การลงทุนโดยใช้เครดิต

ขอ ให้ ปรับ การจ่ายเงินรางวัล ใหญ่ ธนาคาร ที่มี บทบาท ไม่ได้ มีประโยชน์ ต่อสังคม แม็กอีแวน กล่าวว่า “มีกลุ่มเล็ก ๆ ของ คนที่มี ทักษะเฉพาะ บางอย่างใน การร่วมกันวาง ‘ ธุรกิจการค้า ที่ ลูกค้าองค์กร ‘ , ที่เพิ่มมูลค่า ที่ดีจริงๆ กับธุรกิจ ที่เป็น มัน . ลงมาเพื่อ อุปสงค์และอุปทาน – มีเพียงไม่กี่ คนที่มี ทักษะเหล่านี้ (อีกครั้ง ทั่วโลก ) และเรา ต้องจ่าย อัตราดอกเบี้ยในตลาดเพื่อดึงดูดผู้คน เหล่านี้เพื่อ องค์กรของเรา ในการดำเนิน บทบาท ของพวกเขา ในนามของ บริษัท เอกชนขนาดใหญ่

“ผม คิดว่าเราจะ ตกอยู่ในอันตราย ของการสูญเสีย บางส่วนของ ธนาคาร การลงทุน ที่มีความเชี่ยวชาญ มากที่สุด ของเราถ้าเรา ไม่ได้ จ่ายอัตรา ตลาด. แต่ให้ฉัน จะค่อนข้าง ชัดเจนก็ จะต้อง ขึ้นอยู่กับ ผลการดำเนินงาน . เมื่อ ประสิทธิภาพการทำงาน จะขึ้นแล้ว อัตรา สามารถ ขึ้น . เมื่อ ผลการดำเนินงาน จะลดลง อัตรา จะลงไป “เขากล่าวว่า

วิกฤต ไอทีในเดือนมิถุนายน 2012 ที่เหลือ ลูกค้าที่ ไม่สามารถเข้าถึงบาคาร่า บัญชี ของพวกเขาสำหรับ สัปดาห์และ ตราบเท่าที่ เดือน ในสาธารณรัฐ ไอร์แลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ มันแสดงให้เห็น ธนาคาร ที่จำเป็นในการ อัพเกรดระบบ และการ จ้าง คนที่เหมาะสม ” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า เราจะ หายไปจำนวนมาก ของ ทักษะหลักในการ ระบบ เก่าเหล่านี้ ดำเนินการ ที่ซับซ้อนมาก ” แม็กอีแวน กล่าวว่า

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บังคับ ของมูดี้ส์ จะคิดใหม่ การประเมิน ของ กลยุทธ์ ของธนาคารและ กล่าวว่า “การ จัดการ ใบหน้าจำนวน ของ headwinds ระยะสั้นซึ่ง สามารถท้าทาย การดำเนินการตาม แผนนี้และในทางกลับ เป็น ลบสำหรับ เจ้าหนี้ ”

” นอกจากนี้ มูดี้ส์ เชื่อว่าความเสี่ยง โดยรวม ที่เกี่ยวข้อง กับการกู้คืน ของธนาคาร ได้เพิ่มขึ้น ” หน่วยงานที่ กล่าวว่า

เป็น ไปได้ของ การปรับลด การ ธนาคารคะแนน A3มา ก่อน การประกาศ ผล ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เมื่อเจ้านาย ใหม่ ของ รอสส์ แม็กอีแวน ด้านล่าง นี้ยัง กำหนด ที่จะประกาศ กลยุทธ์ของเขา สำหรับธนาคาร หลังจากการ หางเสือวันที่ 1 ตุลาคม รวมถึง การตัด ค่าใช้จ่าย และปรับ กลับมาใน สายธุรกิจ บางอย่าง

มู ดี้ส์ ประกาศ ความกังวล เกี่ยวกับการ ที่ธนาคาร ไม่นานหลังจากที่ แม็กอีแวน ได้รับ คำถาม จากผู้อ่าน ในเว็บไซต์ของผู้ปกครอง ในการที่ เขาปกป้อง จำเป็นต้องจ่าย โบนัส ศิลป espite สูญเสียที่ สัญญาว่าจะ ใส่ ธนาคาร ธุรกิจ เป็น 300 สาขาและ ยอมรับว่า คอมพิวเตอร์Meltdown สอง ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ธนาคาร ที่จำเป็นใน ระบบไอที ใหม่ เขากล่าวว่า ธนาคารจะใช้คาสิโน สิ่งที่ มันต้องใช้เวลา เพื่อให้ ระบบมีความน่าเชื่อถือ มากขึ้น

นอก จากนี้เขายัง ตอบโต้ การวิจารณ์ เช่น ที่ยก โดย อเรนซ์ ทอมลินสัน ที่ปรึกษา วินซ์เคเบิลที่ มี การทุจริต ในระบบ ภายใน ส่วน การปรับโครงสร้าง และการ เข้ารับการรักษา ที่ธนาคาร ได้ ลุกออกไป” เริ่มช้า ” ในการจัดการกับ การเรียกร้อง เกี่ยวกับการ แลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย การขายผิดพลาด

