แนวคิดการบริหารที่ได้จากหนัง

ซื้อ สินค้าเหล่านี้ ช่วยให้ ไอทีวี สตูดิโอ เพิ่มรายได้ โดย 20% ถึง £ 857m ไอทีวี กล่าวว่า ถึงแม้ว่า บางส่วนของ การเจริญเติบโต ที่ ไม่ได้เกิดจาก การเข้าซื้อกิจการ . ส่วนที่ ตัดค่าใช้จ่าย ของการวางแผนการ ตอบสนอง จะถูกตั้งค่า เพื่อดำเนินการต่อ แม้ว่า อัตราที่ชะลอลง กับอีก ตัด ของ £ 10m ดินสอ ใน ปี 2014 หลังจากที่ £ 28m ใน ปีที่ผ่านมา ลด

แต่ การประกาศจ่ายเงินปันผล พิเศษ £ 161mสั้นลง ของความคาดหวัง ของตลาดที่ ก่อให้เกิดการ ขายหุ้น ไอทีวี ที่จะเลื่อน 3.5 % ถึง 199P มี นักวิเคราะห์บางคน คาดหวังว่า การจ่ายเงิน ไม่น้อยกว่า 200 ปอนด์

คี ธ โบว์แมน ที่ stockbrokers Lansdown ฮาร์กรีฟ กล่าวว่า การวางแผน การเปลี่ยนแปลง Crozier เป็น ” อย่างชัดเจน บาน ” . แต่เขา เตือนว่า ไอทีวี ต้องเผชิญกับ แรงกดดัน อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับ รายได้ ด้วยการ ขายโฆษณา มีแนวโน้มที่จะ เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ ความผันผวนของ ความต้องการ ช่อง สำหรับกิจกรรมที่ บริษัท ทีวีอยู่ กับผู้ชม รับประกัน

Crozier กล่าวว่า ไอทีวี ซึ่งเป็น ออกอากาศ ในปีนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก จากบราซิล จะ ” สนใจ ” ใน สิทธิของ การเล่นกีฬา ในอนาคต แม้จะมี การสูญเสียแฟรนไชส์ ที่ออกอากาศ เปียนส์ลีก ที่จะ BT

ผู้ บริหารระดับสูง ของอดัม Crozier ยกย่อง “ก้าวสำคัญ ” สำหรับการ ไอทีวี ซึ่งได้ พยายามที่จะ หา เท้าของมัน เพราะมัน ถูกสร้างขึ้นโดย การควบรวมกิจการ ของเครือข่าย วืด กรานาดา และ คาร์ลตัน ในปี 2004 . Crozier ที่ถูก เผ่าพันธุ์ จากรอยัลเมล์ ในปี 2010 ที่จะ ช่วยเหลือ ธุรกิจ กล่าวว่า ” ทุกส่วนของ ธุรกิจที่ มีความก้าวหน้า เป็นอย่างดี ในขณะที่เรา ยังคง ปรับสมดุล ไอทีวี . ”

เพิ่มขึ้นสูงชัน ในผลกำไร คาดการณ์ เอาชนะ ซิตี้ ยืนยันว่า ไอทีวี ได้ หนีปัญหา รุมเร้า ของ ทิ้ง รายได้โฆษณา และตราสารหนี้ มหาศาลที่ เผชิญหน้า Crozier เมื่อ ครั้งแรกที่เขา มาถึง

ภายใต้การนำ ของเขา ไอทีวี ได้ กลับ ลดลง ในการเขียนโปรแกรม ในประเทศ ด้วยการชนะ ผู้ชมและ ผู้โฆษณาที่มี ตลาดมวล รวมทั้ง ฮิต เต้นรำบนน้ำแข็ง และฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง พาฉันออกไป จาก ที่นี่

ในขณะเดียวกัน ทอน วัด และ Broadchurch มีการเรียกคืน ชื่อเสียงของ ละคร ที่ได้รับการ บดบังด้วย ความสำเร็จของ รูปแบบ ความบันเทิง เช่นปัจจัยและฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง

Crozier กล่าวว่า ไอทีวี ออกอากาศ ช่องทาง มีความสุข ปีที่ดีที่สุด ของพวกเขา ในการดู ในขณะที่ ช่อง ไอทีวี หลัก ได้เห็น Emmerdale แข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ชม กับบีบีซี อีสท์

