ทองทรุดแนะขายถือเงินสด

 

“มาตรการคิวอีอาจไม่ชะลอตัวลงในเดือนนี้ แต่อาจเริ่มชะลอตัวลงในเดือนธันวาคมแทน แต่ส่วนตัวคาดว่ามาตรการคิวอีอาจมีโอกาสชะลอตัวในเดือนนี้ เพราะมองว่าสถานการณ์เพดานหนี้จะผ่านพ้นไปได้ ซึ่งหากนโยบายทางการคลังดีขึ้น ความจำเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะซื้อพันธบัตรก็จะน้อยลง และมีโอกาสที่ตลาดทองคำจะร่วงแตะ 1,200-1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนการลงทุนทองคำในช่วงเดือน 1-2 เดือนนี้ แนะนำให้นักลงทุนลดพอร์ตทองคำเหลือ 10-15% เพื่อกลับไปถือเงินสดหรืออาจจะไปลงทุนในตลาดหุ้นแทน” นายกมลธัญกล่าว

นายกมล ธัญกล่าวว่า จากการรวบรวมตัวอย่างจากผู้ค้าส่งทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคา ทองคำ จำนวน 11 ตัวอย่าง เชื่อว่า ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงเดือนตุลาคม โดยรวมน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศจะเคลื่อนไหวระหว่าง 18,200-20,900 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ

ทั้งนี้  การเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นหลัก คือ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงิน  โดยการเพิ่มทุนในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2556  นี้ สำหรับส่วนที่ 3  กำหนดแล้วเสร็จภายในมีนาคม 2557 นายชัยวัฒน์ กล่าว.ฟ

และ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการรองรับโอกาสในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินปัจจุบัน รวมถึงรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ที่จะเปิดประมูลในอนาคต  คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงได้มีมติเพิ่มทุน 8,550 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556  โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย  ส่วนที่ 1 เป็นการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน  2,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อัตราส่วน 5.975 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่  เพื่อใช้สำหรับยกระดับและปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ   การจัดซื้อระบบรถไฟฟ้า  ตลอดจนดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ในธุรกิจ  ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 เป็นการเสนอขายหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย  ทหารไทย กรุงศรีอยุธยา และธนชาต จำนวน 2,350 ล้านหุ้น  ในสัดส่วนราคาหุ้นละ 1 บาท รวมจำนวน 6,550 ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างชำระ  โดยบริษัทฯ มีกำหนดจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2556 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 นี้
 

 

คิวทีซี แจงปันผลดีเป็นลำดับ

 

“ผลประกอบการไตรมาส 4/2555 บริษัทฯ มีรายได้  420.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 298.64 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ  90.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายพูลพิพัฒน์กล่าว

 

นอกจากนี้ นายพูลพิพัฒน์ ยังได้กล่าวถึง แผนการขยายการลงทุนกับ พันธมิตรในประเทศลาว ว่าคาดว่าจะมีความชัดเจนประมาณกลางปีนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาแผน การร่วมทุนกับโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศดังกล่าวอยู่ และหากแผนการร่วมลงทุนสำเร็จ จะเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯมีแผนที่จะบุกตลาด แถบเอเซีย เนื่องจากมองว่าตลาดในประเทศดังกล่าว เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และยังเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นเดียว กัน

 

พร้อมกันนี้ บริษัทฯมีแผนที่จะลงทุนในโคงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 10 เมกกะวัตต์ ร่วมกับ 3 พันธมิตรใหญ่ อย่าง บมจ.ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC), บมจ.เอเชียกรีนเอนเนอจี(AGE) และ บมจ.ไฮโดรเท็ค(HYDRO) ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในช่วงกลางปีนี้

 

“นอก จากบริษัทฯจะขยายการลงทุนในต่างประเทศแล้ว บริษัทฯก็ยังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในประเทศ อย่าง  บริษัท ชไนเดอร์ (ประเทศไทย) ในการเป็นตัวแทนผลิตและขายหม้อแปลงไฟฟ้าแบบแห้ง (Dry Type)ด้วยเช่นกัน  ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ ส่งทำให้ บริษัทฯสามารถ แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ ไม่ต่ำกว่า 20% ภายในปีนี้  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในปีนี้ เป็นปีที่บริษัทฯมีแผนที่จะขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งขององค์กร“

 

อย่างไร ก็ตาม สำหรับประมาณการรายได้ในปีนี้ นายพูลพิพัฒน์กล่าวว่า บริษัทฯคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า10% โดยแบ่งสัดส่วนในประเทศ 80% ต่างประเทศ 20% ขณะเดียวกันบริษัทฯ เตรียมเข้าประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐ และงานเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงาน มูลค่ารวม กว่า 4,000 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือ (Backlog) กว่า 200 ล้านบาท และคาดว่าภายในปีนี้บริษัทฯจะได้รับงานใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง

นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2555 ว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิ 118.88 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 84.61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 41.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการทำกำไรสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รายได้อยู่ ที่ 959.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.29% ทั้งนี้ สาเหตุที่ผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากในไตรมาส 4/2555 มีการส่งมอบงาน เป็นจำนวนมาก จนส่งผลให้ภาพรวมกำไรมีการเติบโตในทิศทางเดียวกับรายได้

 

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการปี 2555 ในอัตรา0.31 ต่อหุ้น ซึ่งมากกว่าปี 2554 ที่มีการจ่ายปันผลในอัตรา 0.19 บาทต่อหุ้น ซึ่งการจ่ายปันผลดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯที่จะจ่ายเงินปันผลไม่ ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยบริษัทฯกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน ในวันที่ 11 มี.ค.2556 และกำหนดจ่ายปันผล วันที่  15 พ.ค.2556