แนวคิดการบริหารที่ได้จากหนัง

ซื้อ สินค้าเหล่านี้ ช่วยให้ ไอทีวี สตูดิโอ เพิ่มรายได้ โดย 20% ถึง £ 857m ไอทีวี กล่าวว่า ถึงแม้ว่า บางส่วนของ การเจริญเติบโต ที่ ไม่ได้เกิดจาก การเข้าซื้อกิจการ . ส่วนที่ ตัดค่าใช้จ่าย ของการวางแผนการ ตอบสนอง จะถูกตั้งค่า เพื่อดำเนินการต่อ แม้ว่า อัตราที่ชะลอลง กับอีก ตัด ของ £ 10m ดินสอ ใน ปี 2014 หลังจากที่ £ 28m ใน ปีที่ผ่านมา ลด

แต่ การประกาศจ่ายเงินปันผล พิเศษ £ 161mสั้นลง ของความคาดหวัง ของตลาดที่ ก่อให้เกิดการ ขายหุ้น ไอทีวี ที่จะเลื่อน 3.5 % ถึง 199P มี นักวิเคราะห์บางคน คาดหวังว่า การจ่ายเงิน ไม่น้อยกว่า 200 ปอนด์

คี ธ โบว์แมน ที่ stockbrokers Lansdown ฮาร์กรีฟ กล่าวว่า การวางแผน การเปลี่ยนแปลง Crozier เป็น ” อย่างชัดเจน บาน ” . แต่เขา เตือนว่า ไอทีวี ต้องเผชิญกับ แรงกดดัน อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับ รายได้ ด้วยการ ขายโฆษณา มีแนวโน้มที่จะ เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ ความผันผวนของ ความต้องการ ช่อง สำหรับกิจกรรมที่ บริษัท ทีวีอยู่ กับผู้ชม รับประกัน

Crozier กล่าวว่า ไอทีวี ซึ่งเป็น ออกอากาศ ในปีนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก จากบราซิล จะ ” สนใจ ” ใน สิทธิของ การเล่นกีฬา ในอนาคต แม้จะมี การสูญเสียแฟรนไชส์ ที่ออกอากาศ เปียนส์ลีก ที่จะ BT

ผู้ บริหารระดับสูง ของอดัม Crozier ยกย่อง “ก้าวสำคัญ ” สำหรับการ ไอทีวี ซึ่งได้ พยายามที่จะ หา เท้าของมัน เพราะมัน ถูกสร้างขึ้นโดย การควบรวมกิจการ ของเครือข่าย วืด กรานาดา และ คาร์ลตัน ในปี 2004 . Crozier ที่ถูก เผ่าพันธุ์ จากรอยัลเมล์ ในปี 2010 ที่จะ ช่วยเหลือ ธุรกิจ กล่าวว่า ” ทุกส่วนของ ธุรกิจที่ มีความก้าวหน้า เป็นอย่างดี ในขณะที่เรา ยังคง ปรับสมดุล ไอทีวี . ”

เพิ่มขึ้นสูงชัน ในผลกำไร คาดการณ์ เอาชนะ ซิตี้ ยืนยันว่า ไอทีวี ได้ หนีปัญหา รุมเร้า ของ ทิ้ง รายได้โฆษณา และตราสารหนี้ มหาศาลที่ เผชิญหน้า Crozier เมื่อ ครั้งแรกที่เขา มาถึง

ภายใต้การนำ ของเขา ไอทีวี ได้ กลับ ลดลง ในการเขียนโปรแกรม ในประเทศ ด้วยการชนะ ผู้ชมและ ผู้โฆษณาที่มี ตลาดมวล รวมทั้ง ฮิต เต้นรำบนน้ำแข็ง และฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง พาฉันออกไป จาก ที่นี่

ในขณะเดียวกัน ทอน วัด และ Broadchurch มีการเรียกคืน ชื่อเสียงของ ละคร ที่ได้รับการ บดบังด้วย ความสำเร็จของ รูปแบบ ความบันเทิง เช่นปัจจัยและฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง

