แนวคิดการบริหารที่ได้จากหนัง

ซื้อ สินค้าเหล่านี้ ช่วยให้ ไอทีวี สตูดิโอ เพิ่มรายได้ โดย 20% ถึง £ 857m ไอทีวี กล่าวว่า ถึงแม้ว่า บางส่วนของ การเจริญเติบโต ที่ ไม่ได้เกิดจาก การเข้าซื้อกิจการ . ส่วนที่ ตัดค่าใช้จ่าย ของการวางแผนการ ตอบสนอง จะถูกตั้งค่า เพื่อดำเนินการต่อ แม้ว่า อัตราที่ชะลอลง กับอีก ตัด ของ £ 10m ดินสอ ใน ปี 2014 หลังจากที่ £ 28m ใน ปีที่ผ่านมา ลด

แต่ การประกาศจ่ายเงินปันผล พิเศษ £ 161mสั้นลง ของความคาดหวัง ของตลาดที่ ก่อให้เกิดการ ขายหุ้น ไอทีวี ที่จะเลื่อน 3.5 % ถึง 199P มี นักวิเคราะห์บางคน คาดหวังว่า การจ่ายเงิน ไม่น้อยกว่า 200 ปอนด์

คี ธ โบว์แมน ที่ stockbrokers Lansdown ฮาร์กรีฟ กล่าวว่า การวางแผน การเปลี่ยนแปลง Crozier เป็น ” อย่างชัดเจน บาน ” . แต่เขา เตือนว่า ไอทีวี ต้องเผชิญกับ แรงกดดัน อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับ รายได้ ด้วยการ ขายโฆษณา มีแนวโน้มที่จะ เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ ความผันผวนของ ความต้องการ ช่อง สำหรับกิจกรรมที่ บริษัท ทีวีอยู่ กับผู้ชม รับประกัน

Crozier กล่าวว่า ไอทีวี ซึ่งเป็น ออกอากาศ ในปีนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก จากบราซิล จะ ” สนใจ ” ใน สิทธิของ การเล่นกีฬา ในอนาคต แม้จะมี การสูญเสียแฟรนไชส์ ที่ออกอากาศ เปียนส์ลีก ที่จะ BT

ผู้ บริหารระดับสูง ของอดัม Crozier ยกย่อง “ก้าวสำคัญ ” สำหรับการ ไอทีวี ซึ่งได้ พยายามที่จะ หา เท้าของมัน เพราะมัน ถูกสร้างขึ้นโดย การควบรวมกิจการ ของเครือข่าย วืด กรานาดา และ คาร์ลตัน ในปี 2004 . Crozier ที่ถูก เผ่าพันธุ์ จากรอยัลเมล์ ในปี 2010 ที่จะ ช่วยเหลือ ธุรกิจ กล่าวว่า ” ทุกส่วนของ ธุรกิจที่ มีความก้าวหน้า เป็นอย่างดี ในขณะที่เรา ยังคง ปรับสมดุล ไอทีวี . ”

เพิ่มขึ้นสูงชัน ในผลกำไร คาดการณ์ เอาชนะ ซิตี้ ยืนยันว่า ไอทีวี ได้ หนีปัญหา รุมเร้า ของ ทิ้ง รายได้โฆษณา และตราสารหนี้ มหาศาลที่ เผชิญหน้า Crozier เมื่อ ครั้งแรกที่เขา มาถึง

ภายใต้การนำ ของเขา ไอทีวี ได้ กลับ ลดลง ในการเขียนโปรแกรม ในประเทศ ด้วยการชนะ ผู้ชมและ ผู้โฆษณาที่มี ตลาดมวล รวมทั้ง ฮิต เต้นรำบนน้ำแข็ง และฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง พาฉันออกไป จาก ที่นี่

ในขณะเดียวกัน ทอน วัด และ Broadchurch มีการเรียกคืน ชื่อเสียงของ ละคร ที่ได้รับการ บดบังด้วย ความสำเร็จของ รูปแบบ ความบันเทิง เช่นปัจจัยและฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง

Crozier กล่าวว่า ไอทีวี ออกอากาศ ช่องทาง มีความสุข ปีที่ดีที่สุด ของพวกเขา ในการดู ในขณะที่ ช่อง ไอทีวี หลัก ได้เห็น Emmerdale แข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ชม กับบีบีซี อีสท์