จำนวน เงินที่ ธนาคาร มีความตั้งใจที่ จะจ่าย ออก โบนัส ที่คาดว่าจะ ได้รับการประกาศ พร้อมกับ ตัวเลข 2013 แม้ว่ามันจะ คาดว่าจะมี ประมาณ£ 500m ธนาคารยังเผชิญ ความขัดแย้ง ต่อไป ผ่าน วิธีการที่จะ เดินเข้ามาใกล้ ขีด จำกัด ของ สหภาพยุโรป เกี่ยวกับ โบนัส 100 % ของเงินเดือน หมวกใบนี้ สามารถขึ้น ถึง 200 % หาก ผู้ถือหุ้น อนุมัติ และเงินฝากธนาคาร ที่คาดว่าจะ ขอ การสนับสนุนดังกล่าว ในที่ประชุม ประจำปี ในเดือนพฤษภาคม

แม็ก อีแวน ป้องกัน การจ่ายเงิน โบนัสให้ ธนาคาร : “ฉัน จะจ่าย ในตลาด เพื่อให้ได้คน ที่ดีที่สุดและ ที่จะถือ ไปยังพวกเขา ” เขากล่าวว่า เขา ชี้ให้เห็นว่า ได้รับเงิน โบนัส จาก ผลกำไร จากการดำเนินงาน ไม่ได้ ผลรวมของ กรรมการ ซึ่ง ได้แสดงให้เห็น การสูญเสีย ตั้งแต่วิกฤตการธนาคาร 2008

“ในการ ดึงดูดและรักษา คน ที่ดีผม จะต้องมีการ จ่ายเงิน หรือรอบ ตลาดอย่างอื่นผม ใส่ที่ อันตราย บางส่วนของ ธุรกิจหลัก เหล่านี้” แม็กอีแวน กล่าวว่า

กลุ่มแบงค์ฟันกำไรท้ายปี

แม้จะขยายสินเชื่อได้เข้าเป้าหมายแล้ว แต่ช่วงท้ายปีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ก็จะยังเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อบ้านต่อเนื่อง โดยอาศัยกลยุทธ์จับมือกับดีเวลอปเปอร์เพื่อปล่อยกู้ทั้งพรีไฟแนนซ์และโพสต์ ไฟแนนซ์ แต่คงพิจารณาคัดเลือกเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยที่อาจจะต้องเลือกกลุ่มที่มีรายได้สูงเป็นหลักเพื่อ คุมคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังรุนแรงอยู่ เห็นจากบางแคมเปญในปัจจุบันให้ดอกเบี้ย 0% นาน 1-2 ปี และช่วงปลายปีก็เป็นจังหวะที่ดีเวลอปเปอร์ต้องเร่งปิดงบฯ จะเริ่มเห็นโปรโมชั่นส่งท้ายอีกเช่นกัน

นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ในจังหวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรฐานสินเชื่อบ้านให้เทียบเท่าระดับสากล โดยเสนอให้ลดสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value-LTV) ลงมาอยู่ที่ 80% เท่ากันทุกกลุ่ม หรือเท่ากับดาวน์อย่างน้อย 20% จากปัจจุบัน LTV อยู่ที่ 90% สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ และ 95% สำหรับที่อยู่อาศัยแนวดิ่ง (คอนโดมิเนียม)

“ตอนเศรษฐกิจดี ปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนที่เศรษฐกิจแย่หรือชะลอตัว ปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงเกินไปจะทำให้เอ็นพีแอลเร่งตัวได้ ตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณการเร่งตัวขึ้นบ้างแล้ว แม้จะไม่ได้เป็นปัญหาที่น่าเป็นกังวล แต่ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้แบงก์เข้มงวดเป็นช่วง ๆ เท่านั้น ส่วนยอดสินเชื่อบ้านที่เติบโตค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมาเป็นอานิสงส์จากต้น ปีและปีก่อนหน้าที่ขยายตัวดี” นายกิตติกล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป้าหมายสินเชื่อบ้านที่ปีนี้ธนาคารคาดว่าจะเติบโต 8% หรือมีมูลค่าสินเชื่อคงค้าง 2.3 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้ทำได้เกิน

เป้าหมายแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้าที่เคยจ่ายเกินค่างวดเยอะเริ่มหันมาจ่ายปกติหรือจ่ายเกินวงเงินเล็กน้อย สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดช่วง 9 เดือนแรกที่สินเชื่อคงค้างขยายตัวได้ราว 7-9% แล้ว ทำให้มูลค่าสินเชื่อบ้านทั้งระบบขยับมาอยู่ที่ 2.35-2.4 ล้านล้านบาทแล้ว จากปลายปีที่แล้วอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท

“เป้าหมายช่วงปลายปีนี้ เรายังคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 1.4 หมื่นล้านบาท ฉะนั้นน่าจะต้องมีพอร์ตบางส่วนราว 5 พันล้านบาท ที่จะขายไปให้กับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เพื่อทำให้ธนาคารขยายสินเชื่อใหม่ได้เพิ่มขึ้นดังกล่าว” นายชาติชายกล่าว