Crozier กล่าวว่า ไอทีวี ออกอากาศ ช่องทาง มีความสุข ปีที่ดีที่สุด ของพวกเขา ในการดู ในขณะที่ ช่อง ไอทีวี หลัก ได้เห็น Emmerdale แข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ชม กับบีบีซี อีสท์

กลยุทธ์ ของรูปแบบ การส่งออกยัง มีการจ่ายเงิน ออกไป กับนาย ซุปเปอร์มาร์เก็ต มาร์เปิ้ล และ นรกครัว สหรัฐอเมริกา ขายไปกว่า 150 ประเทศ ในขณะที่ แปด ของรูปแบบ ที่ได้รับการ ขายให้กับ หลายประเทศ รวมทั้ง ฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง และ เต้นรำบนน้ำแข็ง . เกือบ 60% ของ เนื้อหาที่ ไอทีวี จะทำโดย ไอทีวี สตูดิโอ

Crozier ตัดออก ประมูล ช่อง 5ว่า ข้อเสนอที่จะ ดึงดูด การพิจารณากฎระเบียบ ที่ได้รับ พลังงานรวม ของทั้งสอง ช่องทางในการ ตลาดการโฆษณา. การเสนอราคา รอบแรก สำหรับ ช่อง 5 ซึ่งเป็นเจ้าของโดย วันด่วน เจ้าของ ริชาร์ด เดสมอนด์ เป็น เนื่องจาก ในวันพฤหัสบดี กับ BSkyB และเราตาม การค้นพบ การสื่อสาร คาดว่าจะทำให้การเสนอราคา ร่วมกัน

แต่ Crozier กล่าวว่า ไอทีวี จะยังคง มองไปที่ การเข้าซื้อกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหรัฐอเมริกาและ สหราชอาณาจักร . ไอทีวี เป็น ปี กว่าสาม และครึ่ง เป็น แผนฟื้นฟู ห้าปี ซึ่งรวมถึง การตัด ค่าใช้จ่ายและ ซื้อ บริษัท ผลิต เป็น มันพยายาม เพื่อป้องกัน ธุรกิจ จากตลาด ที่ทวีความรุนแรง ในการโฆษณา ฟรี เพื่อ อากาศ

ใน การซื้อ ความสนุกสนาน 12 เดือน , ไอทีวี สตูดิโอ ที่ได้มา สี่ บริษัท ผลิต . จะ ได้ซื้อการ์เด้น และบิ๊ก คุย ใน สหราชอาณาจักร ในข้อเสนอที่ มุ่งเป้าไปที่ การส่งเสริม ความบันเทิงและ ตลก รูปแบบ ของ จริง เช่นเดียวกับที่ Thinkfactory สื่อ และ เที่ยง บันเทิง ในสหรัฐอเมริกา .

สินเชื่อพุ่งจนน่าห่วง

 

ส่วนปัจจัยหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย พบว่าในปี 2555 มีอัตราอยู่ที่ 2.3% ลดลงจากปี 2554 ที่มีเอ็นพีแอลอยู่ที่อัตรา 2.4% ขณะที่สถาบันการเงินมีการกลั่นกรองลูกค้าอย่างดี จึงยังไม่เห็นการกู้ยืมเงินเพื่อเก็งกำไร ปัจจัยสุดท้าย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยังมีส่วนของทุนสูง สามารถรองรับปัญหาและสภาพคล่องได้ดีกว่า

 

นายชาติชายกล่าวเพิ่มเติมถึง หนี้เอ็นพีแอลของสินเชื่อประเภทอื่นว่า สินเชื่อรถมีเอ็นพีแอล 1.4% สินเชื่อบัตรเครดิตมีเอ็นพีแอล 1.9% และสินเชื่อส่วนบุคคลมีสัดส่วน 3%


“ปีที่แล้ว ยอดสินเชื่อบ้านเติบโตประมาณ 11% หรือประมาณ 2.26ล้านล้านบาท แต่ปีนี้ธนาคารคาดว่าตลาดรวมสินเชื่อบ้านจะโตลดลงอยู่ที่ 8.5% หรืออยู่ที่ประมาณ 2.45 ล้านล้านบาท ขณะที่ปีที่แล้วสินเชื่อบ้านโต 11% หรืออยู่ที่ 2.26 ล้านล้านบาท จากที่ธนาคารได้ประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด โดยภาพรวมพบว่ายังไม่มีสัญญาณฟองสบู่ที่ชัดเจน”