กลยุทธ์ ของรูปแบบ การส่งออกยัง มีการจ่ายเงิน ออกไป กับนาย ซุปเปอร์มาร์เก็ต มาร์เปิ้ล และ นรกครัว สหรัฐอเมริกา ขายไปกว่า 150 ประเทศ ในขณะที่ แปด ของรูปแบบ ที่ได้รับการ ขายให้กับ หลายประเทศ รวมทั้ง ฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง และ เต้นรำบนน้ำแข็ง . เกือบ 60% ของ เนื้อหาที่ ไอทีวี จะทำโดย ไอทีวี สตูดิโอ

Crozier ตัดออก ประมูล ช่อง 5ว่า ข้อเสนอที่จะ ดึงดูด การพิจารณากฎระเบียบ ที่ได้รับ พลังงานรวม ของทั้งสอง ช่องทางในการ ตลาดการโฆษณา. การเสนอราคา รอบแรก สำหรับ ช่อง 5 ซึ่งเป็นเจ้าของโดย วันด่วน เจ้าของ ริชาร์ด เดสมอนด์ เป็น เนื่องจาก ในวันพฤหัสบดี กับ BSkyB และเราตาม การค้นพบ การสื่อสาร คาดว่าจะทำให้การเสนอราคา ร่วมกัน

แต่ Crozier กล่าวว่า ไอทีวี จะยังคง มองไปที่ การเข้าซื้อกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหรัฐอเมริกาและ สหราชอาณาจักร . ไอทีวี เป็น ปี กว่าสาม และครึ่ง เป็น แผนฟื้นฟู ห้าปี ซึ่งรวมถึง การตัด ค่าใช้จ่ายและ ซื้อ บริษัท ผลิต เป็น มันพยายาม เพื่อป้องกัน ธุรกิจ จากตลาด ที่ทวีความรุนแรง ในการโฆษณา ฟรี เพื่อ อากาศ

ใน การซื้อ ความสนุกสนาน 12 เดือน , ไอทีวี สตูดิโอ ที่ได้มา สี่ บริษัท ผลิต . จะ ได้ซื้อการ์เด้น และบิ๊ก คุย ใน สหราชอาณาจักร ในข้อเสนอที่ มุ่งเป้าไปที่ การส่งเสริม ความบันเทิงและ ตลก รูปแบบ ของ จริง เช่นเดียวกับที่ Thinkfactory สื่อ และ เที่ยง บันเทิง ในสหรัฐอเมริกา .

กลุ่มแบงค์ฟันกำไรท้ายปี

แม้จะขยายสินเชื่อได้เข้าเป้าหมายแล้ว แต่ช่วงท้ายปีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ก็จะยังเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อบ้านต่อเนื่อง โดยอาศัยกลยุทธ์จับมือกับดีเวลอปเปอร์เพื่อปล่อยกู้ทั้งพรีไฟแนนซ์และโพสต์ ไฟแนนซ์ แต่คงพิจารณาคัดเลือกเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยที่อาจจะต้องเลือกกลุ่มที่มีรายได้สูงเป็นหลักเพื่อ คุมคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังรุนแรงอยู่ เห็นจากบางแคมเปญในปัจจุบันให้ดอกเบี้ย 0% นาน 1-2 ปี และช่วงปลายปีก็เป็นจังหวะที่ดีเวลอปเปอร์ต้องเร่งปิดงบฯ จะเริ่มเห็นโปรโมชั่นส่งท้ายอีกเช่นกัน

นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ในจังหวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรฐานสินเชื่อบ้านให้เทียบเท่าระดับสากล โดยเสนอให้ลดสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value-LTV) ลงมาอยู่ที่ 80% เท่ากันทุกกลุ่ม หรือเท่ากับดาวน์อย่างน้อย 20% จากปัจจุบัน LTV อยู่ที่ 90% สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ และ 95% สำหรับที่อยู่อาศัยแนวดิ่ง (คอนโดมิเนียม)

“ตอนเศรษฐกิจดี ปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนที่เศรษฐกิจแย่หรือชะลอตัว ปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงเกินไปจะทำให้เอ็นพีแอลเร่งตัวได้ ตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณการเร่งตัวขึ้นบ้างแล้ว แม้จะไม่ได้เป็นปัญหาที่น่าเป็นกังวล แต่ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้แบงก์เข้มงวดเป็นช่วง ๆ เท่านั้น ส่วนยอดสินเชื่อบ้านที่เติบโตค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมาเป็นอานิสงส์จากต้น ปีและปีก่อนหน้าที่ขยายตัวดี” นายกิตติกล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป้าหมายสินเชื่อบ้านที่ปีนี้ธนาคารคาดว่าจะเติบโต 8% หรือมีมูลค่าสินเชื่อคงค้าง 2.3 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้ทำได้เกิน