ส่วนนางสาวดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ขณะนื้ธนาคารขยายสินเชื่อได้ตามเป้าหมายทั้งปีแล้ว เนื่องจากความต้องการซื้อในช่วงที่ผ่านมาเติบโตค่อนข้างมาก สวนทางกับการบริโภคในประเทศที่ชะลอลง บวกกับดีเวลอปเปอร์ก็พัฒนาโครงการออกมาทำโปรโมชั่นร่วมกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเช่นกัน

ทองทรุดแนะขายถือเงินสด

 

“มาตรการคิวอีอาจไม่ชะลอตัวลงในเดือนนี้ แต่อาจเริ่มชะลอตัวลงในเดือนธันวาคมแทน แต่ส่วนตัวคาดว่ามาตรการคิวอีอาจมีโอกาสชะลอตัวในเดือนนี้ เพราะมองว่าสถานการณ์เพดานหนี้จะผ่านพ้นไปได้ ซึ่งหากนโยบายทางการคลังดีขึ้น ความจำเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะซื้อพันธบัตรก็จะน้อยลง และมีโอกาสที่ตลาดทองคำจะร่วงแตะ 1,200-1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนการลงทุนทองคำในช่วงเดือน 1-2 เดือนนี้ แนะนำให้นักลงทุนลดพอร์ตทองคำเหลือ 10-15% เพื่อกลับไปถือเงินสดหรืออาจจะไปลงทุนในตลาดหุ้นแทน” นายกมลธัญกล่าว

นายกมล ธัญกล่าวว่า จากการรวบรวมตัวอย่างจากผู้ค้าส่งทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคา ทองคำ จำนวน 11 ตัวอย่าง เชื่อว่า ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเดือนตุลาคม โดยรวมน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศจะเคลื่อนไหวระหว่าง 18,200-20,900 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ

ทั้งนี้  การเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นหลัก คือ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงิน  โดยการเพิ่มทุนในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2556  นี้ สำหรับส่วนที่ 3  กำหนดแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2557 นายชัยวัฒน์ กล่าว.ฟ

และ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการรองรับโอกาสในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินปัจจุบัน รวมถึงรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่จะเปิดประมูลในอนาคต  คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงได้มีมติเพิ่มทุน 8,550 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556  โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย  ส่วนที่ 1 เป็นการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน  2,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อัตราส่วน 5.975 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่  เพื่อใช้สำหรับยกระดับและปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ   การจัดซื้อระบบรถไฟฟ้า  ตลอดจนดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในธุรกิจ  ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 เป็นการเสนอขายหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย  ทหารไทย กรุงศรีอยุธยา และธนชาต จำนวน 2,350 ล้านหุ้น  ในสัดส่วนราคาหุ้นละ 1 บาท รวมจำนวน 6,550 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างชำระ  โดยบริษัทฯ มีกำหนดจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 นี้
 

 

เงินบาทอ่อนหนักน่าจับตามอง

ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 97.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 97.41/43 เยน/ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี หลังจากเปิดตลาดไม่นานค่าเงินเยนได้ปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนกรกฎรคมทั้งสิ้น 1.024 ล้านล้านเยน ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในอเชีย และหันกลับไปถือครองดอลลาร์หลังจากรับข่าวผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ โดยตลอดช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 97.0-99.13 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.83-98.85 เยน/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 31.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตลอดต้นสัปดาห์ ท่ามกลางปริมาณเงินทุนไหลออกของต่างชาติจำนวนมาก หลังจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2/2556 ซึ่งประกาศในวันจันทร์ (19/8) ขยายตัวเพิ่ม 2.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2556 ลง เหลือเติบโต 3.8-4.3% จากเดิมคาดไว้ในช่วง 4.2-5.2% ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ตลาด รับข่าวผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในรอบที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องจนกระทั่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 32.12 บาท/ดอลลาร์ ในวันพฤหัสดบี (22/8) ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในวันศุกร์ (23/8) เนื่องจาก ธปท.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะดูแลค่าเงินบาทหากมีการเคลื่อนไหวอ่อนค่าเร็วเกิน ไป รวมทั้งตลาดรับข่าวตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ส่งผลให้มีเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาในเอเชียบางส่วน ทั้งนี้ตลอดทั้งปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่ระดับ 31.28-32.15 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ 31.97/99 บาท/ดอลลาร์