นายชาติชาย กล่าวว่า ธนาคารได้ประเมินสถานการณ์ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากยังไม่พบปัญหาของด้านอุปทานที่อยู่อาศัยที่มีมากเกินความต้องการ ส่วนราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาที่ดินในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการปรับเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้าที่ปรับขึ้นเฉลี่ย 10.5% ส่งผลให้ดีเวลอปเปอร์ซื้อที่ดินมาในราคาสูง

 

การปรับลดดอกเบี้ยเพื่อชะลอเงินทุน

 

ใน สถานการณ์เช่นนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนและการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง จำเป็นต้องร่วมมือกันทั้งในเชิงนโยบาย และออกมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยปัจจุบันข้อถกเถียง

ระหว่างความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของ การปรับลดดอกเบี้ย ได้กลายมาเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนและลดความมั่นใจของนักลงทุนในตลาด ทั้งนี้ การปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย (RP 1 Day)

จะสามารถช่วยชะลอการไหลเข้าของกระแสเงินทุนได้หรือไม่นั้น อาจแยกวิเคราะห์ได้เป็น 4 เหตุผลดังนี้

1.ดอกเบี้ยนโยบายของไทย ถือเป็นดอกเบี้ยระยะสั้นสำหรับการกู้ยืมระหว่างสถาบันการเงินในระยะเวลา 1 วัน (RP 1 Day)

และสถิติที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแสดงให้เห็นว่า การปรับลด RP อาจจะทำให้ผลตอบแทน (Yield) ของตราสารหนี้ระยะสั้นปรับตัว

โดย สุชาติ ธนฐิติพันธ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

เป็นที่ชัดเจนว่า กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยในขณะนี้ เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่ามาตรการเหล่านี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด

โดยในส่วน ของประเทศสหรัฐ Fed พร้อมจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวหากตัวเลขการจ้างงานรวมถึงดัชนีชี้วัดอื่น ๆ ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งนักลงทุนในตลาดรวมถึงนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2556-2557

ขณะที่มาตรการอัดฉีดของประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือน เม.ย. 2556 มีกำหนดการที่จะสิ้นสุดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า

ดัง นั้น หากภาวะพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจไทยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ แล้ว คาดว่าในช่วงระยะเวลาอย่างน้อยอีก 1 ปีนับจากนี้ไป ประเทศไทยจะยังต้องเผชิญกับสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการเข้ามาลงทุนทางตรง (FDI) และการเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน (Portfolio Investment) ซึ่งจะมีผลต่อการแข็งค่าของเงินบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ลด ลงตามไปด้วย แต่ไม่ได้ทำให้ผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะยาวลดลงด้วยเสมอไป (ลดลงในบางครั้ง) ขณะที่กระแสเงินที่เข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ในช่วงที่ผ่านมา เป็นการเข้าซื้อในพันธบัตรระยะยาวเป็นหลัก

การปรับลด RP อาจจะไม่ช่วยลดความน่าดึงดูดใจต่อการเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ได้มากเท่าที่ควร

2.อย่างไรก็ตาม หากการลด RP มีผลทำให้ Yield ของตราสารหนี้ระยะยาวปรับตัวลดลงตามไปด้วยแล้ว จะกลายเป็น

แรงกระตุ้นให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตราสารหนี้ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากราคาของตราสารหนี้ระยะยาวที่ถือครองอยู่

ใน ช่วงก่อนหน้านี้จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น (ถ้า Yield ปรับตัวลดลง) กำไรที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงสั้น ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายและเกิดการไหลออกของเงินทุน และอาจนำไปสู่ความผันผวนของค่าเงินได้ในที่สุด

3.นอกจากนี้แล้ว RP ยังเป็นดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินในประเทศใช้อ้างอิงในการกำหนดดอกเบี้ยเงิน ฝาก-เงินกู้ การลด RP จะมีผลทำให้ผู้ฝากเงินนำเงินออกไปใช้จ่ายหรือไปลงทุนในช่องทางอื่น ๆ มากขึ้น