กลยุทธ์ ของรูปแบบ การส่งออกยัง มีการจ่ายเงิน ออกไป กับนาย ซุปเปอร์มาร์เก็ต มาร์เปิ้ล และ นรกครัว สหรัฐอเมริกา ขายไปกว่า 150 ประเทศ ในขณะที่ แปด ของรูปแบบ ที่ได้รับการ ขายให้กับ หลายประเทศ รวมทั้ง ฉัน เป็นผู้มีชื่อเสียง และ เต้นรำบนน้ำแข็ง . เกือบ 60% ของ เนื้อหาที่ ไอทีวี จะทำโดย ไอทีวี สตูดิโอ

Crozier ตัดออก ประมูล ช่อง 5ว่า ข้อเสนอที่จะ ดึงดูด การพิจารณากฎระเบียบ ที่ได้รับ พลังงานรวม ของทั้งสอง ช่องทางในการ ตลาดการโฆษณา. การเสนอราคา รอบแรก สำหรับ ช่อง 5 ซึ่งเป็นเจ้าของโดย วันด่วน เจ้าของ ริชาร์ด เดสมอนด์ เป็น เนื่องจาก ในวันพฤหัสบดี กับ BSkyB และเราตาม การค้นพบ การสื่อสาร คาดว่าจะทำให้การเสนอราคา ร่วมกัน

แต่ Crozier กล่าวว่า ไอทีวี จะยังคง มองไปที่ การเข้าซื้อกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหรัฐอเมริกาและ สหราชอาณาจักร . ไอทีวี เป็น ปี กว่าสาม และครึ่ง เป็น แผนฟื้นฟู ห้าปี ซึ่งรวมถึง การตัด ค่าใช้จ่ายและ ซื้อ บริษัท ผลิต เป็น มันพยายาม เพื่อป้องกัน ธุรกิจ จากตลาด ที่ทวีความรุนแรง ในการโฆษณา ฟรี เพื่อ อากาศ

ใน การซื้อ ความสนุกสนาน 12 เดือน , ไอทีวี สตูดิโอ ที่ได้มา สี่ บริษัท ผลิต . จะ ได้ซื้อการ์เด้น และบิ๊ก คุย ใน สหราชอาณาจักร ในข้อเสนอที่ มุ่งเป้าไปที่ การส่งเสริม ความบันเทิงและ ตลก รูปแบบ ของ จริง เช่นเดียวกับที่ Thinkfactory สื่อ และ เที่ยง บันเทิง ในสหรัฐอเมริกา .

ตลาดหุ้นส่อแนวฟื้นตัวระยะสั้น

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 1.3330/32 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/8) ที่ระดับ 1.3366/69 ดอลลาร์/ยูโร เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับมาตรการชะลอโครงการเข้าซื้อ สินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนหน้า นอกจากนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ลงมาต่ำกว่าระดับ 1.3300 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากตัวเลขอัตราการว่างงานของเยอรมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 7,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 5,000 ตำแหน่ง แสดงถึงความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของภาคแรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายตลาดค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้รับแรงหนุน จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอิตาลีเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 98.3 จากระดับ 97.3 และมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 97.8 ทั้งนี้ ในระหว่างวันกรอบการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3252-1.3345 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.3267/69 ดอลลาร์/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้เปิดตลาดที่ระดับ 97.78/80 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (22/8) ที่ 97.35/36 เยน/ดอลลาร์ จากการทำกำไรของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการเข้ามาถือครองมากขึ้นของนักลงทุนในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังจากมีความกังวลว่าสหรัฐอาจจะดำเนินมาตรการทางทหารต่อประเทศซีเรีย นอกจากนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและขึ้นมายืนเหนือ ระดับ 98.00 เยน/ดอลลาร์ มีกรอบการเคลื่อนไหวของระหว่างวันอยู่ที่ระดับ 97.26-98.43 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.13/15 เยน/ดอลลาร์

อนึ่ง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 7.00% ตามการคาดการณ์ของนักลงทุน เพื่อปกป้องค่าเงินหลังจากที่ค่าเงินรูเปียห์ที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงที่ ผ่านมา

ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการผู้ว่างงานประจำสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสสองของสหรัฐ (GDP), อัตราเงินเฟ้อ, อัตราการว่างงานของกลุ่มยูโรโซน และประเทศอิตาลี

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 ส.ค. ดัชนีฟื้นขึ้นหลังจากที่นักลงทุนกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง เพราะตลาดได้ปรับตัวลดลงมากแล้วในช่วงสิบวันที่ผ่านมา (15-28 ส.ค.)

อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่มีประเด็นใหม่ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปต่อได้มากนัก ตรงกันข้ามแรงกดดันในต่างประเทศ เช่น กรณีที่ซีเรียที่ใช้ความรุนแรงด้วยการปล่อยอาวุธเคมีในสงครามกลางเมือง ได้ส่งผลให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรออกมาหารือเพื่อหาทางตอบโต้ ซึ่งทำให้เกิดความอึมครึมทางการเมืองระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าจะมีการลดอัดฉีดเงินตามมาตรการทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ก็ถือเป้นประเด็นที่สร้างแรงถ่วงให้กับการลงทุนด้วย

ดังนั้น ในวันที่ 30 ส.ค.ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนและค่อนข้างเปราะบาง โดยมีแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300-1,315 จุด แนะนำนักลงทุนใช้ความระมัดระวัง

เงินบาทอ่อนหนักน่าจับตามอง

ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 97.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 97.41/43 เยน/ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี หลังจากเปิดตลาดไม่นานค่าเงินเยนได้ปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนกรกฎรคมทั้งสิ้น 1.024 ล้านล้านเยน ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในอเชีย และหันกลับไปถือครองดอลลาร์หลังจากรับข่าวผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ โดยตลอดช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 97.0-99.13 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 98.83-98.85 เยน/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 31.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตลอดต้นสัปดาห์ ท่ามกลางปริมาณเงินทุนไหลออกของต่างชาติจำนวนมาก หลังจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 2/2556 ซึ่งประกาศในวันจันทร์ (19/8) ขยายตัวเพิ่ม 2.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2556 ลง เหลือเติบโต 3.8-4.3% จากเดิมคาดไว้ในช่วง 4.2-5.2% ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ตลาด รับข่าวผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในรอบที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องจนกระทั่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 32.12 บาท/ดอลลาร์ ในวันพฤหัสดบี (22/8) ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในวันศุกร์ (23/8) เนื่องจาก ธปท.ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะดูแลค่าเงินบาทหากมีการเคลื่อนไหวอ่อนค่าเร็วเกิน ไป รวมทั้งตลาดรับข่าวตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ส่งผลให้มีเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาในเอเชียบางส่วน ทั้งนี้ตลอดทั้งปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่ระดับ 31.28-32.15 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ 31.97/99 บาท/ดอลลาร์

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้มีการประกาศจำนวนผู้ขอสวัสดิการการ ว่างงานประจำสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13,000 ตำแหน่ง โดยอยู่ที่ระดับ 336,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 330,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงในวันศุกร์อีกครั้ง อย่างไรก็ดี แม้ว่าจำนวนผู้ว่างงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาคแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัว ทั้งนี้นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนสิงหาคม ของสหรัฐที่จะมีการรายงานออกมาในวันที่ 6 กันยายน เพื่อตัดสินใจว่าตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นเพียงพอที่จะสนับสนุนการลดมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจลงหรือไม่ นอกจากนี้ตลาดยังรอผลการประชุมใหญ่ประจำปีที่แจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่งของสหรัฐที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ต่อจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม 2557 ในขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังพิจารณาตัวเลือกดังกล่าว นอกจากนี้คาดว่าประเด็นที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะหารือกันอย่างจริงจังก็คือแนว ทางและช่วงเวลาที่เฟดจะชะลอมาตรการซื้อพันธบัตรวงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (19/8) ที่ระดับ 1.3336/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/8) ที่ระดับ 1.3338/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องจากไม่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยูโรโซนในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในวันอังคาร (20/8) หลังจากที่ธนาคารกลางเยอรมนี หรือบุนเดสแบงก์ระบุในรายงานประจำเดือนว่า หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีความรุนแรงขึ้น ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (22/8) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มลดปริมาณเงินในการเข้าซื้อ พันธบัตรในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับทุกสกุล ก่อนจะกลับมาแข็งค่าหลังจากมีการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคธุรกิจ ของเยอรมันในเดือนสิงหาคมออกมาดีเกินคาด โดยค่าดัชนีออกมาที่ระดับ 52 เพิ่มขึ้นจากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม นอกจากนี้ กิจกรรมทางธุรกิจทั่วยูโรโซนในเดือนสิงหาคมยังมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า ระดับคาดการณ์ของตลาด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.3 จากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.3297-1.3427 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนที่จะปิดตลาดในวันศุกร์ (23/8) ที่ระดับ 1.3349/51 ดอลลาร์/ยูโร

หุ้นโดนแรงต้านไม่ผ่าน 1600 จุด

 

