หุ้นดิ่งอาทิตย์เดียวกว่าร้อยจุด

สำหรับแนว โน้มตลาดหุ้นในภาคบ่าย ประเมินว่า ยังมีโอกาสปรับตัวได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยเดิมในช่วงเช้า โดยปัจจัยหลักที่ต้องติดตามในช่วงนี้ คือการเคลื่อนชุมนุมทางการเมืองซึ่งในวันนี้ผู้ชุมนุมจะมีการยกระดับการ ชุมนุมขึ้นโดยเคลื่อนไหวไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญซึ่งหากมีความรุนแรงอาจเป็น ปัจจัยกดดันการลงทุน

โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อเป็นหุ้นรายตัว ได้แก่พลังงาน คือ PTTEP กลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ BAY อสังหาริมทรัพย์ คือ QH,SENA และ มีเดียคือ BEC ประเมินแนวรับที่ 1,600 จุด แนวต้านที่ 1,620 และแนวต้านถัดไปที่ 1,630 จุด

 

ตลาดหุ้นไทยแรงดีไม่ตกได้แรงหนุนหุ้นต่างประเทศนำนำร่อง หลังนักลงทุนมั่นใจหลังตัวเลขศก.ตปท.ออกมาดีกว่าคาด ส่งหุ้นบ่ายบวกได้ต่อสั่งจับตาการชุมนุมการเมืองในประเทศหลังยกระดับเคลื่อนไหวกดดันศาล รธน. ให้แนวรับ 1,600 จุด แนวต้าน1,620 จุด แนวต้านถัดไป 1,630 จุด

นางสาวธัญญา สุทวีปราโมชานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 พฤษภาคม ดัชนีปรับตัวเพิ่มได้ดีสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ที่เคลื่อนในแดนบวก เนื่องจานักลงทุนมีความมั่นใจการลงทุนมากขึ้น หลังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญต่างประเทศออกมูดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ประกอบด้วยสหรัฐฯ ที่ประกาศตัวเลขจ้างเติบโตขึ้นมีตัวเลขว่างงานต่ำสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่เยอรมันมีตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าภาคอุตสาหกกรรมขยายตัวดี และจีนยังมียอดการส่งอออกปละนำเข้าที่เติบโตดี

 

ปลัดกระทรวงการคลังเตรียมดูแลค่าเงินบาท

ในขณะที่กระทรวงการคลังจะเข้าไปดูแลในลักษณะการไหลเวียนของเงินทุน เช่น กรณีที่รัฐวิสาหกิจที่จะมีการกู้เงินต่างประเทศก็จะมีการลดการกู้เงินต่าง ประเทศ รวมถึงการรีไฟแนนซ์เงินกู้ต่างประเทศก่อนกำหนด โดยอาศัยจังหวะเงินบาทแข็งค่า ซึ่งปีนี้มีรัฐวิสาหกิจที่จะต้องชำระค่านำเข้าสินค้าต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ก็จะมีการเร่งรัดในเรื่องนี้ รวมทั้ง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทก็จะเป็นการกู้ในประเทศเป็นหลัก ขณะเดียวกันการออกพันธบัตรของกระทรวงการคลังจะเน้นให้ประชาชนเข้าถึง พันธบัตรให้มากขึ้นเพื่อเป็นการดึงเงินออมให้มากขึ้น

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการประชุมร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่ง ธปท.ได้มีการเตรียมมาตรการต่าง ๆ ไว้เพื่อดูแลแล้วหากเงินบาทแข็งค่ามากกว่านี้ไปจนถึงระดับหนึ่ง

 

“ถ้าเงินบาทแข็งค่า ณ จุดใดจุดหนึ่ง ก็จะมีการดำเนินการตามมาตรการที่มี ซึ่ง ธปท.ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว” ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากและรวดเร็วเกินไปในระยะนี้ มีสาเหตุจากธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศมาตราการผ่อนคลายทางการเงินเหนือความคาด หมายของตลาด ทำให้มีปริมาณเงินไหลเข้ามามาก โดยผู้ว่าการ ธปท.รายงานว่ามีเงินไหลจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรและเป็นเงิน ลงทุนระยะยาว แต่ยอมรับว่าหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่านี้ ธปท.ก็พร้อมจะใช้มาตรการตามกระบวนการของ ธปท.ในการเข้าดูแล