(เพราะฝากเงินแล้วได้ผลตอบแทนต่ำ) ขณะที่ผู้ต้องการเงินจะกู้ยืมมากขึ้น (เพราะต้นทุนของการกู้เงินถูกลง) ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต่างก็พึ่งพิงสินเชื่อจากสถาบันการเงินเป็น หลัก

4.ท้ายที่สุดแล้ว หากมีความจำเป็นต้องปรับลด RP จริง จะต้องปรับลดเท่าไรจึงจะช่วยชะลอการไหลเข้าของกระแสเงินได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เนื่องจากส่วนต่างของผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรไทย

เทียบ กับการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐและญี่ปุ่น มีค่าอยู่ในช่วงประมาณ 2-2.5% ขณะที่ RP ของไทยอยู่ที่ 2.75% การปรับลด RP เพียง 0.25-0.5% อาจไม่ช่วยชะลอการไหลเข้าของกระแสเงินทุนได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้แล้วดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันถือได้ว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

การ ลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อชะลอการไหลเข้าของกระแสเงินทุนจึงเป็นประเด็นที่ต้อง พิจารณาถึงความเหมาะสมในแง่ของประสิทธิภาพ และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาอย่างถี่ถ้วน

ตลาดทองคำคึกคักรับตรุษจีน

กลุ่ม ลูกค้าที่นิยมมาซื้อมีหลายกลุ่ม ได้แก่ “กลุ่มผู้ให้” ที่ต้องการมอบทองคำให้เป็นของขวัญตามเทศกาล ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุในช่วงวัยกลางคน (30 ขึ้นไป) มักซื้อทั้งในลักษณะการ์ดทองคำ กุหลาบทองคำ เหรียญทองคำชิ้นเล็ก เป็นต้น

“กลุ่ม นักลงทุน” ที่เบื่อกับการออมด้วยการซื้อทองแท่งธรรมดา จึงหันมาซื้อทองคำแบบใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นการสร้างจิตวิทยาทางบวกให้กับตัวเองรูปแบบหนึ่ง เพราะแม้จะอยู่ในช่วงที่ราคาทองคำผันผวนหรือปรับตัวลดลง แต่นักลงทุนกลุ่มนี้ก็ยังจะรู้สึกดีกับทองคำลวดลายสวยงามที่มีอยู่ ต่างจากการซื้อทองคำแท่งไร้ลวดลาย

“กลุ่มนักสะสม” มีเงินทุนสูง ซื้อทองคำตามลวดลายที่ชอบสะสม โดยส่วนหนึ่งในนี้จะเป็นลูกค้าประเภท “พรีเมี่ยม” ที่จะได้รับเชิญจาก “ฮั่วเซ่งเฮง” ทุกไตรมาส เพื่อให้มาชมสินค้าที่ผลิตจากทองคำในรูปแบบพิเศษต่าง ๆ ที่มีความประณีตสูง และมีราคานับตั้งแต่หลัก 1 ล้าน จนถึง 10 ล้านบาท

คุณลักษณะอันโดดเด่นของ “ทองคำฉาบ สี” อยู่ที่ “รูปแบบที่สวยงาม” ซึ่งมาจากการแต่งแต้มสีพาสเทล เช่น ฟ้า ชมพู เขียว น้ำตาล ฯลฯ ลงบนเนื้อทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% น้ำหนัก 1 บาท และ 2 บาท ด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่ไม่ส่งผลเสียต่อเนื้อทอง ทั้งสามารถมาหลอมเป็นทองคำแท่งใหญ่ได้โดยไม่เสียน้ำหนัก เพราะสีจะระเหยไปเองตามกระบวนการผลิต

จุดเด่นยังอยู่ที่การออกแบบให้ มีความหลากหลาย และเข้ากับ “เทศกาล” ที่เป็นวาระสำคัญ เช่น “ตรุษจีน” ก็จะมีทองคำมงคลลายปีนักษัตร อาทิ ลายมังกร ลายงูเล็ก ฯลฯ ส่วนคนที่มองหาของขวัญ “วาเลนไทน์” ก็มีทองคำฉาบสีสวยงามทั้งชมพูและแดงลงบนลายดอกกุหลาบ แทนความรู้สึกดี ๆ ที่ให้กันได้อีกมากมาย