นายยศพณ แสงนิล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 พ.ค. ดัชนีปิดตลาดในแดนลบ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นไปแตะจุดสูงสุด 1,603.01 จุดจึงทำให้เกิดแรงขายทางจิตวิทยาออกมา กดดันให้ตลาดปรับตัวลดลง ประกอบกับนังลงทุนยังคงกังวลกับมาตรการที่อาจจะออกมาแทรกแซงค่าเงินบาท จึงทำให้การซื้อขายไม่สดใสนัก

 

“แนวต้านที่ระดับ 1,600 จุด ถือเป็นจุดที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งหากหลังจากนี้ถ้าตลาดจะปรับตัวขึ้นมาในระดับนี้อีก ก็ต้องยืนให้ได้ 3 วัน ถึงจะเรียกได้ว่าผ่านอย่างปลอดภัย” นายยศพณกล่าว

 

สำหรับการซื้อขายวันที่ 3 พ.ค.ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,575 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,595 จุด โดยแนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนที่ต้านตลาดช่วงขาลงได้ เช่น บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) (DEMCO) บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) (SPCG) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BGH) เป็นต้น

คอนโดโตเร็วน่าลงทุน

นาย เกริกกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารพาณิชย์แจงต้นทุนดอกเบี้ยแท้จริง และอาจเสียเปรียบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้น มองว่ากลุ่มลูกค้าเป็นคนละกลุ่มกัน ซึ่งกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้นเป็นกลุ่มตลาดต่ำกว่าของ ธนาคารพาณิชย์ เป็น กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง จึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธปท. กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยืนยันว่าภาวะตลาดไม่มีฟองสบู่ อย่างที่หลายฝ่ายกังวลว่าต้องฟังเสียงของผู้ประกอบการและทาง ธปท.เองไม่ได้มองแง่ร้ายไปทุกอย่าง เพราะการที่ผู้ประกอบการออกมายืนยัน แสดงว่าต้องมีข้อมูลที่ดี หรือต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีแก่ธุรกิจ ซึ่งทาง ธปท.ก็ต้องฟังแบบมีน้ำหนักและเหตุผลประกอบ

นายสมบูรณ์กล่าวว่า ด้านแนวโน้มการซื้ออาคารชุดมาปล่อยเช่าต่อหรือเก็งกำไรเพิ่ม ขึ้นนั้น มองว่านักลงทุนอาจจะมีความชำนาญในเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์พอสมควร และต้องทราบถึงความรู้สึกของตลาด ซึ่งคนที่จะซื้อเพื่อเก็งกำไร ต้องมีเงินสำรองพอสมควร หากกู้มาเพื่อเก็งกำไร คงไม่คุ้มค่า โดย ธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้ เพื่อให้ได้สถานการณ์ที่แท้จริง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่มีแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 ว่า ขณะนี้ทาง ธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลอยู่ ซึ่งยังไม่ดำเนินมาตรการใดจนกว่าข้อมูลจะเสร็จเรียบร้อย โดย ธปท.ย้ำให้ธนาคารพาณิชย์ควบคุมมาตรฐานในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย และแสดงความเป็นเรื่องการแข่งขันดอกเบี้ยบ้าน 0% เนื่องจากจะทำให้ลูกค้าไม่รู้ภาระดอกเบี้ยที่แท้จริง

“การออกมาแข่ง ขันดอกเบี้ย 0% สะท้อนว่าธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันปล่อยสินเชื่อมากจนไม่สามารถลดดอกเบี้ย ให้ต่ำกว่านี้ได้ ในการทำโปรโมชั่น จะมีเส้นแบ่งว่า ตลอดอายุโครงการปล่อยดอกเบี้ยต้องเป็นเท่าไหร่ โดยคิดจากค่าเฉลี่ย แล้วลดตรงนี้ เพิ่มตรงนั้น ในที่สุดแบงก์ก็จะได้ดอกเบี้ยที่ต้องการ และทำให้ลูกค้าไม่เห็นต้นทุนดอกเบี้ยที่แท้จริงและเข้าใจผิดคิดว่าดอกเบี้ย สินเชื่อบ้านที่ตัวเองได้รับ เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในตลาด” นายเกริกกล่าว

 

 

