กลุ่มแบงค์ฟันกำไรท้ายปี

แม้จะขยายสินเชื่อได้เข้าเป้าหมายแล้ว แต่ช่วงท้ายปีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ก็จะยังเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อบ้านต่อเนื่อง โดยอาศัยกลยุทธ์จับมือกับดีเวลอปเปอร์เพื่อปล่อยกู้ทั้งพรีไฟแนนซ์และโพสต์ ไฟแนนซ์ แต่คงพิจารณาคัดเลือกเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยที่อาจจะต้องเลือกกลุ่มที่มีรายได้สูงเป็นหลักเพื่อ คุมคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังรุนแรงอยู่ เห็นจากบางแคมเปญในปัจจุบันให้ดอกเบี้ย 0% นาน 1-2 ปี และช่วงปลายปีก็เป็นจังหวะที่ดีเวลอปเปอร์ต้องเร่งปิดงบฯ จะเริ่มเห็นโปรโมชั่นส่งท้ายอีกเช่นกัน

นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ในจังหวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรฐานสินเชื่อบ้านให้เทียบเท่าระดับสากล โดยเสนอให้ลดสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value-LTV) ลงมาอยู่ที่ 80% เท่ากันทุกกลุ่ม หรือเท่ากับดาวน์อย่างน้อย 20% จากปัจจุบัน LTV อยู่ที่ 90% สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ และ 95% สำหรับที่อยู่อาศัยแนวดิ่ง (คอนโดมิเนียม)

“ตอนเศรษฐกิจดี ปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนที่เศรษฐกิจแย่หรือชะลอตัว ปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงเกินไปจะทำให้เอ็นพีแอลเร่งตัวได้ ตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณการเร่งตัวขึ้นบ้างแล้ว แม้จะไม่ได้เป็นปัญหาที่น่าเป็นกังวล แต่ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้แบงก์เข้มงวดเป็นช่วง ๆ เท่านั้น ส่วนยอดสินเชื่อบ้านที่เติบโตค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมาเป็นอานิสงส์จากต้น ปีและปีก่อนหน้าที่ขยายตัวดี” นายกิตติกล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป้าหมายสินเชื่อบ้านที่ปีนี้ธนาคารคาดว่าจะเติบโต 8% หรือมีมูลค่าสินเชื่อคงค้าง 2.3 แสนล้านบาทนั้น ขณะนี้ทำได้เกิน

เป้าหมายแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้าที่เคยจ่ายเกินค่างวดเยอะเริ่มหันมาจ่ายปกติหรือจ่ายเกินวงเงินเล็กน้อย สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดช่วง 9 เดือนแรกที่สินเชื่อคงค้างขยายตัวได้ราว 7-9% แล้ว ทำให้มูลค่าสินเชื่อบ้านทั้งระบบขยับมาอยู่ที่ 2.35-2.4 ล้านล้านบาทแล้ว จากปลายปีที่แล้วอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท

“เป้าหมายช่วงปลายปีนี้ เรายังคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 1.4 หมื่นล้านบาท ฉะนั้นน่าจะต้องมีพอร์ตบางส่วนราว 5 พันล้านบาท ที่จะขายไปให้กับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เพื่อทำให้ธนาคารขยายสินเชื่อใหม่ได้เพิ่มขึ้นดังกล่าว” นายชาติชายกล่าว

ส่วนนางสาวดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ขณะนื้ธนาคารขยายสินเชื่อได้ตามเป้าหมายทั้งปีแล้ว เนื่องจากความต้องการซื้อในช่วงที่ผ่านมาเติบโตค่อนข้างมาก สวนทางกับการบริโภคในประเทศที่ชะลอลง บวกกับดีเวลอปเปอร์ก็พัฒนาโครงการออกมาทำโปรโมชั่นร่วมกับธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเช่นกัน

สินเชื่อโตทะลุ สามหมื่นล้าน

 

ด้านนางสาวสุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจสินเชื่อบุคคล บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ต้นเดือน มิ.ย.นี้ เคทีซีก็มีแผนจะออกแคมเปญใหม่มาเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อวงเงินหมุนเวียน KTC Cash Revolve ซึ่งรับช่วงต่อกับแคมเปญ “เคลียร์หนี้ ซีซั่น 2″ ที่กำลังจะหมดลงในกลางเดือน พ.ค. ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ประสบความสำเร็จมากตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกใน ปลายปีที่แล้ว และต้องขยายเป็นซีซั่น 2 ที่เพิ่มการจับรางวัลเคลียร์หนี้ให้เป็น 3 รอบ ตอบโจทย์ทั้งในแง่พฤติกรรมลูกค้าและคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น

