินว่าดัชนีจะมีแนวโน้มการขยับขึ้นที่จำกัดลง หลังจากที่ได้มีการรีบาวน์ปรับขึ้นต่อเนื่องประมาณ 80 จุด โดยประเมินว่ากรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์จะมีแนวรับอยู่ที่ 1,550 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,580 จุด  ด้านปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อการลงทุนในสัปดาห์หน้าคือการประชุมของคณะกรรมการ นโยบายการเงิน(กนง.) และการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกซื้อหุ้นรายตัวในหุ้นที่มีโอกาสปรับขึ้นได้แก่ BTS,BGH และหุ้นที่จ่ายปันผลดี คือ ADVANC,INTUCH

ตลาดหุ้นไทยรีบาวน์ต่อเนื่องจากต้นสัปดาห์เหตุนักลงทุนคลายกังวลวิกฤตหนี้ ยุโรป ผนวกอภิปรายพ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาทเห็นแววสดใส หุ้นสัปดาห์บวกได้จำกัดลงหลังรีบาวน์ต่อเนื่อง 80 จุด ให้แนวรับอ 1,550 จุด แนวต้าน 1,580 จุด

ติดตามกระแสหุ้น เตรียมขึ้นอีกระลอก

นาย ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนค่อนข้างมาก แต่มีแนวโน้มที่จะลดน้อยลง ทั้งนี้ แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่เติบโตขึ้นตามปัจจัยของกำไรบริษัทจด ทะเบียน (บจ.) เป็นหลัก โดยในปีที่ผ่านมา บจ.มีกำไรรวมกันทั้งหมดกว่า 7.2 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 12-13% และในอนาคต 3 ปีจากนี้ การเติบโตของกำไรจะอยู่ที่อัตรา 15% ต่อปี

นายธวัชชัย อัศวพรชัย ผู้อำนวยการวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีแกว่งตัวในแดนลบตลอดทั้งวัน และมีแรงเทขายทำกำไรมาเป็นระยะ ไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากดดันตลาด จะเป็นเพียงปัจจัยต่างประเทศเท่านั้นที่มากระทบบ้าง ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมสภาเรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งหากผ่านการพิจารณาจะสร้างความคึกคัก และอาจจะทำให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปรับประมาณการใหม่

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในระยะยาวดัชนีหุ้นไทยยังสามารถเติบโตได้อีก การปรับฐานในครั้งที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 7-8% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น้อย ถ้าเทียบในอดีตที่ปรับฐานในระดับ 10-15% ในระยะยาวตลาดหุ้นจะปรับขึ้นโดยปัจจัยของกำไรบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก

ความน่าวิตกของเศรษฐกิจในอนาคต

ผม Michel มาร์ติน ใน เวลาที่เศรษฐกิจเหล่านี้ยากที่คุณอาจจะมองหาคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการจัดการ กับการเงินของคุณบางและคุณจะไม่เพียง แต่ไม่ได้คนเดียวคุณมีจำนวนมากของคำแนะนำในการเลือกจาก ผู้เข้าพักที่ต่อไปของเราบอกว่ามีมากกว่า 300,000 ปรึกษาทางการเงินในสหรัฐอเมริกาในปี 2011 เพียงอย่างเดียว ปัญหา เดียวก็คือตามให้ไปเป็นแขกของเราบางส่วนของคนเหล่านี้มีความคิดสิ่งที่พวก เขากำลังพูดถึงหรือไม่เป็นเพียงการพยายามที่จะขายคุณสิ่งที่จะทำให้พวกเขา ร่ำรวย

Helaine Olen เป็นผู้เขียนหนังสือ “ปอนด์โง่เขลา” เผยด้านมืดของอุตสาหกรรมการเงินส่วนบุคคลและเธออยู่กับเราในขณะนี้

ยินดีต้อนรับ ขอบคุณมากสำหรับการเข้าร่วมกับเรา

HELAINE OLEN: ขอขอบคุณที่มีฉัน

MARTIN: ตอนนี้ Helaine Olen, คุณเป็นชื่อที่บางคนอาจจะรู้เพราะคุณจริงใช้ในการเขียนสำหรับ Los Angeles เงินชุดไทม์ Makeover คุณ ได้เขียนขึ้นสำหรับฟอร์บและตอนนี้คุณได้เขียนหนังสือที่บอกว่าคนจำนวนมาก เหล่านี้ไม่ทราบอะไรและโอ้โดยวิธีที่พวกเขาเป็นเซลส์แมนน้ำมันงูเป็น

OLEN: ขวา

MARTIN: คุณมาสรุปนี้ มันเป็นสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไปเป็นหรือไม่คุณรู้ว่าจากจุดเริ่มต้นว่ามันเป็นคำพูดเหลวไหล?