เตือนระวังการเล่นหุ้นระวังติดดอย


นาย กิตติรัตน์กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในปี 2555 เติบโต 21% หรือคิดเป็นมูลค่า 8.58 ล้านล้านบาทจากปี 2554 ที่มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 2.1 หมื่นล้านบาท โดยมีหุ้นกู้และตราสารหนี้ที่ออกใหม่ 5.1 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้กลุ่มพลังงาน สถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งนี้ มีสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยมากกว่า 50% และนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อตราสารหนี้ระยะยาวสุทธิ 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้มูลค่าการถือครองตราสารหนี้รวมของนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 7.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 8.3% ของมูลค่าตราสารหนี้ทั้งระบบ

นาย นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บจ.นิยมจ่ายปันผลเป็นหุ้นแทนเงินสดมากขึ้น เนื่องจากหลายบริษัทต้องการรักษาเงินสดไว้รองรับการขยายกิจการในอนาคต ซึ่งนักลงทุนให้การตอบรับกับหุ้นปันผลของบริษัทที่มีผลประกอบการดี

นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประกาศผลรางวัลตราสารหนี้ยอดเยี่ยมและผู้ประกอบการตรา สารหนี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2555 ว่า การดำเนินการของสมาคมตราสารหนี้ไทยที่ผ่านมา ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับตลาดตราสารหนี้และตลาดทุนโดยรวมอย่างมาก แต่ยังมีอุปสรรคในเรื่องของกฎระเบียบบางข้อ ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมพิจารณาแก้ไขอุปสรรคเหล่านั้น เพราะตราสารหนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมทุน โดยเฉพาะการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท

นาย กิตติรัตน์กล่าวว่า หลังจากร่าง พ.ร.บ.กู้เงินผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลจะดำเนินการกู้เงินในหลายรูปแบบ โดยจะดำเนินการกู้เงินให้สอดคล้องกับระยะเวลาของแต่ละโครงการ และเชื่อว่าการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้ตลาดตราสารหนี้ เติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

“บจ.ที่ ปันผลเป็นหุ้นมีจำนวนมากขึ้น และส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดี ปันผลเป็นหุ้นออกมาแล้วราคาหุ้นไม่ตก ทำให้หุ้นบางตัวที่คลุมเครือว่าดีหรือไม่ดี ปันผลเป็นหุ้นบ้าง นักลงทุนก็เข้ามาซื้อ ราคาหุ้นก็ไม่ลง ทางบริษัทก็มีหุ้นมากขึ้น ดังนั้น นักลงทุนต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะลงทุน” นายนิเวศน์กล่าว

นายชัย จิรเสวีนุปพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด กล่าวว่า การปันผลเป็นหุ้นส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น เช่นเดียวกับการเพิ่มทุน โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการถือเงินสดไว้ แต่สำหรับนักลงทุนแล้วจะได้ประโยชน์จากการได้รับเงินปันผลในรูปเงินสด มากกว่า

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่งกล่าวว่า การปันผลเป็นหุ้น เป็นการเพิ่มฟรีโฟลตหรือสภาพคล่องของหุ้น ซึ่งมีบางบริษัทที่กิจการไม่ดี แต่ออกปันผลเป็นหุ้นเพื่อล่อใจ เป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้น ดังนั้น นักลงทุนต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุนมากขึ้น

นโยบายด้านการเงิน

ข่าวเศรษฐกิจความท้าทายที่สองอยู่ที่การดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มี ความผันผวนมากขึ้น จึงต้องติดตามและประเมินผลกระทบของค่าเงินบาทต่อภาคเศรษฐกิจจริง ซึ่งแบงก์ชาติได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ (policy option) โดยพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม พร้อมกับการวางโครงการและเตรียมความพร้อมแก่ภาคเอกชน

เป้าหมายหลักของการดำเนินนโยบายการเงินคือ การดูแลให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ในปีนี้ความท้าทายแรกจะอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพราะหากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นต้นทุนในการกู้ยืมไว้ในระดับต่ำนานเกิน ไปอาจจูงใจให้ภาคเอกชนก่อหนี้สินมากเกินควร หรือกระตุ้นให้ผู้ฝากเงินหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า มากขึ้น และอาจนำไปสู่การสะสมความไม่สมดุลในระบบการเงินหรือภาวะฟองสบู่ได้ในอนาคต การดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบันจึงต้องทำควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพของ ระบบการเงิน

โดย หวังว่าความร่วมมือและการประสานเชิงนโยบายของทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิดมากขึ้นจะ ช่วยส่งเสริมการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เป็นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ ไม่ถือ “ฉัน” ถือ “เธอ” แต่ถือ “เรา” เป็นที่ตั้ง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