 

 

ตลาดหลักทรัพย์เตือนระวังการลงทุนในหุ้นร้อน

เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวด้วยว่า การขยายระยะเวลาให้ซื้อขายด้วยบัญชี Cash Balance ในหลักทรัพย์ที่การซื้อขายผิดปกติและเข้าข่ายมาตรการ Cash Balance เพิ่มเป็น 6 สัปดาห์ ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ จากเดิมกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 3 สัปดาห์ จะช่วยทำให้ตัวนักลงทุนฉุกคิดก่อนเข้าลงทุน มีความระมัดระวังหรือรอบคอบในการลงทุน และปรับปรุงพอร์ตของตัวเอง

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.ได้เข้าตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์บ่อยมากขึ้น หลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นอย่างร้อนแรง จากการตรวจสอบ ก.ล.ต. พบสิ่งผิดปกติ หรือการสร้างราคาในตลาดหุ้น อาจทำให้นักลงทุนได้รับความเสียหาย ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากต้องใช้เวลาและมีหลักฐานเพียงพอจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

“ขณะ นี้พบการโอนหลักทรัพย์จากบัญชีหนึ่งมายังอีกบัญชีหนึ่ง ทำให้บุคคลคนนั้นสามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการเพิ่มวงเงินในการ ซื้อขายหุ้น หรือโอนหุ้นจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง เมื่อตรวจพบจึงให้บริษัทหลักทรัพย์หยุดการให้วงเงิน เพราะทำให้ผู้ลงทุนเสียหาย และบริษัทหลักทรัพย์เกิดความเสียหายไปด้วย” นายวรพล กล่าว

ขณะเดียวกันได้กำชับให้บริษัทหลักทรัพย์  โดยเฉพาะการตลาดใช้บทวิเคราะห์ในการแนะนำหุ้นให้ผู้ลงทุน เพราะที่ผ่านมาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นลงแรง ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็กซึ่งไม่มีบทวิเคราะห์การลงทุน ดังนั้น ก.ล.ต. จึงเตือนทั้งมาร์เก็ตติ้ง และนักลงทุนให้ระมัดระวังการซื้อขายหุ้น อย่าลงทุนตามกระแสข่าว ขณะนี้ตัวเลขนักลงทุนรายย่อยปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 63 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีสัดส่วนร้อยละ 52 นักลงทุนกลุ่มใหม่เข้ามาและไม่เคยผ่านบทเรียนวิกฤติเศรษฐกิจ จึงต้องการให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุน

ตลาดหุ้นดิ่งหลังเหตุการณ์ไม่สงบ

 

ข่าวเศรษฐกิจ

+ เหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางมีทีท่าจะรุนแรงมากขึ้น โดยมีความเป็นไปได้ว่าซีเรียอาจออกมาตอบโต้อิสราเอลด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการ กระทำที่ละเมิดต่อกฏหมายดินแดนระหว่างประเทศ หลังเหตุการณ์รถเครื่องบินของอิสราเอลได้ระเบิดรถบรรทุกอาวุธ บริเวณชายแดนซีเรีย-เลบานอน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อนักลงทุนว่าอุปทานน้ำมันดิบอาจได้รับผลกระทบ

 

+ ความกังวลต่อเรื่องนิวเคลียร์อิหร่านกลับมาอีกครั้ง หลังอิหร่านออกมาประกาศว่ามีการวางแผนงานที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม บางส่วนแก่โครงการเครื่องปฏิกรณ์แร่ยูเรเนียม ซึ่งจัดเป็นเทคโนโลยีก้าวกระโดดแบบใหม่ที่จะช่วยอิหร่านสามารถพัฒนาการศึกษา เครื่องปฏิกรณ์แร่ยูเรนียมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

+ รายได้ส่วนบุคคลของสหรัฐฯเดือนม.ค.56 ปรับตัวสูงขึ้น 2.6% เหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ที่ 0.7% หลังรัฐบาลสหรัฐฯแก้ปัญหาหน้าผาการคลังได้สำเร็จ และจากการปรับเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและรายได้จากโบนัสประจำปี ส่วนรายจ่ายส่วนบุคคลในเดือนเดียวกันปรับลดลงเล็กน้อยที่ 0.2% จากการประมาณที่ 0.3% เนื่องจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่อยู่ในระดับสูงกดดันการใช้น้ำมันของประชาชน

