ตลาดหุ้นร่วงหนัก

ส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์รายหนึ่งเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2556 เปิดตลาดที่ระดับ 29.16 – 29.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากวันก่อนที่ปิดตลาดในระดับ 29.32 – 29.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าตลอดทั้งวันทำสถิติแข็งค่าสุดในวันนี้ที่ 29.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 29.10– 29.13 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 16 ปี ทั้งนี้ระหว่างวันธปท.พยายามเข้ามาพยุงเป็นบางจังหวะแต่ค่าเงินก็ยังคงแข็ง ค่า เพราะกระแสเงินทุนไหลเข้ายังมีมาต่อเนื่อง รวมทั้งมีแรงเทขายจากกลุ่มผู้ส่งออกค่อนข้างมาก ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้ค่าเงินบาทอาจจะปรับตัวแข็งค่าได้อีก โดยมองว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 29.00 -29.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

 

ทาง ด้านฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันที่ 20 มีนาคม 2556 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 29.27/29 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (19/3) ที่ 29.33/34 บาท/ดอลลาร์ สกุลเงินบาทนั้นแข็งค่าขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเช้าที่ผ่านมาและแตะที่ระดับ 29.14 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าวันนี้ได้รับแรงหนุนจากเงิน ทุนต่างชาติไหลเข้าประเทศไทยต่อเนื่องจากวานนี้ (19/3) อีกทั้งวันนี้นักลงทุนได้ขายดอลลาร์เพิ่มเติมเพื่อตัดขาดทุนหลังจากเงินบาท แข็งค่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ในช่วงบ่ายของวัน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล) ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อค่าเงินบาทไทยที่ดูจะแข็งค่ามากและเร็วเกินไป ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันนี้(20มี.ค.) ดัชนีSET เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดการซื้อขายทั้งวัน หลังตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินทุนไหลเข้า และค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไป ซึ่งจะกระทบไปถึงภาคการส่งออก รวมถึงปัญหาเรื่องหนี้ในไซปรัส โดยการซื้อขายระหว่างวัน ดัชนีลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,534.27จุด ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ1,543.67จุด หรือลดลง1.57% มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 83,656.86ล้านบาท โดยมีหลักทรัพย์ราคาปรับเพิ่มขึ้น156หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง83หลักทรัพย์ และลดลงถึง 556 หลักทรัพย์

 

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย 1.PTTปิดที่ 333.00บาท -5.00 (-1.48%)2.CK ปิดที่ 25.50บาท -2.75 (-9.73%) 3.BTS ปิดที่ 9.35บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 4.TRUE ปิดที่ 7.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 5. ITD ปิดที่ 7.60บาท -1.30 (-14.61%)

 

ส่วนพฤติกรรมการการซื้อขายแยกกลุ่มนักลงทุนในวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติ ขายออกสุทธิ 3,203.58 ล้านบาท นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ 965.24 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์(โบรกเกอร์)ซื้อสุทธิ 923.62 ล้านบาท และ นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,314.73 ล้านบาท
นาย ชัย จิรเสวีนุปพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเช้า ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลงค่อนข้างแรง โดยเป็นผลมาจากความกังวลของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และมีความกังวลว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะเข้าแทรกแซงค่าเงินบาท รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจยุโรป ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงแรงในช่วงเช้า ก่อนที่ช่วงบ่าย ตลาดจะคลายกังวลจากปัจจัยดังกล่าว และปรับตัวติดลบน้อยลง

 

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนและตกลงแรงมากในช่วงเช้านั้น ปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยค่าเงินบาทมีกระทบกับตลาดหุ้นไทยน้อยมาก แต่สาเหตุที่แท้จริงมีกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่เทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร และหวังว่าจะทุบราคาหุ้นเพื่อเข้าไปเก็บหุ้นในราคาที่ต่ำ ภาวะการณืดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้วบริษัทจดทะเบียนไทยไม่ได้แข็งแกร่งจริงๆ

 

ขณะที่ช่วงเช้า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังจะไม่มีการออกมาตรการพิเศษใดๆ เพื่อดูแลการแข็งค่าของ เงินบาทในช่วงนี้ เพราะอาจทำให้ตลาดตกใจ และขาดความเชืี่อมั่นได้