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้มีการประกาศจำนวนผู้ขอสวัสดิการการ ว่างงานประจำสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13,000 ตำแหน่ง โดยอยู่ที่ระดับ 336,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 330,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงในวันศุกร์อีกครั้ง อย่างไรก็ดี แม้ว่าจำนวนผู้ว่างงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาคแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัว ทั้งนี้นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนสิงหาคม ของสหรัฐที่จะมีการรายงานออกมาในวันที่ 6 กันยายน เพื่อตัดสินใจว่าตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นเพียงพอที่จะสนับสนุนการลดมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจลงหรือไม่ นอกจากนี้ตลาดยังรอผลการประชุมใหญ่ประจำปีที่แจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่งของสหรัฐที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ต่อจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2557 ในขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังพิจารณาตัวเลือกดังกล่าว นอกจากนี้คาดว่าประเด็นที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะหารือกันอย่างจริงจังก็คือแนว ทางและช่วงเวลาที่เฟดจะชะลอมาตรการซื้อพันธบัตรวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 1.3336/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 1.3338/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องจากไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยูโรโซนในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในวันอังคาร (20/8) หลังจากที่ธนาคารกลางเยอรมนี หรือบุนเดสแบงก์ระบุในรายงานประจำเดือนว่า หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีความรุนแรงขึ้น ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (22/8) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มลดปริมาณเงินในการเข้าซื้อ พันธบัตรในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับทุกสกุล ก่อนจะกลับมาแข็งค่าหลังจากมีการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคธุรกิจ ของเยอรมันในเดือนสิงหาคมออกมาดีเกินคาด โดยค่าดัชนีออกมาที่ระดับ 52 เพิ่มขึ้นจากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม นอกจากนี้ กิจกรรมทางธุรกิจทั่วยูโรโซนในเดือนสิงหาคมยังมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า ระดับคาดการณ์ของตลาด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.3 จากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.3297-1.3427 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนที่จะปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ระดับ 1.3349/51 ดอลลาร์/ยูโร

หุ้นไทยยังไปได้

 

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในการซื้อขายภาคบ่าย ประเมินว่าดัชนีจะยังเคลื่อนในกรอบแคบ ๆ โดยยังควมชัดเจนถึงผลการหารือร่วมของหน่วย 3 แห่ง ซึ่งหากมีการส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น แต่ยังคงมีสัญญาณว่าจะไม่ปรับลดดอกเบี้ยลงคาดว่าตลาดหุ้นจะสามารถปรับตัว เพิ่มในระดับปกติจากปัจจัยหนุนต่างประเทศ เพราะตลาดหุ้นรับรู้ล่วงหน้าไปแล้ว

 

โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ประเมินแนวรับอยู่ที่ 1,573 จุด และแนวต้านที่ 1,580 จุด

นายณาศิส ประเสริฐสกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันที่ 26 เมษายน ภาพดัชนีดัชนีหวี่ยงตัวในกรอบแคบ ๆ ในแดนบวก เทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่บวกในอัตราที่มากกว่าจากความคาดหวังเชิงบวกถึง ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แต่ยังปัจจัยในประเทศซึ่งนักลงทุนยังรอจับตาผลการหารือร่วมกันในช่วงบ่ายของ หน่วยงาน 3 แห่ง ระหว่างรัฐบาล, กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงประเด็นการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในขณะนี้

 

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เผยกำไรกว่า 8แสนล้าน

การเงิน

ด้าน สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงเทศกาลจ่ายเงินปันผลของบริษัท จดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ซึ่งช่วงก่อนเทศกาลเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะยาวในหุ้น ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจากผลประกอบการสำหรับรอบ 9 เดือนของปี 2555 บริษัทจดทะเบียน มีกำไรสุทธิรวมสูงถึง 553,353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.50% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนสิทธิประโยชน์จากเงินปันผลที่นักลงทุนได้รับ จะมากน้อยเพียงไรก็ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่นักลงทุนถือ หุ้นอยู่ในพอร์ต และนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการรายงานงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดเอ็มเอไอในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนมีกำไรรวมกันกว่า 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 167% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากผลประกอบการไตรมาส 4 ในปี 2554 ประสบปัญหาจากน้ำท่วม โดยในช่วงไตรมาส 4 อุตสาหกรรมที่่มีการเติบโตอย่างมาก 6 ลำดับแรก ได้แก่ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 225% วัสดุก่อสร้าง 145% พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ 117% กลุ่มธุรกิจบันเทิง 40% กลุ่มโรงพยาบาล 34% กลุ่มค้าส่งและค้าปลีก 24% ส่วนอุตสาหกรรมที่หดตัวมากที่สุดได้แก่ กลุ่มอาหาร ติดลบ 28% รองลงมากลุ่มสินค้าเกษตร ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวจากที่ประสบภาวะขาดทุนมาเป็นกำไรได้ในไตรมาส 4 ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มประกันภัย ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน ทั้งปี 2555 อยู่ที่ 7.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17%

บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยต่อว่า ด้านอัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2556 นั้น คาดการณ์ว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโต 8.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 16% สาเหตุที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเติบโตต่อเนื่องของบริษัทจดทะเบียน จากช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอุตสาหกรรมหลายกลุ่ม ได้แก่ ประกันภัย หลังประสบภาวะขาดทุนหนักจากการชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วมปี 2554 ที่คาดการณ์ว่าจะมีกำไรเติบโตในปี 2556 กว่า 237% และธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้รับผลดีจากแผนการลงทุนภาครัฐ เติบโตกว่า 30% และไอซีที 17% กลุ่มอสังหาริทรัพย์เติบโต 30% กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง เติบโต 22% และกลุ่มภาคการเงิน 21% จากการคาดการณ์กำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น จะส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยน่าจะมีพีอี 14.7 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงหากพิจารณาสถิติในอดีต จึงคาดว่าแนวโน้มดัชนีที่ปัจจุบันยังมีโอกาสปรับฐานต่อ หรือมีความผันผวนสูง โดยคาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยน่าจะอยู่ 1,470-1,575 จุด ในระยะ 1 เดือนข้างหน้า

ตลาดทองคำคึกคักรับตรุษจีน

กลุ่ม ลูกค้าที่นิยมมาซื้อมีหลายกลุ่ม ได้แก่ “กลุ่มผู้ให้” ที่ต้องการมอบทองคำให้เป็นของขวัญตามเทศกาล ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุในช่วงวัยกลางคน (30 ขึ้นไป) มักซื้อทั้งในลักษณะการ์ดทองคำ กุหลาบทองคำ เหรียญทองคำชิ้นเล็ก เป็นต้น

“กลุ่ม นักลงทุน” ที่เบื่อกับการออมด้วยการซื้อทองแท่งธรรมดา จึงหันมาซื้อทองคำแบบใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นการสร้างจิตวิทยาทางบวกให้กับตัวเองรูปแบบหนึ่ง เพราะแม้จะอยู่ในช่วงที่ราคาทองคำผันผวนหรือปรับตัวลดลง แต่นักลงทุนกลุ่มนี้ก็ยังจะรู้สึกดีกับทองคำลวดลายสวยงามที่มีอยู่ ต่างจากการซื้อทองคำแท่งไร้ลวดลาย

“กลุ่มนักสะสม” มีเงินทุนสูง ซื้อทองคำตามลวดลายที่ชอบสะสม โดยส่วนหนึ่งในนี้จะเป็นลูกค้าประเภท “พรีเมี่ยม” ที่จะได้รับเชิญจาก “ฮั่วเซ่งเฮง” ทุกไตรมาส เพื่อให้มาชมสินค้าที่ผลิตจากทองคำในรูปแบบพิเศษต่าง ๆ ที่มีความประณีตสูง และมีราคานับตั้งแต่หลัก 1 ล้าน จนถึง 10 ล้านบาท

คุณลักษณะอันโดดเด่นของ “ทองคำฉาบ สี” อยู่ที่ “รูปแบบที่สวยงาม” ซึ่งมาจากการแต่งแต้มสีพาสเทล เช่น ฟ้า ชมพู เขียว น้ำตาล ฯลฯ ลงบนเนื้อทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% น้ำหนัก 1 บาท และ 2 บาท ด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่ไม่ส่งผลเสียต่อเนื้อทอง ทั้งสามารถมาหลอมเป็นทองคำแท่งใหญ่ได้โดยไม่เสียน้ำหนัก เพราะสีจะระเหยไปเองตามกระบวนการผลิต

จุดเด่นยังอยู่ที่การออกแบบให้ มีความหลากหลาย และเข้ากับ “เทศกาล” ที่เป็นวาระสำคัญ เช่น “ตรุษจีน” ก็จะมีทองคำมงคลลายปีนักษัตร อาทิ ลายมังกร ลายงูเล็ก ฯลฯ ส่วนคนที่มองหาของขวัญ “วาเลนไทน์” ก็มีทองคำฉาบสีสวยงามทั้งชมพูและแดงลงบนลายดอกกุหลาบ แทนความรู้สึกดี ๆ ที่ให้กันได้อีกมากมาย

ในโอกาสพิเศษอื่น ๆ เช่น วันแต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด วันพ่อ และวันแม่ ก็มี “ทองคำ” ฉาบสีด้วยลวดลายน่ารักเป็นสื่อถึงความยินดีและแสดงความรักให้เลือกหาซื้อได้ ตรงกับวาระที่ต้องการส่งมอบให้กับผู้รับด้วย

“การฉาบสีลงทุนทองแบบ นี้ เราเป็นเจ้าแรกที่ทำในตลาด และมีเพียงเจ้าเดียวที่ผลิตได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งกระแสความนิยมถือว่าดีอย่างมาก และขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วย หลายคนชอบทั้งลักษณะของทองคำ รวมถึงรูปแบบที่เรานำเสนอคือ ติดทองลงบนการ์ดอวยพรที่สวยงาม ทำให้ลูกค้าสามารถถ่ายทอดความรู้สึกลงบนนั้นได้มากขึ้นไปอีก” ธนรัตน์กล่าว

“กลุ่มลูกค้าไฮโซ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตสินค้าให้เรา บางคนซื้อกระเป๋าทองคำใบละล้านบาทจากเราไป บางคนก็มาสั่งเราทำสินค้าเป็นรูปขวดเหล้าที่ชื่นชอบ พอเราเห็นเขาสนุกมีความสุขกับการสะสมแบบนี้ เราเองก็สนุกกับการที่จะทำไปด้วย”

