รีวิวหุ้นแบงค์ที่มีอนาคตเติบโต

ภาย ใต้ข้อตกลง จ่าย ปัจจุบันของพวกเขา ผู้บังคับบัญชา ธนาคาร มีศักยภาพในการ สร้างรายได้ มากที่สุดเท่าที่ 700 % ของ เงินเดือนของพวกเขา ใน โบนัสและ นายจ้าง ของพวกเขาได้รับการ scrambling เพื่อ หาวิธีที่จะ ให้ ข้อเสนอ จ่ายเงิน ที่มีศักยภาพ ของพวกเขา ในระดับ ดังกล่าว ต่อไปนี้ การแนะนำของ หมวกวันที่ 1 มกราคม ในปีนี้

รัฐบาล จะ ตรงข้ามกับการ จำกัด โบนัสและผู้ว่าราชการจังหวัด มาร์ค มวล ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ ได้ กล่าวว่าเขาไม่ กลับ”หมวก โบนัส ดิบ ” แอนดรู เบลีย์ หัวหน้าของ ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ ของ พรูเด็นเชีย ระเบียบ ผู้มีอำนาจ ได้เตือน ว่ามัน อาจนำไปสู่ การเพิ่มขึ้น £ 500m ใน ค่าใช้จ่าย เงินเดือนประจำ ที่ ธนาคารขนาดใหญ่

รางวัล ที่ได้รับ ส่วนแบ่ง เป็น ทางเลือกในการ เพิ่มขึ้น ของเงินเดือน ตรงไปตรงมาแต่อาจ ต้องเผชิญกับ การตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการธนาคาร แห่ง ยุโรป ที่สร้าง แนวทาง สำหรับวิธีการที่ ระบอบการปกครองใหม่จะทำงานเมื่อมันมา มีผลบังคับใช้ สำหรับโบนัส ที่จ่าย ใน เวลาปี ตรวจสอบคาดว่าใน ช่วงครึ่งหลังของ 2014

ข้อ จำกัด ในการ ส่งผลกระทบต่อ โบนัสบุคคลที่ ถือได้ว่าเป็น การ และการจัดการ ความเสี่ยงและ ตาม EBAทุกคนที่ มีรายได้ มากกว่า 750,000 € ( £ 620,000 ) ในปีอาจจะรวม

การชำระเงิน ใหม่ จะอยู่ใน นอกเหนือจากการ เป็นผู้นำ ของธนาคาร จ่าย ขั้นพื้นฐาน เพราะ สหภาพยุโรป ที่มีการ จำกัด โบนัส 100% ของเงินเดือน – หรือ 200 % หาก ผู้ถือหุ้น อนุมัติ การชำระเงิน ขนาดใหญ่

ใหญ่ สี่ ธนาคารถนน สูงจะ ให้คำปรึกษา ของผู้ถือหุ้น เกี่ยวกับโบนัส สำหรับผู้บริหาร หัวหน้า ที่ตีวงเงิน 200 % พร้อมกับ การอภิปรายเกี่ยวกับ การชำระเงิน ส่วนแบ่ง เพิ่มเติมเพื่อ ว่าจะไม่มีการประชุมคณะกรรมการ ธนาคาร ในระดับ ชนชั้นสูง จะ แย่ลง เป็นผลมาจาก ฝาครอบ

ความคิดริเริ่มที่ ขู่ว่าจะ นำ ไป ดูถูก ทางการเมือง และประชาชน เกี่ยวกับการ อุตสาหกรรม ที่ ได้รับความเดือดร้อน อีก เป่า ชื่อเสียง ในเดือนนี้ เพิ่มขึ้น เมื่อ บาร์เคล โบนัส ของ พนักงาน โดย 10% ถึง £ 2.4bn แม้จะมี การรายงาน32% การลดลง ของผลกำไร

ความพยายามที่จะ รุก การ จำกัด การจ่ายเงิน มาเป็น พัน ของพนักงาน ธนาคาร ต้องเผชิญกับ การคุกคามของ ความซ้ำซ้อน