อาทิ มาตรการรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายด้วยการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ด้าน เงินทุนขาออกตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศตั้งแต่ปลายปี 2555, การสนับสนุนให้คนไทยลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านและส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้อง ถิ่นชำระค่าสินค้า โดยเริ่มจากการใช้เงินหยวนนำร่อง, การลดอุปสรรคระเบียบหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมืออัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

ผลักดันไมโครไฟแนนซ์

ด้าน นโยบายสถาบันการเงิน ที่แม้สถาบันการเงินไทยจะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและมีส่วนสนับสนุนกิจกรรม ทางเศรษฐกิจอย่างดีมาตลอด แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ต้องผลักดันต่อเนื่อง ในแง่ความทั่วถึงของการให้บริการทางการเงิน ได้หารือกับแบงก์พาณิชย์และน็อนแบงก์ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในรูปแบบธุรกิจ ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนในแง่ความเข้ม แข็งมั่นคงของสถาบันการเงิน จำเป็นต้องเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินที่สามารถรองรับความ เสี่ยงต่าง ๆ ได้ในทุกสถานการณ์ โดยดูแลให้สถาบันการเงินมีกองทุนที่แข็งแกร่งและมีระบบบริหารความเสี่ยงที่ รัดกุม

อีกทั้งในปีนี้ได้กำหนดกรอบการให้ใบอนุญาตแก่แบงก์พาณิชย์ ต่างประเทศที่จะเข้ามาดำเนินการในไทย ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 พร้อมกับกำหนดกรอบเจรจาเพื่อเอื้อให้แบงก์พาณิชย์ไทยขยายธุรกิจตามการเปิด เสรี Qualified ASEAN Bank ภายใต้เออีซี และทั้งหมดนี้นำไปสู่ความท้าทายของการรักษาสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพ เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

ใช้ ICAS หมุนเงินในประเทศ

สุด ท้ายด้านนโยบายการชำระเงิน ปีนี้แบงก์ชาติตั้งเป้าที่ขยายระบบ ICAS ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียกเก็บเช็คข้ามจังหวัด จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลา 3-5 วันทำการในการเรียกเก็บ ต่อไปนี้จะเหลือเพียง 1 วันทำการ เพื่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเร็วขึ้น ต้นทุนลดลง และส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายในประเทศ ยกระดับการชำระเงินไทยให้เอื้อต่อการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศให้มี ประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

แล้วในฐานะแบงก์ชาติเป็นหนึ่งในหน่วย งานที่ดูแลระบบเศรษฐกิจการเงินไทยจึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายด้าน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างทันกาลและเหมาะสม พร้อมจับมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า

 

-/+ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนในเดือน พ.ย.ปรับลดลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้าและเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีตัวเลขการผลิตเครื่องจักรต่างๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวดี ขึ้นในอนาคตเนื่องจากเครื่องจักรต่างๆ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลผลิตในอนาคต

- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดิอาระเบียออกมาปฏิเสธว่าซาอุฯ ไม่ได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาเพื่อต้องการหนุนราคาน้ำมันดิบ ตามที่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าระดับราคาน้ำมันดิบที่เหมาะสม ต้องอยู่เหนือ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่เป็นเพราะความต้องการที่ปรับลดน้อยลงตามฤดูกาล

 

- นักลงทุนยังลังเลที่จะลงทุนในตลาดน้ำมันรวมถึงตลาดหุ้นเนื่องจากถูกกดดันจาก ความกังวลเรื่องเพดานหนี้ในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเป็นประเด็นกดดันตลาดในช่วงกลางเดือน ก.พ.โดยวานนี้ประธานาธิบดีโอบามาออกมาเรียกร้องให้พรรครีพับลิกันยอมขยาย เพดานหนี้ แต่ล่าสุดทางพรรครีพับลิกันยังคงมีจุดยืนให้โอมาบาแสดงแผนปรับลดรายจ่ายที่ เข้มข้นกว่านี้ถึงจะยอมพิจารณาเรื่องการขยายเพดานหนี้

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มมากขึ้นทั้งจากภายในภูมิภาคโดยเฉพาะเอเชียเหนือ รวมทั้งปริมาณนำเข้าที่มาจากสหรัฐฯ เนื่องจากอุปสงค์ที่ค่อนข้างต่ำเป็นปัจจัยกดดันราคา แม้ว่าจะมีปริมาณนำเข้าจากออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องในช่วงหน้าร้อนสำหรับการ เดินทางท่องเที่ยวทางรถ