เป้าหมายแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้าที่เคยจ่ายเกินค่างวดเยอะเริ่มหันมาจ่ายปกติหรือจ่ายเกินวงเงินเล็กน้อย สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดช่วง 9 เดือนแรกที่สินเชื่อคงค้างขยายตัวได้ราว 7-9% แล้ว ทำให้มูลค่าสินเชื่อบ้านทั้งระบบขยับมาอยู่ที่ 2.35-2.4 ล้านล้านบาทแล้ว จากปลายปีที่แล้วอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท

“เป้าหมายช่วงปลายปีนี้ เรายังคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 1.4 หมื่นล้านบาท ฉะนั้นน่าจะต้องมีพอร์ตบางส่วนราว 5 พันล้านบาท ที่จะขายไปให้กับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เพื่อทำให้ธนาคารขยายสินเชื่อใหม่ได้เพิ่มขึ้นดังกล่าว” นายชาติชายกล่าว

ส่วนนางสาวดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ขณะนื้ธนาคารขยายสินเชื่อได้ตามเป้าหมายทั้งปีแล้ว เนื่องจากความต้องการซื้อในช่วงที่ผ่านมาเติบโตค่อนข้างมาก สวนทางกับการบริโภคในประเทศที่ชะลอลง บวกกับดีเวลอปเปอร์ก็พัฒนาโครงการออกมาทำโปรโมชั่นร่วมกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเช่นกัน

ทองทรุดแนะขายถือเงินสด

 

“มาตรการคิวอีอาจไม่ชะลอตัวลงในเดือนนี้ แต่อาจเริ่มชะลอตัวลงในเดือนธันวาคมแทน แต่ส่วนตัวคาดว่ามาตรการคิวอีอาจมีโอกาสชะลอตัวในเดือนนี้ เพราะมองว่าสถานการณ์เพดานหนี้จะผ่านพ้นไปได้ ซึ่งหากนโยบายทางการคลังดีขึ้น ความจำเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะซื้อพันธบัตรก็จะน้อยลง และมีโอกาสที่ตลาดทองคำจะร่วงแตะ 1,200-1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนการลงทุนทองคำในช่วงเดือน 1-2 เดือนนี้ แนะนำให้นักลงทุนลดพอร์ตทองคำเหลือ 10-15% เพื่อกลับไปถือเงินสดหรืออาจจะไปลงทุนในตลาดหุ้นแทน” นายกมลธัญกล่าว

นายกมล ธัญกล่าวว่า จากการรวบรวมตัวอย่างจากผู้ค้าส่งทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคา ทองคำ จำนวน 11 ตัวอย่าง เชื่อว่า ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเดือนตุลาคม โดยรวมน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศจะเคลื่อนไหวระหว่าง 18,200-20,900 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ

ทั้งนี้  การเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นหลัก คือ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงิน  โดยการเพิ่มทุนในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2556  นี้ สำหรับส่วนที่ 3  กำหนดแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2557 นายชัยวัฒน์ กล่าว.ฟ

และ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการรองรับโอกาสในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินปัจจุบัน รวมถึงรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่จะเปิดประมูลในอนาคต  คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงได้มีมติเพิ่มทุน 8,550 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556  โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย  ส่วนที่ 1 เป็นการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน  2,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อัตราส่วน 5.975 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่  เพื่อใช้สำหรับยกระดับและปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ   การจัดซื้อระบบรถไฟฟ้า  ตลอดจนดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในธุรกิจ  ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 เป็นการเสนอขายหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย  ทหารไทย กรุงศรีอยุธยา และธนชาต จำนวน 2,350 ล้านหุ้น  ในสัดส่วนราคาหุ้นละ 1 บาท รวมจำนวน 6,550 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างชำระ  โดยบริษัทฯ มีกำหนดจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 นี้
 

 