“จะไม่ออกมาตรการพิเศษ เพื่อดูแลเงินบาท เพราะมาตรการพิเศษ ถือเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติ และยิ่งจะทำให้ตลาดตกใจ และขาดความเชื่อมั่น” นายกิตติรัตน์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

 

เขายืนยันว่า หน้าที่ในการดูแลค่าเงินบาท ยังเป็นของธนาคารแห่ง ประเทศไทย(ธปท.) แต่ในฐานะของ รมว.คลัง ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เช่นกัน

เช่นเดียวกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท.ก็ยงคงยืนยันว่าจะยังไม่มีการออกมาตรการสกัดค่าเงินบาทแข็งค่า ในช่วงนี้ แม้จะยอมรับว่าเงินบาทในวันนี้แข็งค่าเร็วเกินไปก็ตาม

อย่างไรก็ตาม คืนนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) ตลาดทั่วโลกจับตาดูการแถลงข่าวครั้งแรกในรอบปีของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะส่งสัญญาณใดต่อมาตรการและนโยบายทางการเงินในปัจจุบัน โดยตลอดทั้งวันค่าเงินบาทมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 29.14-29 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.14/16 บาท/ดอลลาร์

ความน่าวิตกของเศรษฐกิจในอนาคต

ผม Michel มาร์ติน ใน เวลาที่เศรษฐกิจเหล่านี้ยากที่คุณอาจจะมองหาคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการจัดการ กับการเงินของคุณบางและคุณจะไม่เพียง แต่ไม่ได้คนเดียวคุณมีจำนวนมากของคำแนะนำในการเลือกจาก ผู้เข้าพักที่ต่อไปของเราบอกว่ามีมากกว่า 300,000 ปรึกษาทางการเงินในสหรัฐอเมริกาในปี 2011 เพียงอย่างเดียว ปัญหา เดียวก็คือตามให้ไปเป็นแขกของเราบางส่วนของคนเหล่านี้มีความคิดสิ่งที่พวก เขากำลังพูดถึงหรือไม่เป็นเพียงการพยายามที่จะขายคุณสิ่งที่จะทำให้พวกเขา ร่ำรวย

Helaine Olen เป็นผู้เขียนหนังสือ “ปอนด์โง่เขลา” เผยด้านมืดของอุตสาหกรรมการเงินส่วนบุคคลและเธออยู่กับเราในขณะนี้

ยินดีต้อนรับ ขอบคุณมากสำหรับการเข้าร่วมกับเรา

HELAINE OLEN: ขอขอบคุณที่มีฉัน

MARTIN: ตอนนี้ Helaine Olen, คุณเป็นชื่อที่บางคนอาจจะรู้เพราะคุณจริงใช้ในการเขียนสำหรับ Los Angeles เงินชุดไทม์ Makeover คุณ ได้เขียนขึ้นสำหรับฟอร์บและตอนนี้คุณได้เขียนหนังสือที่บอกว่าคนจำนวนมาก เหล่านี้ไม่ทราบอะไรและโอ้โดยวิธีที่พวกเขาเป็นเซลส์แมนน้ำมันงูเป็น

OLEN: ขวา

MARTIN: คุณมาสรุปนี้ มันเป็นสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไปเป็นหรือไม่คุณรู้ว่าจากจุดเริ่มต้นว่ามันเป็นคำพูดเหลวไหล?

OLEN: มันเป็นทั้งค่อยเป็นค่อยไปและฉับพลัน ฉัน ควรกลับไปและบอกเล่าเรื่องราวของวิธีการที่ฉันกลายเป็นคอลัมนิ Makeover เงินสำหรับ Los Angeles Times, คนที่เกี่ยวข้องกับการเรียกผมขึ้นหนึ่งวันในขณะที่ผม freelancing ใน Los Angeles และพูดคุณรู้อะไรเกี่ยวกับการเขียนการเงินส่วนบุคคล? และสิ่งที่ฉันรู้ว่าในช่วงเวลานั้นคือการที่จ่ายการเงินส่วนบุคคลมากขึ้นกว่าการเมืองและการเขียนคุณสมบัติซึ่งจะเป็นสิ่งที่ฉันทำ และดังนั้นแน่นอนผมพูดใช่ และฉันคิดว่าฉันจะได้รับการตรวจสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้จะเป็นความหายนะและฉันจะไปตามทางของฉัน

และแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ ฉัน สิ้นสุดขึ้นซื้อ “การเงินส่วนบุคคลสำหรับ Dummies” ทำสัมภาษณ์และอย่างใดได้รับมอบหมายอื่นและที่ได้รับมอบหมายอื่นและที่ได้รับ มอบหมายอื่น

และฉันรู้อย่างรวดเร็วสองสิ่ง เป็นครั้งแรกที่จำนวนมากของสิ่งนี้ไม่ได้จริงๆมีความซับซ้อนมาก สิ่งที่ต้องการกองทุนรวมซึ่งเสียงลึกลับเป็นจริงมากง่ายต่อการเข้าใจเมื่อคุณมองไปที่ความหมาย บนมืออื่น ๆ ของหลักสูตรฉันจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเพราะไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ตลาดสต็อกกำลังจะทำอะไรในอีกหกสัปดาห์ไม่เคยคิดหกเดือนหรือหกปี ไม่ มีใครรู้ว่าคุณกำลังจะไปเก็บงานคุณอยู่ในหรือถ้าคุณกำลังจะไปรับยิงหรือถ้า เศรษฐกิจจะเข้าไปในห้องสุขาและ บริษัท ของคุณจะไปล้มละลาย ทุกประเภทของสิ่งเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นและเราจริงๆมีวิธีการรู้ไม่มี แต่เราแกล้งทำเป็นเราทำ

MARTIN: วิธีเหล่านี้ gurus ไม่ได้รับการเงินจะเป็นที่นิยมอย่างมากกับประชาชน? และฉันต้องการที่จะพูดถึงว่าคุณชื่อชื่อในหนังสือเล่มนี้ คุณ ไปลงรายชื่อของบางส่วนของชื่อที่นิยมมากที่สุดและคุณชี้ให้เห็นว่ามี สถานการณ์ที่ผิดปกติในบางส่วนของพื้นหลังของคนเหล่านี้ที่นำไปสู่การบรรลุ ความสำเร็จของพวกเขาว่าพวกเขามี คนเหล่านี้ไม่ได้รับการได้รับความนิยมเช่นนั้นได้อย่างไร

OLEN: ผมคิดว่าสิ่งที่มันเป็นคือเราหมดหวังในการแก้ปัญหา เราได้รับการมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 1980 ที่เงินเดือนของเราคงที่และลดลง มูลค่าสุทธิของเราเพียงอย่างเดียวระหว่าง 2007 และ 2010 ลดลงร้อยละ 40 ในเวลาเดียวกันเราได้คาดว่าจะทำมากขึ้นและมากขึ้นด้วยน้อยและน้อย จะใช้เป็นที่เรามีเงินบำนาญ ขณะนี้เรามี 401Ks – ถ้าเราโชคดี ครึ่งหนึ่งของประชากรที่ไม่ได้มีพวกเขาทั้งหมด

ดังนั้นเราจึงเริ่มมองนอกตัวเราให้คำแนะนำและคนเหล่านี้อยู่ที่นั่น

MARTIN: คุณเขียนในหนังสือมันเกิดขึ้นกับเกือบจะไม่มีใครที่เรากำลังมองไปที่การเงิน ส่วนบุคคลอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในตลาดหุ้นที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจใน ระยะยาว วัฒนธรรมปัจเจกมากขึ้นของเราทำให้เราจะโอบกอดวิธีช่วยตัวเองกับสิ่งที่เห็นได้ชัดว่าเป็นปัญหาสังคมมากขึ้น มีอะไรปัญหาสังคมมากขึ้นและทำไมไม่มัน – ถ้ามันเป็นที่ชัดเจนดังนั้นทำไมไม่ชัดเจน? ทำไมไม่ชัดเจนในขณะนี้?