OLEN: มันเป็นทั้งค่อยเป็นค่อยไปและฉับพลัน ฉัน ควรกลับไปและบอกเล่าเรื่องราวของวิธีการที่ฉันกลายเป็นคอลัมนิ Makeover เงินสำหรับ Los Angeles Times, คนที่เกี่ยวข้องกับการเรียกผมขึ้นหนึ่งวันในขณะที่ผม freelancing ใน Los Angeles และพูดคุณรู้อะไรเกี่ยวกับการเขียนการเงินส่วนบุคคล? และสิ่งที่ฉันรู้ว่าในช่วงเวลานั้นคือการที่จ่ายการเงินส่วนบุคคลมากขึ้นกว่าการเมืองและการเขียนคุณสมบัติซึ่งจะเป็นสิ่งที่ฉันทำ และดังนั้นแน่นอนผมพูดใช่ และฉันคิดว่าฉันจะได้รับการตรวจสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้จะเป็นความหายนะและฉันจะไปตามทางของฉัน

และแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ฉัน สิ้นสุดขึ้นซื้อ “การเงินส่วนบุคคลสำหรับ Dummies” ทำสัมภาษณ์และอย่างใดได้รับมอบหมายอื่นและที่ได้รับมอบหมายอื่นและที่ได้รับ มอบหมายอื่น

และฉันรู้อย่างรวดเร็วสองสิ่ง เป็นครั้งแรกที่จำนวนมากของสิ่งนี้ไม่ได้จริงๆมีความซับซ้อนมาก สิ่งที่ต้องการกองทุนรวมซึ่งเสียงลึกลับเป็นจริงมากง่ายต่อการเข้าใจเมื่อคุณมองไปที่ความหมาย บนมืออื่น ๆ ของหลักสูตรฉันจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเพราะไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ตลาดสต็อกกำลังจะทำอะไรในอีกหกสัปดาห์ไม่เคยคิดหกเดือนหรือหกปี ไม่ มีใครรู้ว่าคุณกำลังจะไปเก็บงานคุณอยู่ในหรือถ้าคุณกำลังจะไปรับยิงหรือถ้า เศรษฐกิจจะเข้าไปในห้องสุขาและ บริษัท ของคุณจะไปล้มละลาย ทุกประเภทของสิ่งเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นและเราจริงๆมีวิธีการรู้ไม่มี แต่เราแกล้งทำเป็นเราทำ

MARTIN: วิธีเหล่านี้ gurus ไม่ได้รับการเงินจะเป็นที่นิยมอย่างมากกับประชาชน? และฉันต้องการที่จะพูดถึงว่าคุณชื่อชื่อในหนังสือเล่มนี้ คุณ ไปลงรายชื่อของบางส่วนของชื่อที่นิยมมากที่สุดและคุณชี้ให้เห็นว่ามี สถานการณ์ที่ผิดปกติในบางส่วนของพื้นหลังของคนเหล่านี้ที่นำไปสู่การบรรลุ ความสำเร็จของพวกเขาว่าพวกเขามี คนเหล่านี้ไม่ได้รับการได้รับความนิยมเช่นนั้นได้อย่างไร

OLEN: ผมคิดว่าสิ่งที่มันเป็นคือเราหมดหวังในการแก้ปัญหา เราได้รับการมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 1980 ที่เงินเดือนของเราคงที่และลดลง มูลค่าสุทธิของเราเพียงอย่างเดียวระหว่าง 2007 และ 2010 ลดลงร้อยละ 40 ในเวลาเดียวกันเราได้คาดว่าจะทำมากขึ้นและมากขึ้นด้วยน้อยและน้อย จะใช้เป็นที่เรามีเงินบำนาญ ขณะนี้เรามี 401Ks – ถ้าเราโชคดี ครึ่งหนึ่งของประชากรที่ไม่ได้มีพวกเขาทั้งหมด