ตลาดหุ้นส่อแนวฟื้นตัวระยะสั้น

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.3330/32 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/8) ที่ระดับ 1.3366/69 ดอลลาร์/ยูโร เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับมาตรการชะลอโครงการเข้าซื้อ สินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนหน้า นอกจากนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ลงมาต่ำกว่าระดับ 1.3300 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากตัวเลขอัตราการว่างงานของเยอรมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 5,000 ตำแหน่ง แสดงถึงความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของภาคแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายตลาดค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้รับแรงหนุน จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอิตาลีเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.3 จากระดับ 97.3 และมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 97.8 ทั้งนี้ ในระหว่างวันกรอบการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3252-1.3345 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.3267/69 ดอลลาร์/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 97.78/80 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (22/8) ที่ 97.35/36 เยน/ดอลลาร์ จากการทำกำไรของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการเข้ามาถือครองมากขึ้นของนักลงทุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังจากมีความกังวลว่าสหรัฐอาจจะดำเนินมาตรการทางทหารต่อประเทศซีเรีย นอกจากนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและขึ้นมายืนเหนือ ระดับ 98.00 เยน/ดอลลาร์ มีกรอบการเคลื่อนไหวของระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 97.26-98.43 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.13/15 เยน/ดอลลาร์

อนึ่ง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 7.00% ตามการคาดการณ์ของนักลงทุน เพื่อปกป้องค่าเงินหลังจากที่ค่าเงินรูเปียห์ที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงที่ ผ่านมา

ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการผู้ว่างงานประจำสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสสองของสหรัฐ (GDP), อัตราเงินเฟ้อ, อัตราการว่างงานของกลุ่มยูโรโซน และประเทศอิตาลี

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 ส.ค. ดัชนีฟื้นขึ้นหลังจากที่นักลงทุนกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง เพราะตลาดได้ปรับตัวลดลงมากแล้วในช่วงสิบวันที่ผ่านมา (15-28 ส.ค.)

อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่มีประเด็นใหม่ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปต่อได้มากนัก ตรงกันข้ามแรงกดดันในต่างประเทศ เช่น กรณีที่ซีเรียที่ใช้ความรุนแรงด้วยการปล่อยอาวุธเคมีในสงครามกลางเมือง ได้ส่งผลให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรออกมาหารือเพื่อหาทางตอบโต้ ซึ่งทำให้เกิดความอึมครึมทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าจะมีการลดอัดฉีดเงินตามมาตรการทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ก็ถือเป้นประเด็นที่สร้างแรงถ่วงให้กับการลงทุนด้วย

ดังนั้น ในวันที่ 30 ส.ค.ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและค่อนข้างเปราะบาง โดยมีแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300-1,315 จุด แนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวัง

ราคาน้ำมันดิบเริ่มฟื้นตัว

น้ำมันทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

กรอบ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้เบรนท์ 105-112 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส  92-97 เหรียญ ติดตามการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิตาลี และจับตาตัวเลขเศรษฐกิจ สำคัญคืนนี้ ได้แก่ดัชนีราคาผู้บริโภค ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจยูโรโซน ยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันอังคาร :  ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีราคาบ้านสหรัฐฯ (S&P/CS)
วันพุธ : ดัชนีราคาผู้บริโภค ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจยูโรโซน ยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนี (GfK)
วันพฤหัส : จีดีพีไตรมาส 4 (Final) และยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตของเมืองชิคาโก ตัวเลขการจ้างงานเยอรมนี
วันศุกร์ : ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ (ม.มิชิแกน)  รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลสหรัฐฯ

 

- จับตาความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลของอิตาลี หลังในวันที่ 20-21 มี.ค.ประธานาธิบดีได้เรียกประชุมกับสมาชิกสภาเป็นครั้งแรกเพื่อพยายามจัด ตั้งรัฐบาล หากไม่สำเร็จ อาจทำให้อิตาลีต้องมีการแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
- ติดตามการชำระหนี้ของไซปรัส หลังได้รับเงินช่วยเหลือมูลค่า 10,000 ล้านยูโรจาก ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป
- ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในซีเรียหลังมีการยิงระเบิดที่หลายฝ่ายสงสัยว่ามี ส่วนผสมของอาวุธเคมีซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยล่าสุดทั้งรัฐบาลและกลุ่มผู้ต่อต้านเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามาตรวจ สอบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

 

+ ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อน จากยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนดัชนีราคาบ้านสหรัฐฯ และดัชนีภาคอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น โดยที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 5.7 เปอร์เซนต์จากเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะการขยายตัวยานพาหนะ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดจะขยายตัวเพียง 3.5% ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ปริมาณการค้าของอิเล็กโทรนิคส์เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซนต์จากปริมาณเฉลี่ยสามเดือน แม้ว่ายอดขายบ้านใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ ปรับลงลด 4.6เปอร์เซนต์จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 411,000 ยูนิต

 

+ จากการที่ไซปรัสสามารถระดมทุน 5,800 ล้านยูโร ตามข้อเสนอของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จนได้รับเงินช่วยเหลือ10,000 ล้านยูโรทำให้สถานการณ์ในไซปรัสที่คลี่คลายไปในทางที่ดี และจากตัวเลขเศรษฐกิจทีดีของสหรัฐฯข้างต้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

- สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 3.7ล้านบาร์เรลจากที่คาดการณ์ไว้ 700,000 บาร์เรล สวนทางกับปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปรับลดลง 2 ล้านบาร์เรล และ19 ล้านบาร์เรลตามลำดับแม้โรงกลั่นจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นถึง 1.8 เปอร์เซนต์ก็ตาม

 

- จากตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นในด้านบน และการเพิ่มปริมาณการขนส่งทางท่อของน้ำมันภายในประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลต่อส่วนต่างของเบรนท์และเวสต์เท็กซัสลงมาที่ 12.52 เหรียญต่อบาร์เรล

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากการคาดการณ์ว่าความต้องใช้น้ำมันเบนซินของอเมริกาจะเพิ่มขึ้น ท่ามกลางช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในภูมิภาค ถึงแม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคจะลดลงก็ตาม

 

ราคาน้ำมันมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนามลดลง รวมไปถึงจีนและอินเดียส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้นด้วย

 

 
- ติดตามเหตุยิงระเบิดจากฉนวนกาซาร์เข้ามายังอิสราเอลระหว่างการเยือนของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าเป็นการเยือนเพื่อสมานความสัมพันธ์มากกว่าที่จะเป็นการ เสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เตรีมลงทุนอีกกว่าสิบประเทศ

 

“ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของ เมียนมาร์ในอนาคตยังสดใสและมีโอกาสขยายตัวสูงมาก ซึ่งการลงทุนจากไทยยังคงเข้าไปในเมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนถึง 23.3% ของมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดในช่วง 20 ปีล่าสุด ถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน รวมถึงไทยยังเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของเมียนมาร์ และที่นั่นนำเข้าสินค้าจากไทยมากเป็นอันดับ 2 ซึ่งการเข้าไปเปิดสำนักงานตัวแทนในเมียนมาร์ จะทำให้มีข้อมูลเชิงลึกมาสนับสนุน การตัดสินทางธุรกิจของลูกค้าได้มากขึ้น”

 

อย่าง ไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ยังมีอยู่พอสมควร ตั้งแต่จำนวนแรงงานที่มีความรู้ความสามารถยังมีจำกัด ประชากรเพียง 10% เท่านั้นที่มีบัญชีธนาคาร จึงเป็นข้อจำกัดในการจ่ายเงิน การกู้ยืมยังจำเป็นต้องใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาค้ำประกัน ซึ่งยังไม่อนุญาตให้ธุรกิจจากต่างชาติถือครองได้ จึงต้องขยับมาใช้การกู้เงินจากนอกประเทศเพื่อเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์แทน รวมถึงปัจจุบันเสถียรภาพของค่าเงินในเมียนมาร์ยังค่อนข้างต่ำ การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นมาก

 

นางลิน ค็อก กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยถึงนโยบายด้านบริการทางการเงินเพื่อรองรับกรณีการเปิดสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ว่า ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่การลดอุปสรรคทางการค้าและบริการระหว่างประเทศในอา เซียนมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธนาคารซึ่งถนัดในบริการธุรกรรมการเงินสำหรับการค้า ระหว่างประเทศ (เทรด ไฟแนนซ์) ซึ่งเป็นบริการหลักที่สนับสนุนลูกค้าได้ตั้งแต่ข้อมูลด้านธุรกิจการค้า การชำระเงิน ไปจนถึงการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน เชื่อว่าการค้าคงไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียนเท่านั้น หากแต่ได้ขยายไปสู่การลงนามร่วมระหว่างอาเซียนกับประเทศอื่น ๆ (AEC Plus) เช่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ เป็นต้น ซึ่งธนาคารมีเครือข่ายบริการทางการเงินในประเทศเหล่านี้อยู่อย่างแข็งแกร่ง เช่น ในจีนที่มีมากกว่า 50 สาขา และได้เข้าซื้อกิจการธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้มา จึงเป็นความได้เปรียบที่ธนาคารจะมีเหนือสถาบันการเงินรายอื่น รวมถึงธนาคารระดับภูมิภาคที่บริการอาจจะจำกัดอยู่ในอาเซียนเท่านั้น