ในโอกาสพิเศษอื่น ๆ เช่น วันแต่งงาน รับขวัญเด็กแรกเกิด วันพ่อ และวันแม่ ก็มี “ทองคำ” ฉาบสีด้วยลวดลายน่ารักเป็นสื่อถึงความยินดีและแสดงความรักให้เลือกหาซื้อได้ ตรงกับวาระที่ต้องการส่งมอบให้กับผู้รับด้วย

“การฉาบสีลงทุนทองแบบ นี้ เราเป็นเจ้าแรกที่ทำในตลาด และมีเพียงเจ้าเดียวที่ผลิตได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งกระแสความนิยมถือว่าดีอย่างมาก และขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วย หลายคนชอบทั้งลักษณะของทองคำ รวมถึงรูปแบบที่เรานำเสนอคือ ติดทองลงบนการ์ดอวยพรที่สวยงาม ทำให้ลูกค้าสามารถถ่ายทอดความรู้สึกลงบนนั้นได้มากขึ้นไปอีก” ธนรัตน์กล่าว

“กลุ่มลูกค้าไฮโซ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตสินค้าให้เรา บางคนซื้อกระเป๋าทองคำใบละล้านบาทจากเราไป บางคนก็มาสั่งเราทำสินค้าเป็นรูปขวดเหล้าที่ชื่นชอบ พอเราเห็นเขาสนุกมีความสุขกับการสะสมแบบนี้ เราเองก็สนุกกับการที่จะทำไปด้วย”

จากความสำเร็จทั้งหมดนี้ จึงทำให้ “ฮั่วเซ่งเฮง” เกิดไอเดียที่จะตั้งร้านสำหรับขายของขวัญล้ำค่าที่มาจากทองคำโดยเฉพาะ เพื่อรองรับลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ ที่จากการสำรวจเบื้องต้นเห็นว่ามีความต้องการค่อนข้างสูง คาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มมีความชัดเจน

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลัง มองหาของขวัญล้ำค่าในช่วงเทศกาลพิเศษนี้ ทั้งยังเป็นช่องทางลงทุนได้ด้วยในราคาที่ไม่แพงเกินไปนัก ลองแวะไปที่ “ฮั่วเซ่งเฮง” น่าจะมีคำตอบที่น่าสนใจสำหรับคุณ..

นโยบายด้านการเงิน

ข่าวเศรษฐกิจความท้าทายที่สองอยู่ที่การดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มี ความผันผวนมากขึ้น จึงต้องติดตามและประเมินผลกระทบของค่าเงินบาทต่อภาคเศรษฐกิจจริง ซึ่งแบงก์ชาติได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ (policy option) โดยพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม พร้อมกับการวางโครงการและเตรียมความพร้อมแก่ภาคเอกชน

เป้าหมายหลักของการดำเนินนโยบายการเงินคือ การดูแลให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ในปีนี้ความท้าทายแรกจะอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพราะหากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นต้นทุนในการกู้ยืมไว้ในระดับต่ำนานเกิน ไปอาจจูงใจให้ภาคเอกชนก่อหนี้สินมากเกินควร หรือกระตุ้นให้ผู้ฝากเงินหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า มากขึ้น และอาจนำไปสู่การสะสมความไม่สมดุลในระบบการเงินหรือภาวะฟองสบู่ได้ในอนาคต การดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบันจึงต้องทำควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพของ ระบบการเงิน

โดย หวังว่าความร่วมมือและการประสานเชิงนโยบายของทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิดมากขึ้นจะ ช่วยส่งเสริมการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เป็นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ ไม่ถือ “ฉัน” ถือ “เธอ” แต่ถือ “เรา” เป็นที่ตั้ง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

อาทิ มาตรการรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายด้วยการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ด้าน เงินทุนขาออกตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศตั้งแต่ปลายปี 2555, การสนับสนุนให้คนไทยลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านและส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้อง ถิ่นชำระค่าสินค้า โดยเริ่มจากการใช้เงินหยวนนำร่อง, การลดอุปสรรคระเบียบหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมืออัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