 

+ ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตของเมืองชิคาโก เดือน ม.ค.56 ปรับเพิ่มขึ้น 5.6  มาอยู่ที่ 55.6 มากกว่าคาด เนื่องจากในเดือนธ.ค.55 ผู้ผลิตพยายามลดระดับสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับต่ำในช่วงสิ้นปีเพื่อลดภาษี สินค้าคงคลังสิ้นปี และกลับมาผลิตเพิ่มในเดือน ม.ค.56

 

- ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯประจำสัปดาห์ปรับเพิ่มขึ้น 38,000 ตำแหน่ง อยู่ที่ 368,000 ตำแหน่ง ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากกลางเดือน ม.ค.56 เป็นต้นมา อย่างไรก็ดี  ตัวเลขเฉลี่ยของเดือน ม.ค.56 ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 352,000 ตำแหน่ง

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ภายในภูมิภาคที่ปรับสูงขึ้น ในขณะที่อุปทานปรับตัวลดลงตามแผนการซ่อมบำรุงของโรงกลั่นใน ไต้หวัน อินเดีย และ มาเลเซีย ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ ที่ปรับตัวลดลง

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากผู้ซื้อกังวลว่าอุปทานจะตึงตึวมากขึ้นตามแผนการซ่อมบำรุงของโรงกลั่นต่างๆภายในภูมิภาค

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นจากความกังวลของนักลงทุนต่อเหตุการณ์ ความไม่สงบในตะวันออกกกลาง ในขณะที่เวสต์เท็กซัสปรับลดลงโดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบกุชชิ่งโอกาโฮมาที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับการลดกำลังการขนส่งของท่อขนส่งน้ำมัน Seaway ที่เริ่มดำเนินการขนส่งน้ำมันดิบในส่วนต่อขยายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  เนื่องจากความต้องการน้ำมันดิบของโรงกลั่นในรัฐเท็กซัสปรับลดลงจากแผนการ ซ่อมบำรุงประจำปี อย่างไรก็ดี ตลาดยังจับตามองถึงการดำเนินการขนส่งของท่อขนท่อส่งน้ำมัน Seaway ว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการขนส่งที่ระดับสูงอีกครั้งได้เมื่อใด

 

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้า เบรนท์ 110 -118 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส  92-100 เหรียญฯ โดยวันนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ อัตราการว่างงาน และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ รวมทั้ง ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยุโรป และจีน

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันศุกร์ :  อัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคการผลิตและตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างสหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิตและอัตราการว่างงานยูโรโซน ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตโดยทางการจีนและHSBC /เมอร์ค
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า / ผลประกอบการไตรมาส 4/55 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่


- ติดตามปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลโจมตีรถบรรทุกอาวุธที่คาดว่าจะถูกส่งจากซีเรียไปยังกลุ่มหัว รุนแรงในเลบานอน ประกอบกับต้องติดตามท่าทีของอิหร่านต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศสนับสนุนซีเรีย หากมีการแทรกแซงจากอิสราเอลหรือชาติตะวันตกในซีเรีย
- ติดตามสถานการณ์การเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หลังจากอิหร่านยังไม่แสดงท่าทีตอบรับที่จะเจรจาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ IAEA ได้เสนอไป อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว

ตัวเลขเศรษฐกิจ

การเงินดัชนีภาคการผลิตและภาคการบริการ (Composite PMI) ยูโรโซนในเดือน ม.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 48.2 จาก 47.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีภาคการผลิตในเดือน ม.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 47.5 จาก 46.1 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีภาคการบริการในเดือน ม.ค.ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 48.3 จาก 47.8 ในเดือนก่อนหน้า ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจยุโรปส่อสัญญาณดีขึ้นแม้ว่ายังว่าดัชนีทั้งภาคการผลิต และภาคการบริการยังคงอยู่ในภาวะหดตัวอยู่
+ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดคาดว่าท่อขนส่งน้ำมันดิบ Seaway Pipeline ที่ส่งน้ำมันจากบริเวณคุชชิ่งไปยังโรงกลั่นในรัฐเท็กซัส จะกลับมาเพิ่มกำลังการขนส่งที่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในหนึ่งสัปดาห์ จากระดับ 170,000 บาร์เรลต่อวัน