OLEN: ปัญหาทางสังคมที่มากขึ้นก็คือว่าที่ผมกล่าวว่าเงินเดือนของเราจะลดลงและเรา มีทรัพยากรที่ จำกัด มากจากเงินบำนาญเพื่อการออม 401k ถึงรูปแบบของความช่วยเหลือจริงใด ๆ กับสิ่งเหล่านี้ และมันก็เป็นที่เห็นได้ชัดผมคิดว่าคน ฉันคิดว่าคนเข้าใจว่าพวกเขาไม่ได้สิ่งที่เราเคยมี แต่ผมคิดว่าเราได้สูญเสียภาษาให้ชัดเจนว่าเพื่อให้เราเก็บความคิดเรามัน เราอยู่กันตามลำพัง เราไม่เห็นตัวเองในทั้งหมดนี้ร่วมกัน

MARTIN: Is it มุมมองของคุณที่อาศัยเหล่านี้ gurus การเงินส่วนบุคคลจะครอบคลุมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าที่เป็นจริงทางการ เมืองที่ดีกว่าการจัดการ? เหล่านี้จริงๆปัญหาทางการเมือง?

OLEN: ใช่ และ ฉันเคยพูดเสมอว่าเป็นอัจฉริยะของขบวนการ Occupy, สิ่งอื่นที่คุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเขาเป็นกลุ่มแรกในอาจมากกว่า 30 ปีที่จะทำให้การเชื่อมโยงและพูด hey ถ้าคุณมีปัญหากับที่บ้านของคุณ เป็น รอการขายในและคุณไม่สามารถจ่ายเงินให้สินเชื่อนักศึกษาของคุณและคุณกำลังจะ ล้มละลายสำหรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์แทนคำพูดทั้งหมดของคุณมีปัญหาแต่ละท่าน messed up ชีวิตทางการเงินของคุณพวกเขาหันไปรอบ ๆ และกล่าวว่าบางทีเราทั้งหมด มีปัญหาที่นี่และบางทีเราควรมองที่นี้เป็นความพยายามของกลุ่มที่ไม่เป็นความพยายามโดดเดี่ยว

MARTIN: แต่แม้ดังนั้นสิ่งที่คุณเรียกว่าอย่างไร? การเงินส่วนบุคคลที่ซับซ้อนอุตสาหกรรม

OLEN: การเงินส่วนบุคคลที่ซับซ้อนอุตสาหกรรม

MARTIN: การเงินส่วนบุคคลที่ซับซ้อนอุตสาหกรรมชนิดของม้วนเมื่อ เพื่อที่จะพูดว่าอะไร?

OLEN: ผมคิดว่าผู้คนจะไม่ทั้งหมดมีทางเลือกที่จุดนี้ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะบอกว่าเธอเป็นขวาและเรามีปัญหาที่มากขึ้น แต่ที่ไม่ได้ไปจำเป็นต้องช่วยให้คุณในระยะสั้น ผมหมายความว่าเรายังคงต้องจัดการเงินของเรา เพียง เพราะ 401k ไม่ได้ช่วยจริงๆหลายคนมาก – ตัวอย่างเช่นส่วนใหญ่ของเรามีน้อยกว่า $ 100,000 บันทึกไว้สำหรับการเกษียณอายุ – ไม่ได้หมายความว่ามันจะหายไปในวันพรุ่งนี้และคุณไม่ควรจะมองไปที่สิ่งที่ ต้องทำ กับเงินของคุณที่คุณใส่ในมี

MARTIN: ใครคุณสามารถเชื่อถือได้?

OLEN: ตัวเอง

MARTIN: จริงเหรอ? ผมหมายถึง แต่เป็นส่วนหนึ่งของจุดที่คุณทำ แต่เป็นที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าพวกเขาเข้าใจสิ่งนี้ สิ่งที่มีความซับซ้อน แต่คุณกำลังจะบอกว่าบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นที่ซับซ้อน

OLEN: ดีฉันคิดว่ามันเป็นสองเท่า เห็นได้ชัดว่าบางส่วนของคำที่มีค่อนข้างง่ายและอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน preys เราโดยทำให้ดูเหมือนซับซ้อนมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ บน มืออื่น ๆ จำนวนมากสิ่งที่พวกเขากำลังขายเราเป็นที่ซับซ้อนมากและพวกเขาเอาความคิดที่ ว่าถ้าเราเป็นเพียงการศึกษาทางการเงินเราสามารถเข้าใจมันนี้; เมื่อในความเป็นจริงมันก็จะเป็นเพียงแค่จำนวนมาก ง่ายต่อการผ่านกฎหมายและกฎหมายเพื่อให้สิ่งนี้คือคำอธิบายให้เราหรือไม่สามารถที่จะได้รับการวางตลาดที่เรา