นางสาวสุดาพร กล่าวถึงการขยายตลาดปีนี้ว่า เคทีซีตั้งเป้าหมายสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 6% จากมูลค่าพอร์ตสินเชื่อประมาณ 1.34 หมื่นล้านบาท และเน้นขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนราย จากปัจจุบัน 6.4 แสนราย เน้นลูกค้ากลุ่มระดับกลางขึ้นไป มีรายได้ประจำตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมาก็พิจารณาสินเชื่อค่อนข้างเข้มงวด อัตราการอนุมัติประมาณ 35% เท่านั้น ส่วนลูกค้าเองก็จะเน้นใช้ในส่วนที่จำเป็น อัตราการเบิกใช้วงเงินประมาณ 50% ของวงเงินที่อนุมัติไป จึงถือว่าโดยรวมแล้วไม่ได้เสี่ยงมากนัก

บัตรกดเงินสดระอุ แบงก์ใหญ่อัดโฆษณา-แคมเปญ ปูพรมตลาดไตรมาส 2 เจาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน มีวงเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ตั้งเป้าโตกระฉูด ย้ำคัดเข้มคุณภาพลูกค้า คุมภาระหนี้-วงเงิน-เสริมโปรโมชั่นสร้างวินัยลูกค้า

นางสาวอารยา ภู่พานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารเพิ่งออกภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่เพื่อโปรโมตสินเชื่อบัตรกดเงินสด Speedy Cash เน้นขยายตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นที่ต้องการวงเงินสินเชื่อเผื่อความจำเป็นใช้ฉุกเฉิน เน้นกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000-30,000 บาท/เดือน ซึ่งสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 1 วัน และโอนเงินวันถัดไป หรือออกบัตรกดเงินสดให้ลูกค้าได้ภายใน 3 วัน ตอบโจทย์การใช้งานได้รวดเร็ว

“สินเชื่อกลุ่มนี้เราทำตลาดมาพอสมควร ที่ผ่านมาใช้ช่องทางสาขาและเทเลมาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก ซึ่งเราก็อยากได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่ม โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัดที่ยังไม่ค่อยทราบว่าธนาคารมีสินเชื่อแบบไม่ต้องมีหลักประกัน ก็ต้องสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น รวมถึงมีแคมเปญดอกเบี้ย 0% ช่วง 2 เดือนแรกให้แก่ลูกค้าด้วย”

พร้อมกับยอมรับว่าการอนุมัติสินเชื่อนี้เข้มงวดพอสมควร โดยจะพิจารณาจากรายได้ ความสามารถและพฤติกรรมการชำระหนี้จากฐานข้อมูลของเครดิตบูโร ที่ผ่านมาอัตราการอนุมัติสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 30% เท่านั้น และคุมคุณภาพหนี้ด้วยการให้วงเงินที่เหมาะสม ไม่สูงเกินไป ทำให้เอ็นพีแอลอยู่ที่ประมาณ 2% จึงถือว่าดีมาก ส่วนโอกาสที่จะขยายสินเชื่อนี้ก็ยังมีค่อนข้างมาก เพราะพอร์ตยังเล็ก โดยตั้งเป้าหมายขยายฐานลูกค้าปีนี้ให้เป็น 9 แสนราย และพอร์ตสินเชื่อคงค้างน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เติบโต 30%

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารเพิ่งออกแคมเปญพิเศษ “มีวินัย จ่ายคืนดี ลดดอกเบี้ยสูงสุด 12% ต่อปี” เพื่อมาขยายฐานลูกค้าใหม่ที่สมัครบัตรกดเงินสด K-Express Cash ซึ่งจะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยลงเดือนละ 1% ทุกเดือน เป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 12 รอบบัญชี หรือเท่ากับลดดอกเบี้ยลงไปสูงสุด 12% ต่อปีจากปกติ ทั้งนี้ ลูกค้าจะต้องมียอดคงค้าง ณ วันตัดรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และชำระตรงเวลาด้วย

“เราพยายามสนับสนุนในแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เป็นห่วงเรื่องภาระหนี้ครัวเรือน แคมเปญที่ออกมาก็พยายามส่งเสริมให้ลูกค้ามีวินัย และไม่กระตุ้นให้สร้างหนี้โดยไม่จำเป็น แต่เน้นเป็นวงเงินเผื่อฉุกเฉิน ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าราว 8 แสนราย มูลค่าพอร์ตสินเชื่อคงค้างประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท และธนาคารก็ยังมองว่าตลาดนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยตั้งเป้าหมายขยายฐานสินเชื่อในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 47%” นายชาติชายกล่าว

 