- จับตาการอนุมัติแผนเพิ่มเพดานหนี้ชั่วคราวระยะเวลา 3 เดือน ของสหรัฐฯ ที่จะช่วยให้สหรัฐฯ ไม่ต้องผิดนัดชำระหนี้และไม่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง รวมถึงเพื่อเพิ่มเวลาให้สภาฯ คองเกรสได้เจรจาการปรับลดงบประมาณในระยะยาวได้สำเร็จ
- ติดตามความพยายามจัดตั้งรัฐบาลผสมของนายเนทันยาฮูหลังจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้รับชัยชนะอย่างฉิวเฉียดในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค. รวมทั้งแนวนโยบายต่างประเทศต่อปาเลสไตน์และอิหร่าน หลังล่าสุดการเจรจาระหว่าง IAEAและอิหร่านยังไม่คืบหน้า โดย IAEA กับอิหร่านจะมีการเจรจากันอีกครั้งในวันที่ 12 ก.พ.
- ติดตามว่าท่อขนส่งน้ำมันดิบ Seaway Pipeline ของสหรัฐฯจะสามารถกลับมาเพิ่มกำลังการขนส่งน้ำมันมาสู่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน ได้ในสัปดาห์หน้าหรือไม่ หลังลดกำลังการขนส่งเหลือเพียง 170,000 บ์เรลต่อวัน จากปัญหาถังน้ำมันปลายทางที่รัฐเท็กซัสเต็ม
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่าปริมาณดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ม.ค. 56 ปรับเพิ่มขึ้น 2.81 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล โดยปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 0.6 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำมันดิบที่คุชชิ่งปรับตัวลดลง 0.5 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 51.4 ล้านบาร์เรลสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการนำเข้าจากมาเลเซีย จากการที่โรงกลั่นในประเทศมีแผนจะปิดซ่อมบำรุงนานขึ้น

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการจากปากีสถาน จอร์แดน เยเมน เลบานอน และประเทศในแถบแอฟริกาค่อนข้างสูง

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้า เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 90 – 97 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามตัวเลขยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจเยอรมนี (Ifo)

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันศุกร์ : ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจเยอรมนี (Ifo)
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า / ผลประกอบการไตรมาส 4/55 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่
วันจันทร์ : ยอดขายปลีกเยอรมนี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดสัญญาซื้อขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ /แคทเทอร์พิลาร์
วันอังคาร : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจเยอรมนี (GfK)  ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ / ฟอร์ด มอเตอร์ /ไฟเซอร์ /วาเลโร เอนเนอยี
วันพุธ : จีดีพีไตรมาส 4  การจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ แถลงผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ /โบว์อิ้ง
วันพฤหัส : ยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน รายจ่ายและรายได้ส่วนบุคคลสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตของเมืองชิคาโก ดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี
วันศุกร์ : อัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคการผลิตและตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้าง สหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิตและอัตราการว่างงานยูโรโซน ดัชนีชี้วัดภาคการผลิตโดยทางการจีนและHSBC /เมอร์ค

 

- ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 29-30 ม.ค. 2556 ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีมุมมองอย่างไรต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเด็นเรื่องเพดานหนี้ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ รวมทั้งมุมมองต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยเฉพาะ QE4 หลังในบันทึกการประชุมครั้งก่อนเปิดเผยว่าแสดงให้เห็นว่ามีสมาชิกบางคนไม่ เห็นด้วยกับ QE4 และอยากให้ยกเลิกก่อนสิ้นปีนี้

 

นักลงทุนยังหวั่นกับราคาน้ำมัน

 

สถาบันปิโตรเลียมของสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสิ้นสุด ณ วันที่ 28 ธ.ค. 55 ปรับตัวลดลงมากถึง 12 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรลและ 6.7 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ โดยสาเหตุที่ปรับลดลงมากมาจากเหตุผลทางภาษีของโรงกลั่นในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีราคายังไม่ปรับตัวมากนักเนื่องจากนักลงทุนรอตัวเลขจากสำนักงาน สารสนเทศน์ด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ในวันศุกร์นี้