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ขณะที่ความต้องการภายในภูมิภาคค่อนข้างทรงตัว ล่าสุดฟิลิปปินส์ออกมานำเข้าน้ำมันดีเซลจำนวน 250,000 บาร์เรล

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเทียบกับค่าเงินยูโรโดยไปแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 11 เดือนวานนี้หลังประธานธนาคารกลางยุโรปให้สัมภาษณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะยัง ไม่ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในตอนนี้ รวมทั้งมองว่าเสถียรภาพทางการเงินและเศรษฐกิจของกลุ่มยุโรปดีขึ้นและมีแนว โน้มที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2013 นอกจากนี้มีสัญญาณว่าภาคธนาคารในสเปนกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางยุโรปลดน้อยลง ในเดือน ธ.ค.

 

+/- นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปรับ เพิ่มขึ้นมากวานนี้ จากข่าวที่โรงกลั่นน้ำมันหลายโรงในสหรัฐฯ จะทยอยปิดซ่อมบำรุงโดยเฉพาะในแถบมิดเวสต์และอ่าวเม็กซิโกหลังจากเลื่อนมา ตั้งแต่ปี 2012 อย่างไรก็ดีในระยะถัดไปการที่โรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงหลายโรงน่าจะส่งผลด้านลบ ต่อความต้องการใช้น้ำมันดิบรวมถึงราคาน้ำมันดิบมากกว่า

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 108 -115 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 88 – 95 เหรียญฯ คืนนี้ติดตามยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของรัฐนิวยอร์ค ดุลการค้ายูโรโซนและดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ / ผลประกอบการไตรมาส 4/55 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่

วันอังคาร : ยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของรัฐนิวยอร์ค ดุลการค้ายูโรโซนและดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี
วันพุธ : ดัชนีราคาผู้บริโภคและการผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน /อีเบย์/โกลด์แมน แซคส์/เจพี มอร์แกน เชส
วันพฤหัส : ยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานและยอดการขอสร้างบ้านใหม่สหรัฐฯ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของธนาคารกลางฟิลาเดลเฟีย  การผลิตภาคอุตสาหกรรมยอดค้าปลีกและจีดีพีไตรมาส 4 ของจีน รายงานภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป /อเมริกัน เอ็กซ์เพรส/แบงค์ อ๊อฟ อเมริกา/ซิตี้กรุ๊ป/อินเทล
วันศุกร์ : ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ(ม.มิชิแกน) /เจนเนอร์รัล อิเลคทริค มอร์แกน สแตนลีย์

 

- ติดตามผลการเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง IAEA และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ในวันที่ 16 ม.ค.56 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางการอิหร่านมีท่าทีว่าจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ IAEA เข้าตรวจในบริเวณฐานทัพพาร์ชิน
- ติดตามรายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันประจำเดือน ม.ค.ของ OPEC และ IEA ในวันที่ 16 และ 18 ม.ค. ตามลำดับว่าจะมีมุมมองอย่างไรต่อคาดการณ์ปริมาณผลิตและปริมาณความต้องการใช้ น้ำมันของโลกปี 56 หลัง EIA รายงานในสัปดาห์ที่แล้วคาดว่าอุปทานส่วนเพิ่มจะมากกว่าอุปสงค์ทำให้กลุ่มโอ เปคต้องพิจารณาลดกำลังผลิต
- จับตาผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ WTI จากการเปิดใช้ส่วนต่อขยายของท่อส่งน้ำมัน Seaway Pipeline ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ที่จะทำให้กำลังการขนส่งรวมเพิ่มเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 150,000 บาร์เรลต่อวัน ในปัจจุบัน และจะทำให้การขนส่งน้ำมันออกจากจุดส่งมอบน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสบริเวณคุ ชชิ่ง โอกลาโฮมาไปยังโรงกลั่นในบริเวณรัฐเท็กซัสเพิ่มมากขึ้น
- นอกจากนี้ติดตามว่าโรงกลั่น Motiva ที่เท็กซัส สหรัฐฯ จะกลับมาดำเนินการผลิตของหน่วยกลั่นขนาดกำลังการผลิต 325,000 บาร์เรลต่อวันอีกครั้งเมื่อไรหลังความพยายามครั้งล่าสุดล้มเหลวเนื่องจาก เกิดการรั่วไหล

 

ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นสูงจากแรงหนุนของบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นที่ นักลงทุนคึกคักเป็นพิเศษในวันสุดท้ายก่อนกำหนดเส้นใต้ชี้ชะตาศึกการเลือก ตั้งผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีอุตสหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 133.24 จุด ปิดที่ 13245.68 จุด

โดยราคาหุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์และกลุ่มพลังงานปรับเพิ่มขึ้นล่วงหน้า จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันมีโอกาสได้รับชัยชนะ ซึ่งนั้นหมายถึงการดำเนินนโยบายที่เน้นการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดน้ำมันมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ลงความเห็นว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบใด ก็จะส่งผลดีต่อตลาด เนื่องจากทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีความชัดเจนมากขึ้น

 

- การปิดซ่อมบำรุงรหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดที่มีกำลังการผลิต 3.37 แสนบาร์เรลต่อวัน ของโรงกลั่นบีพี (BP) ที่อินเดียนา และการหยุดการผลิตของโรงกลั่นเบย์เวย์ขนาด 2.38 แสนบาร์เรลต่อวันจากผลกระทบของเฮอร์ริเคนแซนดี้ คาดว่าจะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่จุดส่งมอบคุชชิ่งเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสถ่างกันมาก ขึ้น และช่วยหนุนราคาน้ำมันเบนซินในตลาดสหรัฐฯ ให้ปรับเพิ่มขึ้น

 

- ดัชนีภาคการบริการของสหภาพยุโรป (PMI) ประจำเดือนต.ค.ปรับลดลงเหลือ 45.7 จาก 46.1 ในเดือน ก.ย. นับเป็นเดือนที่ 9 ต่อเนื่องที่ดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 หรือหมายถึงการหดตัวของภาคบริการ โดยกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์คาดว่ามีโอกาสอย่างมากที่ธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตรา ดอกเบี้ยลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 0.5% ในช่วงต้นปีหน้า

 

- ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนีเดือนต.ค.ลดลงเช่นกัน จากยอดคำสั่งซื้อต่างประเทศที่เติบโตติดลบ 4.5% และภายในประเทศลดลง 1.8%

 

- หลังปิดตลาดสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ วันที่ 2 พ.ย. 55 ปรับตัวลดลง 27,000 บาร์เรล  สวนทางกับผลสำรวจรอยเตอร์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล และน้ำมันดีเซลปรับลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดูไบ จากแรงหนุนของสถานการณ์อุปทานตึงตัวในสหรัฐฯ ประกอบกับมีความต้องการนำเข้าจากอินโดนีเชีย

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามมีปริมาณน้ำมันดีเซลเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่อุปสงค์ยังมีไม่มากนัก

 

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 105 – 113 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส 82 – 90 เหรียญฯ ติดตามสถานการณ์หนี้สเปนและกรีซ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ พร้อมทั้งการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของจีน และการประชุมธนาคารกลางยุโรปในสัปดาห์นี้ สำหรับวันนี้จับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะทราบอย่างเป็นทางการ

 

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันพุธ : การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี
วันพฤหัสฯ : ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน รวมถึงยอดการนำเข้า-ส่งออกของเยอรมนี และอัตราการว่างงานของกรีซ
วันศุกร์ : ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส อัตราเงินเฟ้อ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดขายปลีกของจีน
วันเสาร์ : ยอดการนำเข้า-ส่งออกของจีน

 

- จับตาว่าจีนจะมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากที่จะมีการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ในวันที่ 8 พ.ย.นี้
- การประชุมธนาคารกลางสหภาพยุโรปในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ที่ตลาดคาดว่าธนาคารน่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจ สหภาพยุโรปจะฟื้นตัว
- การตัดสินใจขอเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปของสเปนซึ่งจะนำไปสู่การเริ่มเข้า ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสเปนโดยธนาคารกลางยุโรปซึ่งคาดว่าจะเป็นเดือน พ.ย.
- การตัดสินใจให้เงินช่วยเหลืองวดถัดไปแก่กรีซจาก EC/ECB/IMF ขึ้นกับผลการตรวจสอบสถานะการเงินของกรีซที่จะรายงานในช่วงสัปดาห์นี้
- ผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ที่พัดถล่มหลายรัฐทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจและการความต้องการใช้น้ำมันซึ่งในช่วงสั้นคาดว่าจะปรับลดลง แต่จะฟื้นกลับมาอีกครั้งเนื่องจากความต้องการเพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่ เกิดขึ้น
- ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ และความตึงเครียดบริเวณชายแดนระหว่างซีเรียและตุรกี ที่สร้างความกังวลในเรื่องอุปทานตึงตัว