MARTIN: อะไรตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณจะต้องการระเบิดด้วยการอ่านหนังสือของคุณหรือไม่

OLEN: ว่าเรารับผิดชอบทั้งหมดของความล้มเหลวทางการเงินของเราเอง ผม หมายถึงชัดใครสักคนที่มี Shopaholic เป็นผู้รับผิดชอบสำหรับความล้มเหลวทางการเงินของตน แต่เรารู้จากทุกประเภทของผลงานทางวิชาการที่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคน ส่วนใหญ่ ที่ คนส่วนใหญ่ประกาศล้มละลายเพราะค่ารักษาพยาบาลหรือเพราะพวกเขาสูญเสียงานของ หรือเพราะครอบครัวร้าว; ว่าเป็นเพียงความผิดของเราไม่ได้ว่าถ้าเราออกและเราไม่เศรษฐีที่เราล้มเหลว อย่างใด เราไม่ได้

MARTIN: Helaine Olen เป็นผู้เขียนหนังสือ “ปอนด์โง่เขลา” เผยด้านมืดของอุตสาหกรรมการเงินส่วนบุคคล เธอกับเราตั้งแต่เราสำนักในนิวยอร์ก

Helaine ผมอยากจะขอบคุณมากสำหรับการร่วมงานกับเรา

Olen: ขอขอบคุณที่มีฉัน

สงวนลิขสิทธิ์© 2013 เอ็นพีอาร์ สงวนลิขสิทธิ์ คำพูดจากวัสดุไม่มีในที่นี้อาจจะถูกใช้ในสื่อใด ๆ โดยไม่ต้องระบุแหล่งที่มาเพื่อเอ็นพีอาร์ บันทึกนี้มีให้สำหรับบุคคลที่ใช้งานที่ไม่เป็นการค้าเพียงซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้ของเรา ใช้งานอื่น ๆ ต้องได้รับอนุญาตก่อนที่เอ็นพีอาร์ เยี่ยมชมหน้าสิทธิ์ของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

เทปเอ็นพีอาร์ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อกำหนดเส้นตายเร่งด่วนโดยผู้รับเหมาสำหรับเอ็นพีอาร์และความถูกต้องและความพร้อมอาจแตกต่างกัน ข้อความนี้อาจไม่อยู่ในรูปแบบสุดท้ายและอาจมีการปรับปรุงหรือแก้ไขในอนาคต โปรดทราบว่าการบันทึกอำนาจของการเขียนโปรแกรมเอ็นพีอาร์เป็นเสียง

เงินบาทเริ่มอ่อนค่า

ข่าวเศรษฐกิจเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับสกุลดอลลาร์ นอกจากนี้วันศุกร์ที่ผ่านมาทางสหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ (New Home Sales) ซึ่งปรับตัวลดลงจากระดับ 398,000 ยูนิต ในเดือนพฤศจิกายน มาอยู่ที่ระดับ 369,000 ยูนิต ในเดือนธันวาคม ประกอบกับราคาทองคำที่ปรับลดลงในช่วงวันศุกร์ (25/1) จากราคาระดับ 1668.65/69.66 ดอลลาร์/ออนซ์ มาสู่ระดับ 1661.06/55 ดอลลาร์/ออนซ์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าเทียบกับสกุลดอลลาร์ ในช่วงสัปดาห์นี้ตลาดจับตามองคือการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐ ในวันอังคารและพุธ (29-30/01 นี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 29.91-29.99 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 29.98/30.00 บาท/ดอลลาร์

 

สำหรับค่าเงินเยนนั้นเปิดตลาดที่ 91.01/03 เยน/ดอลลาร์ โดยปรับตัวอ่อนค่าจากเมื่อวันศุกร์ (25/1) ที่ระดับ 90.83/84 เยน/ดอลลาร์ โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์นั้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ยังคงแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาเงินฝืดระหว่าง การประชุม Word Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคม อยู่ที่ระดับ -0.1% ซึ่งดีขึ้นกว่าเดือนพฤศจิกายน ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ -0.2% ระหว่างวันค่าเงินเยนมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 90.57-91.25 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 90.71/74 เยน/ดอลลาร์