จากความสำเร็จทั้งหมดนี้ จึงทำให้ “ฮั่วเซ่งเฮง” เกิดไอเดียที่จะตั้งร้านสำหรับขายของขวัญล้ำค่าที่มาจากทองคำโดยเฉพาะ เพื่อรองรับลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ ที่จากการสำรวจเบื้องต้นเห็นว่ามีความต้องการค่อนข้างสูง คาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มมีความชัดเจน

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลัง มองหาของขวัญล้ำค่าในช่วงเทศกาลพิเศษนี้ ทั้งยังเป็นช่องทางลงทุนได้ด้วยในราคาที่ไม่แพงเกินไปนัก ลองแวะไปที่ “ฮั่วเซ่งเฮง” น่าจะมีคำตอบที่น่าสนใจสำหรับคุณ..

เงินบาทยังคงผันผวน

 

ข่าวเศรษฐกิจ

ส่วนค่าเงินสกุลหลักอื่น ๆ เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อาทิ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.3307/09 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ (23/1) ที่ระดับ 1.3326/29 ดอลลาร์/ยูโร ทั้งนี้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงในช่วงต้นเป็นผลมาจากคำสั่งขายอัตโนมัติในช่วง ค่ำคืน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่าค่าเงินยูโรจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.3300-1.3330 ในช่วงนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันมีการเผยตัวเลขข้อมูลที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีรวมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตและภาคบริการของเยอรมนีประจำเดือนมกราคมอยู่ที่ 53.6 ซึ่งมากกว่าตัวเลขประจำเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.3 ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีได้ฟื้นตัวขึ้นในปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับความเห็นของนายดรากีที่กล่าวว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกฯเริ่มต้นได้ดีในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินยูโรขยับแข็งค่าเล็กน้อย แต่การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินสกุลนี้ยังคงมีประเด็นหลังจากที่กองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยังคงประสบสภาวะซบเซาในปีนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ/ .3285-1.3346 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 1.3322/24 ดอลลาร์/ยูโร

 

ส่วนค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 88.54/57 เยน/ดอลลาร์ โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าเป็นวันแรกหลังจากที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงต้น สัปดาห์ ทั้งนี้เป็นผลมาจากตัวเลขภาคการส่งออกของญี่ปุ่นลดลงเกินคาด โดยตัวเลขภาคการส่งออกประจำเดือนธันวาคมอยู่ที่ระดับ -5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ -4.2% ประกอบกับความเห็นของนายยาซูโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่กล่าวว่า การที่ค่าเงินเยนจะอ่อนค่าจนถึงระดับ 100 เยน/ดอลลาร์นั้นยังคงเป็นไปได้ และระดับดังกล่าวจะไม่ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นแต่อย่างใด ซึ่งความเห็นดังกล่าวยังคงสอดคล้องกับนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ ยังคงประสบปัญหาภาวะเงินฝืด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบ 88.40-89.64 เยน/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 89.52/54 เยน/ดอลลาร์

เงินบาทยังคงผันผวนหลังมีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้าแทรกแซง หากค่าเงินบาทแข็งค่ามากจนเกินไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ส่งออก ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงยืนยันว่าเฟดยังคงจะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ (QE) ต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งนี้นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนว่า อัตราการว่างงานในเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้นยังคงไม่เป็นที่พอใจ ในขณะเดียวกันค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐ มีนโยบายระงับเพดานหนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่รัฐบาลจะต้องลด ค่าใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้งบฯกู้ยืมของภาครัฐยังคงมีวงเงินอยู่ที่ 16.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2555 ทั้งนี้ การตัดสินใจดำเนินนโยบายดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนให้ความสนใจที่จะลงทุนใน สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงค่าเงินสกุลอื่น ๆ ที่ให้ค่าตอบแทนสูงมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามระหว่างวันค่าเงินบาทมีความเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 29.79-29.85 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 29.77/79 บาท/ดอลลาร์

 

อย่างไรก็ดี ในวันนี้ทางธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ (HSBC) ได้เปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีน ซึ่งพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยดัชนีดังกล่าวพุ่งสู่ระดับ 51.9 ในเดือนมกราคม ซึ่งจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2554 ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก กำลังฟื้นตัวขึ้นและอาจส่งผลบวกให้กับเศรษฐกิจประเทศอื่น ๆ ด้วย

 

ในสัปดาห์นี้ตลาดจับตาการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขผู้เข้าขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐ (Initial Jobless Claims) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะมีผู้เข้าขอรับสวัสนดิการดังกล่าว 355,000 ราย ในช่วงค่ำวันนี้ (24/1) และยอดการขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯในวันพรุ่งนี้ (25/1)

 

อัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +6.0/6.2 สตางค์/ดอลลาร์ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +4.5/5.0 สตางค์/ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า

 

-/+ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนในเดือน พ.ย.ปรับลดลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้าและเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีตัวเลขการผลิตเครื่องจักรต่างๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวดี ขึ้นในอนาคตเนื่องจากเครื่องจักรต่างๆ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลผลิตในอนาคต

- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดิอาระเบียออกมาปฏิเสธว่าซาอุฯ ไม่ได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาเพื่อต้องการหนุนราคาน้ำมันดิบ ตามที่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าระดับราคาน้ำมันดิบที่เหมาะสม ต้องอยู่เหนือ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่เป็นเพราะความต้องการที่ปรับลดน้อยลงตามฤดูกาล

 

- นักลงทุนยังลังเลที่จะลงทุนในตลาดน้ำมันรวมถึงตลาดหุ้นเนื่องจากถูกกดดันจาก ความกังวลเรื่องเพดานหนี้ในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเป็นประเด็นกดดันตลาดในช่วงกลางเดือน ก.พ.โดยวานนี้ประธานาธิบดีโอบามาออกมาเรียกร้องให้พรรครีพับลิกันยอมขยาย เพดานหนี้ แต่ล่าสุดทางพรรครีพับลิกันยังคงมีจุดยืนให้โอมาบาแสดงแผนปรับลดรายจ่ายที่ เข้มข้นกว่านี้ถึงจะยอมพิจารณาเรื่องการขยายเพดานหนี้

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มมากขึ้นทั้งจากภายในภูมิภาคโดยเฉพาะเอเชียเหนือ รวมทั้งปริมาณนำเข้าที่มาจากสหรัฐฯ เนื่องจากอุปสงค์ที่ค่อนข้างต่ำเป็นปัจจัยกดดันราคา แม้ว่าจะมีปริมาณนำเข้าจากออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องในช่วงหน้าร้อนสำหรับการ เดินทางท่องเที่ยวทางรถ

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ขณะที่ความต้องการภายในภูมิภาคค่อนข้างทรงตัว ล่าสุดฟิลิปปินส์ออกมานำเข้าน้ำมันดีเซลจำนวน 250,000 บาร์เรล

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเทียบกับค่าเงินยูโรโดยไปแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 11 เดือนวานนี้หลังประธานธนาคารกลางยุโรปให้สัมภาษณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะยัง ไม่ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในตอนนี้ รวมทั้งมองว่าเสถียรภาพทางการเงินและเศรษฐกิจของกลุ่มยุโรปดีขึ้นและมีแนว โน้มที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2013 นอกจากนี้มีสัญญาณว่าภาคธนาคารในสเปนกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางยุโรปลดน้อยลง ในเดือน ธ.ค.

 

+/- นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปรับ เพิ่มขึ้นมากวานนี้ จากข่าวที่โรงกลั่นน้ำมันหลายโรงในสหรัฐฯ จะทยอยปิดซ่อมบำรุงโดยเฉพาะในแถบมิดเวสต์และอ่าวเม็กซิโกหลังจากเลื่อนมา ตั้งแต่ปี 2012 อย่างไรก็ดีในระยะถัดไปการที่โรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงหลายโรงน่าจะส่งผลด้านลบ ต่อความต้องการใช้น้ำมันดิบรวมถึงราคาน้ำมันดิบมากกว่า

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 88 – 95 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของรัฐนิวยอร์ค ดุลการค้ายูโรโซนและดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ / ผลประกอบการไตรมาส 4/55 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่

วันอังคาร : ยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของรัฐนิวยอร์ค ดุลการค้ายูโรโซนและดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี
วันพุธ : ดัชนีราคาผู้บริโภคและการผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน /อีเบย์/โกลด์แมน แซคส์/เจพี มอร์แกน เชส
วันพฤหัส : ยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานและยอดการขอสร้างบ้านใหม่สหรัฐฯ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของธนาคารกลางฟิลาเดลเฟีย  การผลิตภาคอุตสาหกรรมยอดค้าปลีกและจีดีพีไตรมาส 4 ของจีน รายงานภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป /อเมริกัน เอ็กซ์เพรส/แบงค์ อ๊อฟ อเมริกา/ซิตี้กรุ๊ป/อินเทล
วันศุกร์ : ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ(ม.มิชิแกน) /เจนเนอร์รัล อิเลคทริค มอร์แกน สแตนลีย์

 

- ติดตามผลการเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 16 ม.ค.56 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางการอิหร่านมีท่าทีว่าจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ IAEA เข้าตรวจในบริเวณฐานทัพพาร์ชิน
- ติดตามรายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันประจำเดือน ม.ค.ของ OPEC และ IEA ในวันที่ 16 และ 18 ม.ค. ตามลำดับว่าจะมีมุมมองอย่างไรต่อคาดการณ์ปริมาณผลิตและปริมาณความต้องการใช้ น้ำมันของโลกปี 56 หลัง EIA รายงานในสัปดาห์ที่แล้วคาดว่าอุปทานส่วนเพิ่มจะมากกว่าอุปสงค์ทำให้กลุ่มโอ เปคต้องพิจารณาลดกำลังผลิต
- จับตาผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ WTI จากการเปิดใช้ส่วนต่อขยายของท่อส่งน้ำมัน Seaway Pipeline ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่จะทำให้กำลังการขนส่งรวมเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 150,000 บาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน และจะทำให้การขนส่งน้ำมันออกจากจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสบริเวณคุ ชชิ่ง โอกลาโฮมาไปยังโรงกลั่นในบริเวณรัฐเท็กซัสเพิ่มมากขึ้น
- นอกจากนี้ติดตามว่าโรงกลั่น Motiva ที่เท็กซัส สหรัฐฯ จะกลับมาดำเนินการผลิตของหน่วยกลั่นขนาดกำลังการผลิต 325,000 บาร์เรลต่อวันอีกครั้งเมื่อไรหลังความพยายามครั้งล่าสุดล้มเหลวเนื่องจาก เกิดการรั่วไหล

