สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เตรีมลงทุนอีกกว่าสิบประเทศ

 

“ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของ เมียนมาร์ในอนาคตยังสดใสและมีโอกาสขยายตัวสูงมาก ซึ่งการลงทุนจากไทยยังคงเข้าไปในเมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนถึง 23.3% ของมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดในช่วง 20 ปีล่าสุด ถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน รวมถึงไทยยังเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของเมียนมาร์ และที่นั่นนำเข้าสินค้าจากไทยมากเป็นอันดับ 2 ซึ่งการเข้าไปเปิดสำนักงานตัวแทนในเมียนมาร์ จะทำให้มีข้อมูลเชิงลึกมาสนับสนุน การตัดสินทางธุรกิจของลูกค้าได้มากขึ้น”

 

อย่าง ไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ยังมีอยู่พอสมควร ตั้งแต่จำนวนแรงงานที่มีความรู้ความสามารถยังมีจำกัด ประชากรเพียง 10% เท่านั้นที่มีบัญชีธนาคาร จึงเป็นข้อจำกัดในการจ่ายเงิน การกู้ยืมยังจำเป็นต้องใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาค้ำประกัน ซึ่งยังไม่อนุญาตให้ธุรกิจจากต่างชาติถือครองได้ จึงต้องขยับมาใช้การกู้เงินจากนอกประเทศเพื่อเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์แทน รวมถึงปัจจุบันเสถียรภาพของค่าเงินในเมียนมาร์ยังค่อนข้างต่ำ การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นมาก

 

นางลิน ค็อก กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยถึงนโยบายด้านบริการทางการเงินเพื่อรองรับกรณีการเปิดสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ว่า ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่การลดอุปสรรคทางการค้าและบริการระหว่างประเทศในอา เซียนมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธนาคารซึ่งถนัดในบริการธุรกรรมการเงินสำหรับการค้า ระหว่างประเทศ (เทรด ไฟแนนซ์) ซึ่งเป็นบริการหลักที่สนับสนุนลูกค้าได้ตั้งแต่ข้อมูลด้านธุรกิจการค้า การชำระเงิน ไปจนถึงการป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน เชื่อว่าการค้าคงไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียนเท่านั้น หากแต่ได้ขยายไปสู่การลงนามร่วมระหว่างอาเซียนกับประเทศอื่น ๆ (AEC Plus) เช่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ เป็นต้น ซึ่งธนาคารมีเครือข่ายบริการทางการเงินในประเทศเหล่านี้อยู่อย่างแข็งแกร่ง เช่น ในจีนที่มีมากกว่า 50 สาขา และได้เข้าซื้อกิจการธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้มา จึงเป็นความได้เปรียบที่ธนาคารจะมีเหนือสถาบันการเงินรายอื่น รวมถึงธนาคารระดับภูมิภาคที่บริการอาจจะจำกัดอยู่ในอาเซียนเท่านั้น

นาง ลินกล่าวอีกว่า จุดแข็งอีกด้านหนึ่งของธนาคารสำหรับตลาดอาเซียนนั้น ล่าสุดธนาคารได้รับอนุญาตเปิดสำนักงานตัวแทนในเมียนมาร์ ซึ่งถือเป็นธนาคารเพียงรายเดียวที่มีบริการทางการเงินครบทั้ง 10 ประเทศอาเซียน โดยเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนลูกค้าธุรกิจที่ต้องการเข้าไปลงทุนในเมียนมา ร์ ซึ่งกำลังเป็นเขตเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และเปิดต้อนรับการลงทุนมาก หากแต่ข้อมูลด้านธุรกิจและการลงทุนยังค่อนข้างจำกัด จึงเป็นจังหวะที่ธนาคารรุกเข้าไปให้บริการนี้

สำหรับธุรกิจที่ ประเมินว่าน่าจะมีโอกาสเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ได้นั้น นางลิน อธิบายว่า น่าจะมี 6 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและพลังงาน กลุ่มโทรคมนาคม กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มที่สนับสนุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การผลิตและการค้าวัสดุก่อสร้าง

 

ตัวเลขเศรษฐกิจ 7/7/13

ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง

 

กรอบ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ เบรนท์ 110 -118 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัส  92-100 เหรียญฯ โดยวันนี้ติดตามตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี และยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอังกฤษ ระหว่างวันที่ 6-7 ก.พ. 56