ของ สหราชอาณาจักร ที่ใหญ่ที่สุดของ ธนาคาร HSBC ในวันจันทร์ที่ จะกลายเป็น ผู้เล่นที่ ถนนสูง เป็นครั้งแรก ที่จะเปิดเผยรายละเอียดของ วิธีการที่จะ มีการจ่ายเงิน 200,000 พนักงาน โดยการ เผยแพร่รายงานประจำปี 500 หน้า ซึ่งมี จำนวนเงิน ที่แม่นยำ ที่จ่ายให้แก่ ผู้บริหารระดับสูง ของ จวร์ต กัลลิเวอร์ และผู้บริหาร ชั้นนำอื่น ๆ

HSBC คาดว่าจะ สรุป วิธีการ ที่จะ สวมหมวก โบนัสท่ามกลาง การเก็งกำไร ที่ กัลลิเวอร์ ยืน ที่จะได้รับ รางวัล ร่วมกัน ที่ด้านบน ของเงินเดือน ของเขา £ 1.2m

คู่ ของเขาที่ บาร์เคล , แอนโทนี เจนกินส์ และผู้บริหาร หัวหน้า เพื่อน ที่ ประกันตัว ออก ธนาคารลอยด์ กลุ่ม António Horta – Osório และ รอยัลแบงก์ออฟสกอตแลนด์ , รอสส์ แม็กอีแวน นอกจากนี้ยังมี แนวโน้มที่จะ ได้รับ ห่อ ของหุ้น ควบคู่ไปกับ เงินเดือนของพวกเขา ในช่วงหลายเดือน ที่ผ่านมา

ราย ละเอียดยังคงถูก ตอก ออก กับผู้ถือหุ้น แต่มัน เป็นความคิดที่ ธนาคารจะต้อง ยึดมั่นใน หุ้น เป็นเวลาอย่างน้อย สามปี – หรือห้า ในกรณี ของ บาร์เคลย์ – ก่อนที่พวกเขา สามารถขายได้ แผนการที่จะถูกนำไป ลงทุน ในการประชุม สามัญประจำปี ในฤดูใบไม้ผลิ

ท่ามกลาง ความคิดที่ ถูกกล่าว มี การชำระเงิน รายเดือน หรือรายไตรมาส ในหุ้น แต่ นักลงทุน ที่คาดว่าจะ เรียกร้องให้กำลังการผลิต รายได้ รวมของ ธนาคาร ด้านบน จะลดลง ในทางกลับกัน สำหรับ การชำระเงินเพิ่มเติม

โบนัสสำหรับ ปี 2013 จะไม่ได้ รับผลกระทบจาก หมวกและ RBS เป็น สัปดาห์หน้า คาดว่าจะจ่าย ออก โบนัส ของ ประมาณ£ 500m แม้จะมี การรายงาน ความสูญเสีย ของ £ 8BN และการปรับโครงสร้าง ขนาดใหญ่ ของการดำเนินงาน ของ บริษัท ซึ่งเป็น 81% เป็นของ ผู้เสียภาษีอากร

หมวก โบนัสจะบังคับให้ การแก้ไข จากเดิมอย่างสิ้นเชิง กับวิธีการ จ่ายเงิน ข้อเสนอ มีโครงสร้าง ที่ ย้ายออกจากโครงสร้าง ที่ซับซ้อน สามง่าม ของ เงินเดือนโบนัส ประจำปีและ แผนระยะยาว แรงจูงใจในการ โครงการ ที่คาดว่าจะ ประกอบด้วย เงินเดือน ค่า หุ้น และโบนัส

เงินคงคลังหนุนการเงิน

นายสมชัยสรุปว่า “ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ได้สูงกว่าเป้าหมายและสูงกว่าปีก่อน ภายใต้การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณ ในขณะที่ฐานะการคลังยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็งมาก โดยระดับเงินคงคลังสูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วกว่าแสนล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าฐานะการคลังตลอดปีงบประมาณจะสามารถรองรับการดำเนินการของ รัฐบาลในปีงบประมาณ 2556 ได้อย่างต่อเนื่อง”