 

นักลงทุนยังหวั่นกับราคาน้ำมัน

 

สถาบันปิโตรเลียมของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสิ้นสุด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 55 ปรับตัวลดลงมากถึง 12 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรลและ 6.7 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ โดยสาเหตุที่ปรับลดลงมากมาจากเหตุผลทางภาษีของโรงกลั่นในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีราคายังไม่ปรับตัวมากนักเนื่องจากนักลงทุนรอตัวเลขจากสำนักงาน สารสนเทศน์ด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ในวันศุกร์นี้

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากว่าอุปทานในเอเซียที่ค่อนข้างทรงตัวขณะที่ความต้องการจากภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือที่น้อยลงมาก

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยยังคงมีอุปสงค์จากเซียตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ ขณะที่โรงกลั่นมีการผลิตและส่งออกน้อยลง

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้า เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 88 – 95 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามอัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ  ดัชนีภาคบริการยูโรโซน รวมถึงยอดขายปลีกในเยอรมนี

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันศุกร์ : อัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ ดัชนีภาคบริการยูโรโซน ยอดขายปลีกในเยอรมนี
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่
วันจันทร์ : ดัชนีราคาผู้ผลิตยูโรโซน
วันอังคาร : ยอดค้าปลีกและอัตราการว่างงานยูโรโซน ดุลการค้าและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานเยอรมนี
วันพุธ : จีดีพีไตรมาส 3 ยูโรโซน(Final) การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี
วันพฤหัส : การประชุมธนาคารกลางยุโรป การผลิตภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส รวมทั้งยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ
วันศุกร์ : ดุลการค้าสหรัฐฯ และดัชนีราคาผู้บริโภคจีน

นักลงทุนทยอยขายน้ำมันดิบซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังสรุปผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือน ธ.ค. 55 มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคณะกรรมการของธนาคารกลางหลายคนจะเห็นว่าควรชะลอหรือหยุดการเข้าซื้อ พันธบัตรดังกล่าว เพื่อไม่ให้เสียเสถียรภาพทางการเงินไปมากกว่านี้ โดยธนาคารกลางจะยังเข้าซื้อพันธบัตรอสังหาริมทรัพย์ 45,000 ล้านเหรียญฯและพันธบัตรการเงิน (Treasury Bill) อีก 40,000 ล้านเหรียญฯต่อเดือน

 

+ การจ้างงานภาคเอกชนในเดือน ธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้น 215,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 55 แสดงภาพรวมของภาคแรงงานสหรัฐฯที่กำลังฟื้นตัว แม้ว่ายอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นมา 10,000 ตำแหน่งมาอยู่ที่ 372,000 ตำแหน่ง โดยการปรับขึ้นมาจากการคาดการณ์เนื่องจากข้อมูลจากบางรัฐเป็นการประมาณการ เท่านั้น

 

 

- แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะสามารถผ่านร่างแนวทางเลี่ยงปัญหาหน้าผาการคลังได้ใน ช่วงปีใหม่ อย่างไรก็ดีหลายฝ่ายรวมทั้ง IMF ออกมาเตือนว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่แก้ปัญหาหนี้ในภาพรวมแต่เป็นเพียงการยืด เส้นตายเท่านั้น สภาสหรัฐฯยังจำเป็นต้องถกกันต่อในช่วง 2 เดือนข้างหน้าในประเด็นการตัดลดงบรายจ่ายและเพิ่มเพดานหนี้ซึ่งในประเด็นดัง กล่าวพรรครีพับลิกันมีจุดยืนที่ต้องการให้รัฐบาลปรับลดรายจ่ายในหลายภาคส่วน ลง
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปวันที่ 10 ม.ค. 2556 ว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีมุมมองอย่างไรต่อสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์หนี้สินใน ยุโรป รวมถึงติดตามว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่
- ติดตามผลการเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 16 ม.ค. 56 อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว
- จับตาการเปิดใช้ส่วนต่อขยายของท่อส่งน้ำมัน Seaway Pipeline ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่จะทำให้กำลังการขนส่งรวมเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 150,000 บาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน และจะทำให้การขนส่งน้ำมันออกจากจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสบริเวณคุ ชชิ่ง โอกลาโฮมาไปยังโรงกลั่นในบริเวณรัฐเท็กซัสเพิ่มมากขึ้น