 

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ / ผลประกอบการไตรมาส 4/55 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่
วันพฤหัส : การผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี การประชุมธนาคารกลางยุโรปและอังกฤษ ยอดขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานสหรัฐฯ
วันศุกร์ : ดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตจีน ดุลการค้าสหรัฐฯ ดุลการค้าเยอรมนี การผลิตภาคอุตสาหกรรมอิตาลี

 

- ติดตามปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลโจมตีรถบรรทุกอาวุธที่คาดว่าจะถูกส่งจากซีเรียไปยังกลุ่มหัว รุนแรงในเลบานอน ประกอบกับต้องติดตามท่าทีของอิหร่านต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศสนับสนุนซีเรีย หากมีการแทรกแซงจากอิสราเอลหรือชาติตะวันตกในซีเรีย
- ติดตามสถานการณ์การเจรจาครั้งใหม่ระหว่าง 6 ประเทศมหาอำนาจ (สหรัฐฯ, จีน, รัสเซีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศสและเยอรมนี) และอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์หลังจากอิหร่านตอบรับการเจรจากับชาติ ตะวันตกในวันที่ 26 ก.พ. นี้ ที่คาซัคสถานอย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติมภายในเดือน ก.พ. ปี 56 อาจส่งผลให้การเจรจาดังกล่าวล้มเหลว
- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอังกฤษในวันที่ 6-7 ก.พ.ว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือจะมีการปรับอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณดี โดยกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมันนี ดีดตัวขึ้นสูงเกินคาดที่ 1.7% ในเดือน ธ.ค. จากคาดเพียง 1% จากยอดสั่งซื้อจากประเทศนอกยูโรโซนที่พุ่งขึ้นถึง 12.3% ในขณะที่ความต้องการสินค้าเพื่อการลงทุนปรับตัวขึ้น 2.8% และยอดสั่งซื้อสินค้าเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น 1.9% ทั้งนี้ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานที่เพิ่มขึ้นนี้นับเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่า เยอรมนีอาจต้านทานวิกฤตหนี้ที่กำลังรุมเร้าประเทศได้

 

+นอกจากนั้น ผลการสำรวจของสถาบันวิจัย GfFK เผยให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีกำลังปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากชาวเยอรมันมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ โดยดัชนีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.9 จุด ในเดือนก.พ. จากระดับ 5.7 จุดในเดือน ม.ค.ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยอรมนีได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ลง เนื่องจากมองว่า การตัดลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศต่างๆทั่วทั้งยูโรโซนอาจจะส่งผลกระทบต่อ ความต้องการสินค้าที่ผลิตในเยอรมนี

 

+ธนาคารกลางยุโรปมีการคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 0.75% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังคงความกังวลต่อประเด็นการแข็งค่าของค่าเงินยูโร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป

 

-ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากความกังวลต่อปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นเหนือคาด  โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ รายงานว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล และปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล

 

- แม้ว่า ตลาดยังมีความกังวลต่อปริมาณอุปทานน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ ซาอุดิอาราเบียยังคงยืนยันกำลังการผลิตในปริมาณสูงที่ 9.05 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดที่ตึงตัว เนื่องจากอยู่ในช่วงการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

 

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ประกอบกับตลาดยังคงความกังวลต่ออุปทานที่อาจจะตึงตัวในช่วงการปิดซ่อมบำรุง โรงกลั่นในภูมิภาค

 

 

หุ้นไทย แกว่งตัว

ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวออกด้านข้างในแดนบวก สวนตลาดหุ้นยุโรป- สหรัฐฯ-เอเชียติดลบเหตุได้แรงหนุนแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการและการไหล เข้าของกระแสเงินลงทุน คาดช่วงบ่ายแกว่งตัวออกข้างบวกต่อจากปัจจัยเดิม ให้แนวรับ  1,350  จุด แนวต้าน   1,360-1,365 จุด

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชีย ยุโรปและสหรัฐฯ อยู่ในแดนลบ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ทั้งนี้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยดัชนีประเมินว่ายังมี ลักษณะของการค่อยๆปรับขึ้น สำหรับช่วงบ่ายคาดว่า ดัชนีตลาดยังคงมีลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้างและยังคงสามารถยืนในแนวบวก ได้ จากปัจจัยบวกต่อเนื่องเดิมจากช่วงเช้า กลยุทธ์การลงทุน  แนะนำทยอยสะสมเมื่อดัชนีอ่อนตัว  โดยประเมินแนวรับอยู่ที่ 1,350  จุด  แนวต้านอยู่ที่  1,360-1,365 จุด