นาง ลินกล่าวอีกว่า จุดแข็งอีกด้านหนึ่งของธนาคารสำหรับตลาดอาเซียนนั้น ล่าสุดธนาคารได้รับอนุญาตเปิดสำนักงานตัวแทนในเมียนมาร์ ซึ่งถือเป็นธนาคารเพียงรายเดียวที่มีบริการทางการเงินครบทั้ง 10 ประเทศอาเซียน โดยเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนลูกค้าธุรกิจที่ต้องการเข้าไปลงทุนในเมียนมา ร์ ซึ่งกำลังเป็นเขตเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และเปิดต้อนรับการลงทุนมาก หากแต่ข้อมูลด้านธุรกิจและการลงทุนยังค่อนข้างจำกัด จึงเป็นจังหวะที่ธนาคารรุกเข้าไปให้บริการนี้

สำหรับธุรกิจที่ ประเมินว่าน่าจะมีโอกาสเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ได้นั้น นางลิน อธิบายว่า น่าจะมี 6 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและพลังงาน กลุ่มโทรคมนาคม กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มที่สนับสนุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การผลิตและการค้าวัสดุก่อสร้าง

 

วิเคราะห์หุ้นวันนี้

ราคา Spot ปรับตัวลงเมื่อคืนวันศุกร์ เนื่องจากแรงกดดันจากสกุลเงิน US ที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเปลี่ยนการลงทุนจากสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปทองคำแท่งไปลงทุน ให้ค่าเงินสกุล US Dollar และตลาดหุ้นดาวโจนส์แทน ทั้งนี้ค่าเงิน US และตลาดหุ้นดาวโจนส์ ได้รับอานิงส์จากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐที่ประกาศออกมาดีอย่างต่อ เนื่อง รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเกินคาด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยลดปัจจัยลบที่เกิดจากความวิตกกังวลในเรื่องมาตรการลด รายจ่ายของสหรัฐ ทำให้ราคา Spot ปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับทางเทคนิค ที่ 1665/1667 ก่อนมีแรงขายทำกำไรดันราคาปรับตัวขึ้นมาช่วง 4 ทุ่ม ถึงตลาดให้ราคามาปิดที่ 1574

 

เรายังมองราคา Spot เป็นแนวโน้มขาลงอยู่ แม้ราคาอาจรีบาวด์ขึ้นได้ แต่ก็มีแนวต้านของ Fibonacci Retracement ที่ 38.2%, 50.0% ที่ราคา 1585 1593 ตามลำดับ

 

Gold Futures

 

สร้างกรอบการเคลื่อนไหวในระยะสั้นที่1562 – 1593

แนวรับ ($/oz)

1572

1567

1562

แนวต้าน ($/oz)

1584

1587

1593

 

SET50
ดัชนีSET50 ปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  แต่ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญ 1021 ไปได้ ส่งผลให้ท้ายตลาดมีแรงเทขายทำกำไรเข้ามา สาเหตุอีกประการหนึ่งคือ นลท.เองมีความกังวล หลังจากดัชนี PMI ของจีนออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ โดยลดลงมาอยู่ที่ 50.1 จุด จาก 50.4 จุดในเดือนก่อน เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน แต่ยังสูงกว่าระดับ 50 จุด ที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เศรษฐกิจจีนเริ่มส่งสัญญาณความไม่แน่นอนอีกครั้ง รวมทั้งความกังวลต่อ สถานการณ์การเมืองของอิตาลี และการเจรจาปรับลดงบประมาณรายจ่ายของสหรัฐ อย่างไรก็ตามเรายังมองดัชนีSET50 ยังเป็นขาขึ้นอยู่ แม้ราคาอาจย่อลงได้ โดยมีแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 1005 ที่เส้น EMA 200 วันในกราฟรายชั่วโมง แต่คาดว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านทางเทคนิคที่ 1021 อีกครั้งหลังจากนี้

 

SET50 Index Futures

 

สร้างกรอบการเคลื่อนไหวในระยะสั้นที่1007-1021

แนวรับ (pt.)