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วงครึ่งแรกของปีงบ ประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555–มีนาคม 2556) ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 957,192 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 145,045 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.9 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง และผลจากโครงการรถยนต์ใหม่คันแรก ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 1,371,578 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 102,260 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 414,386 ล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 115,556 ล้านบาท (สาเหตุหลักจากการไถ่ถอนตั๋วเงินคลัง 102,135 ล้านบาท) ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 529,942 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 163,758 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 366,184 ล้านบาท และเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 194,153 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 160.5

 

 

เศรษฐกิจการคลัง​ ขยายตัวต่อเนื่อง

นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “เครื่องชี้ด้านการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ในอัตราที่ชะลอลง เช่น ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่า เพิ่ม ณ ราคาคงที่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ขยายตัวร้อยละ 3.2 ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 16.9 ขณะที่การบริโภคสินค้าคงทน สะท้อนได้จากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ขยายตัวได้ดีที่ร้อยละ 92.1 เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ยังขยายตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะการลงทุนในหมวด ก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวร้อยละ 25.9 ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 65.2 เนื่องจากมีการเร่งทำธุรกรรมไปแล้วในช่วงก่อนหน้า

 

นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ขยายตัวร้อยละ 14.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกหดตัวร้อยละ -5.8 โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยฐานสูงของปีก่อนหน้าที่เป็นช่วงการฟื้นตัวจาก วิกฤติอุทกภัยจึงมีการเร่งการส่งออก สำหรับภาคการผลิตพบว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ -1.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรหดตัวร้อยละ -0.2 จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 0.7 ตามการหดตัวของผลผลิตในหมวดพืชผล เช่น ข้าวและข้าวโพด เป็นสำคัญ ขณะที่ภาคบริการสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศพบว่ายังคงขยายตัวได้ ดีที่ร้อยละ 25.6 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.3 ล้านคน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์”

 

เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีสัญญาณชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดยการใช้จ่ายภายในประเทศสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทน ขณะที่การส่งออกหดตัวลง โดยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฐานสูงหลังจากการฟื้นตัวจากวิกฤติอุทกภัยในช่วง เดียวกันของปีก่อน สำหรับการผลิตมีสัญญาณชะลอตัวจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ขณะที่ภาคบริการสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงขยายตัวได้ดี

 

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า “ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้ว่าจะมีสัญญาณชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยฐานสูงในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 หลังจากการฟื้นตัวจากวิกฤติอุทกภัย ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทน ขณะที่การส่งออกมีการหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน นับจากเดือนสิงหาคม 2554 สำหรับ เศรษฐกิจในด้านการผลิตพบว่า มีสัญญาณชะลอตัวเช่นกัน โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ขณะที่ภาคบริการสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังคงขยายตัวได้ ดี”

 

ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวสรุปว่า “เครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 บ่งชี้เศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีสัญญาณแผ่วลงในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยฐานที่สูง (Base Effect) จากผลของช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงเดือนมกราคม -กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในเดือนมีนาคม 2556 ต่อไป”

ธุรกิจการบินไปได้สวย

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดยนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารบริหาร และนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จัดงานฉลองครบรอบ 45 ปี ในวาระการเปิดให้บริการของสายการบินแห่งนี้ โดยนายพุุฒิพงศ์กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่บางกอกแอร์เวย์สครบรอบการดำเนินงาน 45 ปี จึงต้องการจัดงานเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทุกภาค ส่วนที่ให้การสนับสนุนสายการบินมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานฉลอง 45 มีบุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารจากกลุ่มเซ็นทรัล และตัวแทนจากภาครัฐ เอกเชนที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ เข้าร่วม อย่างไรก็ตาม การจัดงานในครั้งนี้เป็นการเตรียมรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย ซึ่งบริษัทมีแผนขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กระจายให้กับประชาชนเป็นการทั่วไปได้ในราวไตรมาสสองของปีนี้้ โดยสายการบินได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สำหรับวงเงินที่ได้จากระดมทุนในครั้งนี้คาดว่าจะได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาขยายธุรกิจ ลงทุนขยายฝูงบินเพิ่มเติมอีก ภายในปี 2558 จะมีฝูงบินราว 30 ลำ จากสิ้น 2555 มีเครื่องบินรวม 21 ลำ คาดว่ารายได้ในปี 2556 จะเติบโตประมาณ 10% หรือมีรายได้รวม 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท

หุ้นพุ่งรับนโยบายน้ำมัน

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในการซื้อ ขายภาคบ่าย ประเมินว่า ดัชนีจะยังยืนทรงตัวได้ในแดนบวกได้ต่อเนื่องจากปัจจัยหนุนเดิมในช่วงเช้า หลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นยืนเหนือระดับ 1,500 จุดอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้นักลงทุนควรระมัดวังแรงขายในหุ้นขนาดกลางและเล็ก โดยย้ายกลับไปลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่

โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อหุ้น พื้นฐานดีมีโอกาสปรับประมาณการณ์กำไรขึ้นซึ่งหากเกิดความผิดการลงทุน แล้วสามารถแก้ตัวได้ ได้แก่กลุ่มธนาคารพาณิชย์คือ KTB,TCAP กลุ่มพลังงานคือ TOP,PTT หุ้นกลุ่ม Turn Around คือ TTA,TRUE,KCE ,MAJOR,CCET และกลุ่มโรงพยาบาลและโรงแรมที่กำไรไตรมาส 4/55-ไตรมาส 1/56 จออกมาดี ประเมินกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,500 จุด แนวต้านที่ 1,512 จุด

ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ในการซื้อขายภาคเช้าดัชนีปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงกว่าที่คาดไว้แม้จะยัง ไม่เห็นปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน โดยคาดว่าเป็นการขานรับปัจจัยบวกจากถ้อยแถลงของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ออกมาระบุว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้านโดยเฉพาะการมาตรการ เพิ่มค่าแรงให้กับประชาชน อีกทั้งกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ปริมาณการใช้น้ำมันในปี 2556 ของโลกขึ้นอีก 8 หมื่นบาร์เรล/วันหรือเพิ่มอีก 10.5% ถือเป็นการปรับเพิ่มประมาณการณ์ครั้งแรกในรอบหลายปี โดยประเด็นบวกดังกล่าวข้างต้นจึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นทั่วโลก ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวที่ชัดเจนและส่งผลดีดีต่อราคาหุ้นในกลุ่ม พลังงานในวันนี้ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่ผลักกดันภาพรวมดัชนี รวมทั้งยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ได้แก่ ปิโตรเคมี,ธนคารพาณิชย์และสื่อสาร

หุ้นไทยแกว่งเล็กน้อย

การเงินนายธวัชชัย อัศวพรชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นวันที่ 17 มกราคม ดัชนีแกว่งตัวเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบๆ โดยช่วงเช้าดัชนีแกว่งตัวในแดนลบจากแรงเทขายทำกำไร หลังจากจบข่าวการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของสหรัฐออกมาดี เกินคาด ประกอบกับมีแรงเทขายจากกองทุนออกมา ส่วนในช่วงบ่ายดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในกรอบแคบทางเทคนิคตลาดหุ้นไทยเคลื่อน ไหวผันผวนในกรอบแคบๆ โดนแรงขายนักลงทุนหลังจบข่าวดีบจ.สหรัฐฯประกาศงบดีกว่าคาด พรุ่งนี้คาดหุ้นบวกรอบแคบตลท.ออกโรงเตือนให้ดูแลหุ้นร้อนให้แนวรับ1,410 จุด  แนวต้าน1,425-1,430 จุด

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยใน วันพรุ่งนี้(18 ม.ค.) ประเมินว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบแคบๆ หลังตลาดหลักทรัพย์ออกมาเตือนให้โบรกเกอร์ กำกับการดูแลซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง ซึ่งน่าจะทำให้ความร้อนแรงของการเก็งกำไรลดลงได้บ้าง โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คือการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยและสหรัฐฯ รวมถึงความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นต่างประเทศโดยแนะนำขายเมื่อดัชนีปรับเพิ่ม ขึ้น ประเมินแนวรับที่ 1,410 จุด  ประเมินแนวต้านที่ 1,425-1,430 จุด