นักลงทุนยังหวั่นกับราคาน้ำมัน

 

สถาบันปิโตรเลียมของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสิ้นสุด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 55 ปรับตัวลดลงมากถึง 12 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรลและ 6.7 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ โดยสาเหตุที่ปรับลดลงมากมาจากเหตุผลทางภาษีของโรงกลั่นในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีราคายังไม่ปรับตัวมากนักเนื่องจากนักลงทุนรอตัวเลขจากสำนักงาน สารสนเทศน์ด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ในวันศุกร์นี้

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากว่าอุปทานในเอเซียที่ค่อนข้างทรงตัวขณะที่ความต้องการจากภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือที่น้อยลงมาก

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยยังคงมีอุปสงค์จากเซียตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ ขณะที่โรงกลั่นมีการผลิตและส่งออกน้อยลง

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้า เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 88 – 95 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามอัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ  ดัชนีภาคบริการยูโรโซน รวมถึงยอดขายปลีกในเยอรมนี

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันศุกร์ : อัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ ดัชนีภาคบริการยูโรโซน ยอดขายปลีกในเยอรมนี
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่
วันจันทร์ : ดัชนีราคาผู้ผลิตยูโรโซน
วันอังคาร : ยอดค้าปลีกและอัตราการว่างงานยูโรโซน ดุลการค้าและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานเยอรมนี
วันพุธ : จีดีพีไตรมาส 3 ยูโรโซน(Final) การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี
วันพฤหัส : การประชุมธนาคารกลางยุโรป การผลิตภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส รวมทั้งยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ
วันศุกร์ : ดุลการค้าสหรัฐฯ และดัชนีราคาผู้บริโภคจีน

นักลงทุนทยอยขายน้ำมันดิบซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังสรุปผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือน ธ.ค. 55 มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคณะกรรมการของธนาคารกลางหลายคนจะเห็นว่าควรชะลอหรือหยุดการเข้าซื้อ พันธบัตรดังกล่าว เพื่อไม่ให้เสียเสถียรภาพทางการเงินไปมากกว่านี้ โดยธนาคารกลางจะยังเข้าซื้อพันธบัตรอสังหาริมทรัพย์ 45,000 ล้านเหรียญฯและพันธบัตรการเงิน (Treasury Bill) อีก 40,000 ล้านเหรียญฯต่อเดือน

 

+ การจ้างงานภาคเอกชนในเดือน ธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้น 215,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 55 แสดงภาพรวมของภาคแรงงานสหรัฐฯที่กำลังฟื้นตัว แม้ว่ายอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นมา 10,000 ตำแหน่งมาอยู่ที่ 372,000 ตำแหน่ง โดยการปรับขึ้นมาจากการคาดการณ์เนื่องจากข้อมูลจากบางรัฐเป็นการประมาณการ เท่านั้น

 

 

- แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะสามารถผ่านร่างแนวทางเลี่ยงปัญหาหน้าผาการคลังได้ใน ช่วงปีใหม่ อย่างไรก็ดีหลายฝ่ายรวมทั้ง IMF ออกมาเตือนว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่แก้ปัญหาหนี้ในภาพรวมแต่เป็นเพียงการยืด เส้นตายเท่านั้น สภาสหรัฐฯยังจำเป็นต้องถกกันต่อในช่วง 2 เดือนข้างหน้าในประเด็นการตัดลดงบรายจ่ายและเพิ่มเพดานหนี้ซึ่งในประเด็นดัง กล่าวพรรครีพับลิกันมีจุดยืนที่ต้องการให้รัฐบาลปรับลดรายจ่ายในหลายภาคส่วน ลง
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปวันที่ 10 ม.ค. 2556 ว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีมุมมองอย่างไรต่อสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์หนี้สินใน ยุโรป รวมถึงติดตามว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่
- ติดตามผลการเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 16 ม.ค. 56 อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว
- จับตาการเปิดใช้ส่วนต่อขยายของท่อส่งน้ำมัน Seaway Pipeline ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่จะทำให้กำลังการขนส่งรวมเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 150,000 บาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน และจะทำให้การขนส่งน้ำมันออกจากจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสบริเวณคุ ชชิ่ง โอกลาโฮมาไปยังโรงกลั่นในบริเวณรัฐเท็กซัสเพิ่มมากขึ้น