คอนโดโตเร็วน่าลงทุน

นาย เกริกกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารพาณิชย์แจงต้นทุนดอกเบี้ยแท้จริง และอาจเสียเปรียบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้น มองว่ากลุ่มลูกค้าเป็นคนละกลุ่มกัน ซึ่งกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้นเป็นกลุ่มตลาดต่ำกว่าของ ธนาคารพาณิชย์ เป็น กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง จึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธปท. กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยืนยันว่าภาวะตลาดไม่มีฟองสบู่ อย่างที่หลายฝ่ายกังวลว่าต้องฟังเสียงของผู้ประกอบการและทาง ธปท.เองไม่ได้มองแง่ร้ายไปทุกอย่าง เพราะการที่ผู้ประกอบการออกมายืนยัน แสดงว่าต้องมีข้อมูลที่ดี หรือต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีแก่ธุรกิจ ซึ่งทาง ธปท.ก็ต้องฟังแบบมีน้ำหนักและเหตุผลประกอบ

นายสมบูรณ์กล่าวว่า ด้านแนวโน้มการซื้ออาคารชุดมาปล่อยเช่าต่อหรือเก็งกำไรเพิ่ม ขึ้นนั้น มองว่านักลงทุนอาจจะมีความชำนาญในเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์พอสมควร และต้องทราบถึงความรู้สึกของตลาด ซึ่งคนที่จะซื้อเพื่อเก็งกำไร ต้องมีเงินสำรองพอสมควร หากกู้มาเพื่อเก็งกำไร คงไม่คุ้มค่า โดย ธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้ เพื่อให้ได้สถานการณ์ที่แท้จริง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่มีแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 ว่า ขณะนี้ทาง ธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลอยู่ ซึ่งยังไม่ดำเนินมาตรการใดจนกว่าข้อมูลจะเสร็จเรียบร้อย โดย ธปท.ย้ำให้ธนาคารพาณิชย์ควบคุมมาตรฐานในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย และแสดงความเป็นเรื่องการแข่งขันดอกเบี้ยบ้าน 0% เนื่องจากจะทำให้ลูกค้าไม่รู้ภาระดอกเบี้ยที่แท้จริง

“การออกมาแข่ง ขันดอกเบี้ย 0% สะท้อนว่าธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันปล่อยสินเชื่อมากจนไม่สามารถลดดอกเบี้ย ให้ต่ำกว่านี้ได้ ในการทำโปรโมชั่น จะมีเส้นแบ่งว่า ตลอดอายุโครงการปล่อยดอกเบี้ยต้องเป็นเท่าไหร่ โดยคิดจากค่าเฉลี่ย แล้วลดตรงนี้ เพิ่มตรงนั้น ในที่สุดแบงก์ก็จะได้ดอกเบี้ยที่ต้องการ และทำให้ลูกค้าไม่เห็นต้นทุนดอกเบี้ยที่แท้จริงและเข้าใจผิดคิดว่าดอกเบี้ย สินเชื่อบ้านที่ตัวเองได้รับ เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในตลาด” นายเกริกกล่าว

 

 

บัวหลวงเชื่อปี 56 สินเชื่อโต 6-7%

ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สินเชื่อปี 2556 ของธนาคารมีแนวโน้มขยายตัว 6-7% บนสมมติฐานของตัวจีดีพีไทยที่ 4-5% บวกอีก 2% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2555 ที่ 6-8% ทั้งนี้ประเมินว่า ธนาคารจะพยายามไม่ให้สินเชื่อเติบโตอย่างร้อนแรงเกินไป เพราะถือเป็นความเสี่ยงต่อภาคการเงิน แต่ถ้าภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบจะร้อนแรงในปีหน้าหรือไม่นั้น เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน จะสามารถเฝ้าระวังได้ สำหรับสินเชื่อบ้าน ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยหลัก ธนาคารจะรักษามาตรฐานเดิมไว้ เพราะยังเชื่อมั่นว่า จะขยายตัวได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด และคงไม่ผ่อนมาตรฐานลงมา เพื่อให้เติบโตมากขึ้น นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ในปี 2555 ขยายตัวได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 5-6% เป็น 8% เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังเป็นจังหวะที่ธุรกิจเอกชนเริ่มเปิดใช้สินเชื่อขยายธุรกิจหรือลงทุนตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งการใช้จ่ายเงินจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 อย่างไรก็ดี ประเมินว่า ปีหน้าสินเชื่อรายใหญ่จะขยายตัวได้ประมาณ 5-6% โดยตัวเลขการใช้สินเชื่อหมุนเวียน (Working Cap) จะไม่กลับมา เพราะทิศทางดอกเบี้ยเริ่มคงที่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นการเบิกใช้สินเชื่อมีระยะเวลา (Term Loan) มากกว่า โดยจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งให้ธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความชัดเจนของการออกใบอนุญาต 3จี จะทำให้ธุรกิจโทรคมนาคมมีการลงทุนใหม่ด้วยเช่นกัน