 

ในส่วนค่าเงินยูโรได้ เปิดที่ระดับที่ 1.3463/64 ดอลลาร์/ยูโร โดยค่าเงินได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (25/1) 1.3446/48 ดอลลาร์/ยูโร โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นนั้นมาจากตัวเลข ดัชนี IFO Business Climate ของประเทศเยอรมนี ที่ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 102.4 ในเดือนธันวาคม มาอยู่ที่ระดับ 104.2 ในเดือนมกราคม ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 103 โดยการเปิดเผยข้อมูลของดัชนี IFO ได้สอดคล้องกับรายงานของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป ZEW ที่ได้ให้มุมมองที่เป็นบวกกับทางเศรษฐกิจของเยอรมัน นอกจากนี้ทางธนาคารกลางของยุโรป (ECB) ได้ประกาศยอดชำระหนี้จากธนาคารพาณิชย์ 278 แห่ง มากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ที่ทาง ECB ได้ปรกาศเป็นจำนวน 137.2 พันล้านยูโร ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 84 พันล้านยูโร ในระหว่างวันค่าเงินยูโรมีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.3426-1.3471 ดอลลาร์/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.3446/48 ดอลลาร์/ยูโร

 

 

ในสัปดาห์นี้ตลาดรอดีดตามการเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขสินค้าคงทน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราว่างงานและ ISM ภาคการผลิตของสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีน

อัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) 1 เดือนในประทเศอยู่ที่ +5.6/5.8 สตางค์/ดอลลาร์ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +4.0/5.0 สตางค์/ดอลลาร์

 

Revenue decline in 55 years

“During the past, we need to set aside about 140 million, it is the slow import by China. Therefore, the revenue and profit of the company declined. However, since the fourth quarter.
So far this year, the situation will improve, “said Tony said.

For the year 2556, the company expects revenue to grow up to around 6 billion, while net profit margin (Net Profit Margin) is 6.5% of normal is about 4.5%.
This is due to a combination of factors, including driving, warehouse and dock project will help to reduce the cost of logistics in the annual average of 100 million Baht

Mr Phanom said. Next year the company plans to expand its market to India.
Currently, the majority of exports to China. The future may be other markets such as Japan, Philippines, Vietnam, etc., which will make the money. In two years from the sale of coal in 50% and 50% of domestic sales, export sales this year, with approximately 20-25% of the sales in the country.

By pushing it to the international market. Encouraging results for AGE. Improved. Due to the use of coal in the country is relatively small, the growth rate is only 5-10% per year.

The demand is likely to increase since the fourth quarter. As the winter. Therefore, China has to be ordered in order to be active. Meanwhile, the trend of rising coal prices next year is likely. Run up to around $ 90 per tonne, up from the current approximately $ 80 per ton to give direction to improve performance. It is expected that the amount of coal will increase next year to 2.2 million tonnes from 1.6 million tonnes this year is about.

Plans for expansion abroad. Currently in the process of setting up a subsidiary in Indonesia by
AGE owns 100% share capital of U.S. $ 2.4 million. Which is expected to complete later this year.

By setting up the company. Intended to support the mining business in Indonesia.
Which the investment is likely to buy the mine. Or a company engaged in the coal business. While this is still under negotiation. If the deal invested around U.S. $ 1-2 billion is needed to raise capital. Or loan. I have enough liquidity.

Mr.Panom should Eternity Managing Director Asia Green Energy Public Company Limited () (AGE), importer and distributor of bituminous coal. (Clean coal) said. The company expects revenue this year to be in the range of approximately 4.5 to 4.7 billion, down slightly from last year’s revenue of 5.2 billion Baht

The net profit is expected to fall slightly to 10 million baht in the first half, the company has set aside thousands Stock of coal 140 million with China, which is the main partner imported coal reduced the impact. AGE directly.

“In recent years, coal mine and Companies doing business in Indonesia, close to town. Because coal prices dropped sharply from about 140 dollars per tonne to about $ 80 per ton, so this step is considered to be a golden opportunity for us to go into negotiations with these companies.
As well as other countries that might not have a problem with. The next year, we believe that coal can be recovered. Of the contract price is very likely, “said Tony said.