นาย คมสันต์ ปรมาภูติ รองผู้จัดการฝ่ายนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง  กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 ธ.ค.ภาพดัชนีแกว่งตัวในลักษณะออกด้านข้างในแดนบวก แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ที่ติดลบ ซึ่งระหว่างการซื้อขายการดัชนีปรับฐานลงสลับบ้าง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากแนวโน้มผลประกอบการของของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ มีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีกระแ สเงินลงทุนที่ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง  ประกอบกับช่วงปลายปีจะมีเงินเข้ามาซื้อกองทุนต่างๆ เป็นจัยบวกเพิ่มเข้าม โดยประเด็นดังกล่าวทั้งหมดถือเป็นปัจจัยที่สร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลง ทุน

Oil price

Oil prices rebounded from high fueled atmosphere of traded on exchanges. Investors were busy in the last days before the armistice lines make the selection. The leaders of the United States. As a result, the Dow Jones industrial index rose 133.24 points to close at 13,245.68 points.

The hardware and energy stocks rose ahead. Confidence of investors that Mr. Messerschmitt Romney candidacy for U.S. President. Republican Party a chance to win. The policy is meant to highlight the use of energy from fossil fuels. And as a result, are buying more oil into the market. However, analysts concluded that Regardless of the election results to come in any form. It will be beneficial to the market. The direction of growth of the U.S. economy will be more clear.

- Maintenance of the unit, the largest refinery with a capacity of 3.37 lakh barrels per day. BP Refinery (BP) and stop the production of the Indiana refinery Bay Way of 2.38 lakh barrels per day from the effects of Hurricane Sandy. Crude is expected to deliver increased protection phishing. Cause the spread between Brent crude and West Texas stretch more and boost the price of gasoline in the U.S. market. To increase.

- The EU’s services sector index (PMI) service menstruation. York. Fell to 45.7 from 46.1 in September is the ninth month of the index level is 50 or lower indicates contraction. of the service sector. Expected by economists that there is a strong chance that the European Central Bank to cut rates. Interest to reach as low as 0.5% in early next year.

- At the top of Germany’s factory orders for October. York. Reduced as well. Orders from foreign and domestic growth was negative 4.5%, down 1.8%.

- The United States energy market Petroleum Institute (API) reported U.S. crude inventories as at 2 November 55 decreased to 27,000 barrels of Reuters survey expected to increase by 1.8 million barrels now. The amount of gasoline inventories fell 1.0 million barrels and gasoline fell 1.5 million barrels.
Gasoline. Oil prices rise over Dubai. Driven by the tight supply situation in the United States. With the demand for imports of Indonesian

Diesel. The increase in crude oil prices. However, the volume of oil in the market increases. While there is not much demand.

Crude oil prices in the short term, and factors to watch.

The movements of Brent crude oil prices this week from 105 to 113 dollars per barrel while West Texas 82-90 dollars to the debt of Spain and Greece. Tensions in the Middle East and the impact of Hurricane Sandy. And the appointment of the new leader of China. And the European Central Bank this week. Today marked the election for President of the United States. It’s official.

- Economic data this week, including the following.
Wednesday: industrial production of Germany.
Thursday: Most of the unemployed who receive benefits. Including imports – exports of Germany. Greece’s unemployment rate.
Friday: The sense of the consumer economy. The industrial production of French. Inflation. Industrial production. And retail sales of China.
Saturday: imports – exports of China.

- Observers that China will announce more stimulus or not. After you have chosen a new leader in this November 8.
- The European Central Bank on Nov. 8 that the bank is expected to keep interest rates low until the economy. EU to recover.
- The decision by the European Union for financial support of Spain, which will lead to the start. Spanish government bond purchases by the European Central Bank, which is expected in November
- The decision to grant Greece the next installment of the EC / ECB / IMF with Greece’s financial results are reported in this week.
- The effects of hurricane winds struck the sandy east coast of the U.S. state. Economy and oil demand, which is expected to fall short. But recovered again due to the need to repair the damage.
- The conflict between Iran and the West on its nuclear program. And border tensions between Syria and Turkey. General concerns about tight supply.