ดังนั้นเราจึงเริ่มมองนอกตัวเราให้คำแนะนำและคนเหล่านี้อยู่ที่นั่น

MARTIN: คุณเขียนในหนังสือมันเกิดขึ้นกับเกือบจะไม่มีใครที่เรากำลังมองไปที่การเงิน ส่วนบุคคลอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในตลาดหุ้นที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใน ระยะยาว วัฒนธรรมปัจเจกมากขึ้นของเราทำให้เราจะโอบกอดวิธีช่วยตัวเองกับสิ่งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นปัญหาสังคมมากขึ้น มีอะไรปัญหาสังคมมากขึ้นและทำไมไม่มัน – ถ้ามันเป็นที่ชัดเจนดังนั้นทำไมไม่ชัดเจน? ทำไมไม่ชัดเจนในขณะนี้?

OLEN: ปัญหาทางสังคมที่มากขึ้นก็คือว่าที่ผมกล่าวว่าเงินเดือนของเราจะลดลงและเรา มีทรัพยากรที่ จำกัด มากจากเงินบำนาญเพื่อการออม 401k ถึงรูปแบบของความช่วยเหลือจริงใด ๆ กับสิ่งเหล่านี้ และมันก็เป็นที่เห็นได้ชัดผมคิดว่าคน ฉันคิดว่าคนเข้าใจว่าพวกเขาไม่ได้สิ่งที่เราเคยมี แต่ผมคิดว่าเราได้สูญเสียภาษาให้ชัดเจนว่าเพื่อให้เราเก็บความคิดเรามัน เราอยู่กันตามลำพัง เราไม่เห็นตัวเองในทั้งหมดนี้ร่วมกัน

MARTIN: Is it มุมมองของคุณที่อาศัยเหล่านี้ gurus การเงินส่วนบุคคลจะครอบคลุมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าที่เป็นจริงทางการ เมืองที่ดีกว่าการจัดการ? เหล่านี้จริงๆปัญหาทางการเมือง?

OLEN: ใช่ และ ฉันเคยพูดเสมอว่าเป็นอัจฉริยะของขบวนการ Occupy, สิ่งอื่นที่คุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเขาเป็นกลุ่มแรกในอาจมากกว่า 30 ปีที่จะทำให้การเชื่อมโยงและพูด hey ถ้าคุณมีปัญหากับที่บ้านของคุณ เป็น รอการขายในและคุณไม่สามารถจ่ายเงินให้สินเชื่อนักศึกษาของคุณและคุณกำลังจะ ล้มละลายสำหรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์แทนคำพูดทั้งหมดของคุณมีปัญหาแต่ละท่าน messed up ชีวิตทางการเงินของคุณพวกเขาหันไปรอบ ๆ และกล่าวว่าบางทีเราทั้งหมด มีปัญหาที่นี่และบางทีเราควรมองที่นี้เป็นความพยายามของกลุ่มที่ไม่เป็นความพยายามโดดเดี่ยว

MARTIN: แต่แม้ดังนั้นสิ่งที่คุณเรียกว่าอย่างไร? การเงินส่วนบุคคลที่ซับซ้อนอุตสาหกรรม

OLEN: การเงินส่วนบุคคลที่ซับซ้อนอุตสาหกรรม

MARTIN: การเงินส่วนบุคคลที่ซับซ้อนอุตสาหกรรมชนิดของม้วนเมื่อ เพื่อที่จะพูดว่าอะไร?

OLEN: ผมคิดว่าผู้คนจะไม่ทั้งหมดมีทางเลือกที่จุดนี้ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะบอกว่าเธอเป็นขวาและเรามีปัญหาที่มากขึ้น แต่ที่ไม่ได้ไปจำเป็นต้องช่วยให้คุณในระยะสั้น ผมหมายความว่าเรายังคงต้องจัดการเงินของเรา เพียง เพราะ 401k ไม่ได้ช่วยจริงๆหลายคนมาก – ตัวอย่างเช่นส่วนใหญ่ของเรามีน้อยกว่า $ 100,000 บันทึกไว้สำหรับการเกษียณอายุ – ไม่ได้หมายความว่ามันจะหายไปในวันพรุ่งนี้และคุณไม่ควรจะมองไปที่สิ่งที่ ต้องทำ กับเงินของคุณที่คุณใส่ในมี

MARTIN: ใครคุณสามารถเชื่อถือได้?