1010

1006

1001

 

แนวต้าน (pt.)

1015

1019

1021

 
Brent Crude Oil


ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง แม้คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ Fibonacci 61.8% ที่ราคา 110 ได้ แต่ยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการลดการใช้จ่าย โดยอัตโนมัติของสหรัฐ ซึ่งความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้สกัดปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็ง แกร่งของสหรัฐ ทำให้ราคายังคงไม่เคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นไปได้ เรายังคงมองน้ำมันในระยะนี้เป็นขาลงอยู่ เนื่องจากราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA ทั้ง 2 เส้น แม้ราคามีโอกาสปรับตัวรีบาวด์ขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 112.5/113.5 ได้ แต่คาดว่ามีโอกาสปรับตัวลงได้อีกครั้งเนื่องจากยังไม่มีสัญญาณปรับตัวปรากฏ ขึ้น (Bullish Divergence) ให้เห็นในกราฟราคา

ตัวเลขเศรษฐกิจ 7/7/13

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 110 -118 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส  92-100 เหรียญฯ โดยวันนี้ติดตามตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี และยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอังกฤษ ระหว่างวันที่ 6-7 ก.พ. 56

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ / ผลประกอบการไตรมาส 4/55 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่
วันพฤหัส : การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี การประชุมธนาคารกลางยุโรปและอังกฤษ ยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ
วันศุกร์ : ดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตจีน ดุลการค้าสหรัฐฯ ดุลการค้าเยอรมนี การผลิตภาคอุตสาหกรรมอิตาลี

 

- ติดตามปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลโจมตีรถบรรทุกอาวุธที่คาดว่าจะถูกส่งจากซีเรียไปยังกลุ่มหัว รุนแรงในเลบานอน ประกอบกับต้องติดตามท่าทีของอิหร่านต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศสนับสนุนซีเรีย หากมีการแทรกแซงจากอิสราเอลหรือชาติตะวันตกในซีเรีย
- ติดตามสถานการณ์การเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง 6 ประเทศมหาอำนาจ (สหรัฐฯ, จีน, รัสเซีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศสและเยอรมนี) และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์หลังจากอิหร่านตอบรับการเจรจากับชาติ ตะวันตกในวันที่ 26 ก.พ. นี้ ที่คาซัคสถานอย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอังกฤษในวันที่ 6-7 ก.พ.ว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือจะมีการปรับอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณดี โดยกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันนี ดีดตัวขึ้นสูงเกินคาดที่ 1.7% ในเดือน ธ.ค. จากคาดเพียง 1% จากยอดสั่งซื้อจากประเทศนอกยูโรโซนที่พุ่งขึ้นถึง 12.3% ในขณะที่ความต้องการสินค้าเพื่อการลงทุนปรับตัวขึ้น 2.8% และยอดสั่งซื้อสินค้าเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น 1.9% ทั้งนี้ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานที่เพิ่มขึ้นนี้นับเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่า เยอรมนีอาจต้านทานวิกฤตหนี้ที่กำลังรุมเร้าประเทศได้

 

+นอกจากนั้น ผลการสำรวจของสถาบันวิจัย GfFK เผยให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีกำลังปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากชาวเยอรมันมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ โดยดัชนีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.9 จุด ในเดือนก.พ. จากระดับ 5.7 จุดในเดือน ม.ค.ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยอรมนีได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ลง เนื่องจากมองว่า การตัดลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศต่างๆทั่วทั้งยูโรโซนอาจจะส่งผลกระทบต่อ ความต้องการสินค้าที่ผลิตในเยอรมนี

 

+ธนาคารกลางยุโรปมีการคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 0.75% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังคงความกังวลต่อประเด็นการแข็งค่าของค่าเงินยูโร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป

 

-ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากความกังวลต่อปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นเหนือคาด  โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล และปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล

 

- แม้ว่า ตลาดยังมีความกังวลต่อปริมาณอุปทานน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ ซาอุดิอาราเบียยังคงยืนยันกำลังการผลิตในปริมาณสูงที่ 9.05 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดที่ตึงตัว เนื่องจากอยู่ในช่วงการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ประกอบกับตลาดยังคงความกังวลต่ออุปทานที่อาจจะตึงตัวในช่วงการปิดซ่อมบำรุง โรงกลั่นในภูมิภาค