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากว่าอุปทานในเอเซียที่ค่อนข้างทรงตัวขณะที่ความต้องการจากภูมิภาค ตะวันออกเฉียงเหนือที่น้อยลงมาก

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยยังคงมีอุปสงค์จากเซียตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ ขณะที่โรงกลั่นมีการผลิตและส่งออกน้อยลง

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้า เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 88 – 95 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามอัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ  ดัชนีภาคบริการยูโรโซน รวมถึงยอดขายปลีกในเยอรมนี

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันศุกร์ : อัตราการว่างงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีภาคบริการและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯ ดัชนีภาคบริการยูโรโซน ยอดขายปลีกในเยอรมนี
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่
วันจันทร์ : ดัชนีราคาผู้ผลิตยูโรโซน
วันอังคาร : ยอดค้าปลีกและอัตราการว่างงานยูโรโซน ดุลการค้าและยอดคำสั่งซื้อของโรงงานเยอรมนี
วันพุธ : จีดีพีไตรมาส 3 ยูโรโซน(Final) การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี
วันพฤหัส : การประชุมธนาคารกลางยุโรป การผลิตภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส รวมทั้งยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ
วันศุกร์ : ดุลการค้าสหรัฐฯ และดัชนีราคาผู้บริโภคจีน

นักลงทุนทยอยขายน้ำมันดิบซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังสรุปผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือน ธ.ค. 55 มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคณะกรรมการของธนาคารกลางหลายคนจะเห็นว่าควรชะลอหรือหยุดการเข้าซื้อ พันธบัตรดังกล่าว เพื่อไม่ให้เสียเสถียรภาพทางการเงินไปมากกว่านี้ โดยธนาคารกลางจะยังเข้าซื้อพันธบัตรอสังหาริมทรัพย์ 45,000 ล้านเหรียญฯและพันธบัตรการเงิน (Treasury Bill) อีก 40,000 ล้านเหรียญฯต่อเดือน

 

+ การจ้างงานภาคเอกชนในเดือน ธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้น 215,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.พ. 55 แสดงภาพรวมของภาคแรงงานสหรัฐฯที่กำลังฟื้นตัว แม้ว่ายอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นมา 10,000 ตำแหน่งมาอยู่ที่ 372,000 ตำแหน่ง โดยการปรับขึ้นมาจากการคาดการณ์เนื่องจากข้อมูลจากบางรัฐเป็นการประมาณการ เท่านั้น

 

 

- แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะสามารถผ่านร่างแนวทางเลี่ยงปัญหาหน้าผาการคลังได้ใน ช่วงปีใหม่ อย่างไรก็ดีหลายฝ่ายรวมทั้ง IMF ออกมาเตือนว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่แก้ปัญหาหนี้ในภาพรวมแต่เป็นเพียงการยืด เส้นตายเท่านั้น สภาสหรัฐฯยังจำเป็นต้องถกกันต่อในช่วง 2 เดือนข้างหน้าในประเด็นการตัดลดงบรายจ่ายและเพิ่มเพดานหนี้ซึ่งในประเด็นดัง กล่าวพรรครีพับลิกันมีจุดยืนที่ต้องการให้รัฐบาลปรับลดรายจ่ายในหลายภาคส่วน ลง
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปวันที่ 10 ม.ค. 2556 ว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีมุมมองอย่างไรต่อสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์หนี้สินใน ยุโรป รวมถึงติดตามว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่
- ติดตามผลการเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 16 ม.ค. 56 อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว
- จับตาการเปิดใช้ส่วนต่อขยายของท่อส่งน้ำมัน Seaway Pipeline ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่จะทำให้กำลังการขนส่งรวมเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 150,000 บาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน และจะทำให้การขนส่งน้ำมันออกจากจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสบริเวณคุ ชชิ่ง โอกลาโฮมาไปยังโรงกลั่นในบริเวณรัฐเท็กซัสเพิ่มมากขึ้น