OLEN: ตัวเอง

MARTIN: จริงเหรอ? ผมหมายถึง แต่เป็นส่วนหนึ่งของจุดที่คุณทำ แต่เป็นที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าพวกเขาเข้าใจสิ่งนี้ สิ่งที่มีความซับซ้อน แต่คุณกำลังจะบอกว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นที่ซับซ้อน

OLEN: ดีฉันคิดว่ามันเป็นสองเท่า เห็นได้ชัดว่าบางส่วนของคำที่มีค่อนข้างง่ายและอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน preys เราโดยทำให้ดูเหมือนซับซ้อนมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ บน มืออื่น ๆ จำนวนมากสิ่งที่พวกเขากำลังขายเราเป็นที่ซับซ้อนมากและพวกเขาเอาความคิดที่ ว่าถ้าเราเป็นเพียงการศึกษาทางการเงินเราสามารถเข้าใจมันนี้; เมื่อในความเป็นจริงมันก็จะเป็นเพียงแค่จำนวนมาก ง่ายต่อการผ่านกฎหมายและกฎหมายเพื่อให้สิ่งนี้คือคำอธิบายให้เราหรือไม่สามารถที่จะได้รับการวางตลาดที่เรา

MARTIN: อะไรตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณจะต้องการระเบิดด้วยการอ่านหนังสือของคุณหรือไม่

OLEN: ว่าเรารับผิดชอบทั้งหมดของความล้มเหลวทางการเงินของเราเอง ผม หมายถึงชัดใครสักคนที่มี Shopaholic เป็นผู้รับผิดชอบสำหรับความล้มเหลวทางการเงินของตน แต่เรารู้จากทุกประเภทของผลงานทางวิชาการที่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคน ส่วนใหญ่ ที่ คนส่วนใหญ่ประกาศล้มละลายเพราะค่ารักษาพยาบาลหรือเพราะพวกเขาสูญเสียงานของ หรือเพราะครอบครัวร้าว; ว่าเป็นเพียงความผิดของเราไม่ได้ว่าถ้าเราออกและเราไม่เศรษฐีที่เราล้มเหลว อย่างใด เราไม่ได้

MARTIN: Helaine Olen เป็นผู้เขียนหนังสือ “ปอนด์โง่เขลา” เผยด้านมืดของอุตสาหกรรมการเงินส่วนบุคคล เธอกับเราตั้งแต่เราสำนักในนิวยอร์ก

Helaine ผมอยากจะขอบคุณมากสำหรับการร่วมงานกับเรา

Olen: ขอขอบคุณที่มีฉัน

สงวนลิขสิทธิ์© 2013 เอ็นพีอาร์ สงวนลิขสิทธิ์ คำพูดจากวัสดุไม่มีในที่นี้อาจจะถูกใช้ในสื่อใด ๆ โดยไม่ต้องระบุแหล่งที่มาเพื่อเอ็นพีอาร์ บันทึกนี้มีให้สำหรับบุคคลที่ใช้งานที่ไม่เป็นการค้าเพียงซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้ของเรา ใช้งานอื่น ๆ ต้องได้รับอนุญาตก่อนที่เอ็นพีอาร์ เยี่ยมชมหน้าสิทธิ์ของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

เทปเอ็นพีอาร์ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อกำหนดเส้นตายเร่งด่วนโดยผู้รับเหมาสำหรับเอ็นพีอาร์และความถูกต้องและความพร้อมอาจแตกต่างกัน ข้อความนี้อาจไม่อยู่ในรูปแบบสุดท้ายและอาจมีการปรับปรุงหรือแก้ไขในอนาคต โปรดทราบว่าการบันทึกอำนาจของการเขียนโปรแกรมเอ็นพีอาร์เป็นเสียง