 

 

นักลงทุนยังหวั่นกับราคาน้ำมัน

 

สถาบันปิโตรเลียมของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสิ้นสุด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 55 ปรับตัวลดลงมากถึง 12 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรลและ 6.7 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ โดยสาเหตุที่ปรับลดลงมากมาจากเหตุผลทางภาษีของโรงกลั่นในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีราคายังไม่ปรับตัวมากนักเนื่องจากนักลงทุนรอตัวเลขจากสำนักงาน สารสนเทศน์ด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ในวันศุกร์นี้

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากว่าอุปทานในเอเซียที่ค่อนข้างทรงตัวขณะที่ความต้องการจากภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือที่น้อยลงมาก

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยยังคงมีอุปสงค์จากเซียตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ ขณะที่โรงกลั่นมีการผลิตและส่งออกน้อยลง

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้า เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 88 – 95 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามอัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ  ดัชนีภาคบริการยูโรโซน รวมถึงยอดขายปลีกในเยอรมนี

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันศุกร์ : อัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ ดัชนีภาคบริการยูโรโซน ยอดขายปลีกในเยอรมนี
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่
วันจันทร์ : ดัชนีราคาผู้ผลิตยูโรโซน
วันอังคาร : ยอดค้าปลีกและอัตราการว่างงานยูโรโซน ดุลการค้าและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานเยอรมนี
วันพุธ : จีดีพีไตรมาส 3 ยูโรโซน(Final) การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี
วันพฤหัส : การประชุมธนาคารกลางยุโรป การผลิตภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส รวมทั้งยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ
วันศุกร์ : ดุลการค้าสหรัฐฯ และดัชนีราคาผู้บริโภคจีน

นักลงทุนทยอยขายน้ำมันดิบซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังสรุปผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือน ธ.ค. 55 มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคณะกรรมการของธนาคารกลางหลายคนจะเห็นว่าควรชะลอหรือหยุดการเข้าซื้อ พันธบัตรดังกล่าว เพื่อไม่ให้เสียเสถียรภาพทางการเงินไปมากกว่านี้ โดยธนาคารกลางจะยังเข้าซื้อพันธบัตรอสังหาริมทรัพย์ 45,000 ล้านเหรียญฯและพันธบัตรการเงิน (Treasury Bill) อีก 40,000 ล้านเหรียญฯต่อเดือน

 

+ การจ้างงานภาคเอกชนในเดือน ธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้น 215,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 55 แสดงภาพรวมของภาคแรงงานสหรัฐฯที่กำลังฟื้นตัว แม้ว่ายอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นมา 10,000 ตำแหน่งมาอยู่ที่ 372,000 ตำแหน่ง โดยการปรับขึ้นมาจากการคาดการณ์เนื่องจากข้อมูลจากบางรัฐเป็นการประมาณการ เท่านั้น

 

 

- แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะสามารถผ่านร่างแนวทางเลี่ยงปัญหาหน้าผาการคลังได้ใน ช่วงปีใหม่ อย่างไรก็ดีหลายฝ่ายรวมทั้ง IMF ออกมาเตือนว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่แก้ปัญหาหนี้ในภาพรวมแต่เป็นเพียงการยืด เส้นตายเท่านั้น สภาสหรัฐฯยังจำเป็นต้องถกกันต่อในช่วง 2 เดือนข้างหน้าในประเด็นการตัดลดงบรายจ่ายและเพิ่มเพดานหนี้ซึ่งในประเด็นดัง กล่าวพรรครีพับลิกันมีจุดยืนที่ต้องการให้รัฐบาลปรับลดรายจ่ายในหลายภาคส่วน ลง
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปวันที่ 10 ม.ค. 2556 ว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีมุมมองอย่างไรต่อสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์หนี้สินใน ยุโรป รวมถึงติดตามว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่
- ติดตามผลการเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 16 ม.ค. 56 อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว
- จับตาการเปิดใช้ส่วนต่อขยายของท่อส่งน้ำมัน Seaway Pipeline ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่จะทำให้กำลังการขนส่งรวมเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 150,000 บาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน และจะทำให้การขนส่งน้ำมันออกจากจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสบริเวณคุ ชชิ่ง โอกลาโฮมาไปยังโรงกลั่นในบริเวณรัฐเท็กซัสเพิ่มมากขึ้น