ผลักดันไมโครไฟแนนซ์

ด้าน นโยบายสถาบันการเงิน ที่แม้สถาบันการเงินไทยจะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและมีส่วนสนับสนุนกิจกรรม ทางเศรษฐกิจอย่างดีมาตลอด แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ต้องผลักดันต่อเนื่อง ในแง่ความทั่วถึงของการให้บริการทางการเงิน ได้หารือกับแบงก์พาณิชย์และน็อนแบงก์ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในรูปแบบธุรกิจ ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนในแง่ความเข้ม แข็งมั่นคงของสถาบันการเงิน จำเป็นต้องเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินที่สามารถรองรับความ เสี่ยงต่าง ๆ ได้ในทุกสถานการณ์ โดยดูแลให้สถาบันการเงินมีกองทุนที่แข็งแกร่งและมีระบบบริหารความเสี่ยงที่ รัดกุม

อีกทั้งในปีนี้ได้กำหนดกรอบการให้ใบอนุญาตแก่แบงก์พาณิชย์ ต่างประเทศที่จะเข้ามาดำเนินการในไทย ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 พร้อมกับกำหนดกรอบเจรจาเพื่อเอื้อให้แบงก์พาณิชย์ไทยขยายธุรกิจตามการเปิด เสรี Qualified ASEAN Bank ภายใต้เออีซี และทั้งหมดนี้นำไปสู่ความท้าทายของการรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพ เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

ใช้ ICAS หมุนเงินในประเทศ

สุด ท้ายด้านนโยบายการชำระเงิน ปีนี้แบงก์ชาติตั้งเป้าที่ขยายระบบ ICAS ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียกเก็บเช็คข้ามจังหวัด จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลา 3-5 วันทำการในการเรียกเก็บ ต่อไปนี้จะเหลือเพียง 1 วันทำการ เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเร็วขึ้น ต้นทุนลดลง และส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายในประเทศ ยกระดับการชำระเงินไทยให้เอื้อต่อการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศให้มี ประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

แล้วในฐานะแบงก์ชาติเป็นหนึ่งในหน่วย งานที่ดูแลระบบเศรษฐกิจการเงินไทยจึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายด้าน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างทันกาลและเหมาะสม พร้อมจับมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ตลาดทองคำแท่งโน้มวันที่ 13 ธันวาคม 2555

ราคาทองแนวโน้มวันที่ 13 ธันวาคม 2555

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในกรอบและคาดว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะของ การปรับฐานราคา โดยให้เน้นไปที่การเข้าลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,720ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้างเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้ แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์
 

ความเชื่อมั่นที่ว่าสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงวิกฤติการคลังนั้นทำให้นักลง ทุนลดการถือครองทองคำลง หลังจากการคาดการณ์ที่ว่า ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงลดยอดขาดดุลงบประมาณภายในสิ้นปีนี้ นั้น โดยผลสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะตำหนิพรรครีพับลิกัน ถ้าหากสหรัฐเกิดภาวะ fiscal cliff โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันได้ส่งสัญญาณถึงความเต็มใจที่จะให้มีการปรับขึ้น ภาษีคนรวยและสมาชิกบางคนก็ได้กดดันให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิ กัน ให้บรรลุข้อตกลงในทันที ขณะที่นายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่า ยังคงคาดหวังว่าจะมีการ บรรลุข้อตกลงกันได้ก่อนเส้นตายในช่วงสิ้นปี อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff อาจส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคา ทองคำ อย่างไรก็ตามการอ่อนตัวของราคาทองคำค่อนข้างจำกัดโดยได้รับแรงหนุนจากการ ปรับตัวขึ้นของสกุลเงินยูโรเทียบกับดอลลาร์ หลังจากขณะที่ข้อมูลความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดของเยอรมนี ซึ่งทำให้เกิดความหวังว่า เยอรมนีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถด ถอยได้ในฤดูหนาวนี้ เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าราคาทองคำยังคงมีการเคลื่อนไหวของราคาออกมาใน ลักษณะแกว่งตัวในกรอบในรูปแบบของการปรับฐานราคา โดยกรอบบนประเมินราคาทองคำบริเวณแนวต้าน 1,720 หรือ 1,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และประเมินกรอบด้านล้างบริเวณแนวรับที่ 1,700 หรือ 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์


ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ    1,700 (24,640บาท)   1,690 (24,500บาท)   1,680 (24,420บาท)
แนวต้าน  1,720 (24,930บาท)   1,730 (25,070บาท)   1,744 (25,280บาท)

 

GOLD FUTURES (GFZ12)
แนวรับ    1,700 (24,820บาท)   1,690 (24,680บาท)    1,680 (24,600บาท)
แนวต้าน  1,720 (25,110บาท)   1,730 (25,250บาท)    1,744 (25,460บาท)

SILVER FUTURES (SVZ12)
แนวรับ      32.70 (1,004บาท)    32.50 (998บาท)     32.25 (990บาท)

แนวต้าน    33.40 (1,026บาท)    33.70 (1,035บาท)  34.00 (1,044บาท)

ตลาดทองคำ 7 ธันวาคม 2555

ราคาทองกลยุทธ์การลงทุน ทาง วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณที่ 1,712 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,722 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้าง หรือถ้าราคาสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือ ต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยเน้นไปที่การลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง

ตลาดวันที่ 7 ธันวาคม 2555 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,699.40 – 1,703.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFZ12 อยู่ที่ 24,860 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 90 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,770 บาท ขณะที่ซิวเวอร์ฟิวเจอร์ SVZ12 อยู่ที่ 1,013 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,006 บาท

 

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.13 น.ของวันที่ 7/12/12)

 

แนวโน้มวันที่ 11 ธันวาคม 2555

 

ประธานธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนว่าจะหดตัว 0.5% ในปีนี้ ส่วนในปี 2556 นั้น คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวลง 0.3% ซึ่งเป็นการปรับลงจากก่อนหน้านี้ที่คาดไว้ แต่คาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งก็ในช่วงปลายปี 2556 และในปี 2557 เศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัวราว 0.2-2.2% ขณะที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของอีซีบีมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75% อย่างไรก็ตาม อีซีบีไม่ได้ประกาศใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมครั้ง นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและรอดูโอกาสที่เหมาะสมก่อนที่จะ เดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรครั้งใหม่ ส่งผลให้สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แต่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำนั้นไม่ได้อิงกับเงินสกุลยูโรในช่วงเวลานี้ สังเกตุได้จากการทิศทางของราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นหลังจานักลงทุนเข้ามา ช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับโดยค่าเงินสกุลเงินยูโรปที่ปรับตัวลง ซึ่งกระแสข่าวและปัจจัยพื้นฐานที่เข้ามาชี้นำราคาทองคำในช่วงนี้จะลดความ สำคัญลง ส่งผลให้ทิศทางของราคาทองคำยังคงมีความผันผวนและยากต่อการคาดการณ์ เบื้องต้นวายแอลจีแนะนำให้นักลงทุนเน้นการลงทุนระยะสั้นเช่นเดิม โดยคาดว่าราคาทองคำพยายามรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ แนะนำนักลงทุนหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,712 หรือ 1,722 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้าน นักลงทุนอาจต้องระวังแรงขาย โดยหากราคามีการย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,685 หรือ 1,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็เป็นจุดที่เข้าซื้อเก็งกำไรอีกครั้ง

 

ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ     1,685 (24,470บาท)   1,672 (24,280บาท)   1,660 (24,110บาท)
แนวต้าน   1,712 (24,870บาท)   1,722 (25,010บาท)   1,735 (25,200บาท)

GOLD FUTURES (GFZ12)
แนวรับ     1,685 (24,650บาท)    1,672 (24,460บาท)    1,660 (24,280บาท)
แนวต้าน   1,712 (25,050บาท)    1,722 (25,190บาท)    1,735 (25,380บาท)

SILVER FUTURES (SVZ12)
แนวรับ      32.50 (998บาท)      32.20 (989บาท)     31.80 (977บาท)
แนวต้าน    33.65 (1,034บาท)    34.05 (1,046บาท)   34.40 (1,057บาท)